เล่มที่ 13
สาธุ ธมฺมจริยา เป็นต้น ความว่า สารถีทูลพระกุมารว่า ข้าแต่เทว...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 125
เนื้อหา
บทว่า ภณฺฑุํ คือโล้น. พรหมทั้งหลายแสดงแม้เรื่องนี้แก่พระกุมาร โดยนัยก่อนนั้นแล. ในบทว่า สาธุ ธมฺมจริยา เป็นต้น ความว่า สารถีทูลพระกุมารว่า ข้าแต่เทวะ ความเป็นผู้ประพฤติธรรมนี้เป็นความดีดังนี้ พึงทราบการประกอบ บทหนึ่ง ๆ อย่างนี้ว่า ปพฺพชิโต ดังนี้. อนึ่งบททั้งหมดนี้เป็นไวพจน์ของกุศล กรรมบถ ๑๐ นั้นเอง. ก็ในที่สุดบทว่า อวิหึสา เป็นส่วนเบื้องต้นของกรุณา. บทว่า อนุกมฺปา เป็นส่วนเบื้องต้นของเมตตา. บทว่า เตนหิ เป็นนิบาตใน ความว่าเร่งเร้า. เพราะพระกุมารทอดพระเนตรเห็นบรรพชิตแล้วมีพระทัยน้อม ไปในบรรพชา. ลำดับนั้น พระกุมารมีพระประสงค์จะตรัสกับสารถีนั้น เมื่อจะ ทรงส่งสารถีกลับจึงตรัสคำเป็นอาทิว่า เตนหิ ดังนี้. บทว่า อถโข ภิกฺขเว ความว่า พระกุมารีทรงสดับคำเป็นต้นว่า การ ประพฤติธรรมเป็นความดีของบรรพชิต และคำอื่นอีกมากอันเป็นธรรมกถา ประกอบด้วยโทษของผู้อยู่ครองเรือนอันคับแคบด้วยบุตรและภรรยาที่หมู่มหา- ชนรักษาอยู่และประกอบด้วยอานิสงส์แห่งวิเวก ของบรรพชิตผู้อยู่ในป่าตาม สบาย มีใจเป็นเช่นมฤคแล้วมีพระประสงค์จะบรรพชา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้ง นั้นแล วิปัสสีกุมารจึงได้เรียกสารถีมา. ชื่อว่าการเห็นเทวทูตทั้ง ๒ เหล่านี้ แล้วบวชเป็นวงศ์ เป็นแบบแผน เป็นประเพณีของพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์. อนึ่งพระโพธิสัตว์แม้เหล่าอื่นก็ย่อมเห็นสิ้นกาลนานเหมือนพระวิปัสสีกุมารพระ- องค์นี้ทรงเห็นแล้วตลอดกาลนาน. แต่พระโพธิสัตว์ของเราทั้งหลายทรงเห็น เทวทูตทั้ง ๔ วันเดียวเท่านั้น ก็เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ทรงบรรพชาที่ฝั่ง แม่น้ำอโนมา จากนั้นเสด็จถึงกรุงราชคฤห์ ณ ที่นั้นพระราชาพิมพิสารทูลถาม ว่า ท่านบัณฑิต ท่านบวชเพื่ออะไร ตรัสว่า มหาพิตรอาตมาเห็นคนแก่คนเจ็บ ได้รับทุกข์ และคนตายถึงอายุขัย กับได้เห็นบรรพชิตนุ่งห่มผ้ากาสายะ เพราะฉะนั้นจึงบวช ถวายพระพร บทว่า สุตฺวาน เตสํ ความว่า มหาชน ๘๔,๐๐๐ คนนั้น ได้สดับแล้ว ได้มีดำริดังนี้. บทว่า โอรโก คือพร่อง ลามก. บทว่า อนุปพฺพชึสุ คือ บวชตาม. ก็เพราะเหตุใดในที่นี้ท่านจึงไม่กล่าวเหมือนที่ท่านกล่าวไว้ข้างต้นว่า พระกุมารเสด็จออกจากราชธานีพันธุมดี โดยท่านขัณฑะและท่านติสสะออก บวชตาม. เพราะออกไปแล้วจึงได้สดับ. ได้ยินว่า มหาชนแม้ทั้งหมดเหล่านี้ เป็นบุรุษอุปฐากของพระวิปัสสีกุมาร. มหาชนเหล่านั้นมาอุปฐากแต่เช้าตรู่ ครั้นไม่เห็นพระกุมาร จึงพากันกินอาหารเช้า ครั้นกินอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงมา ถามว่า พระกุมารไปไหน ครั้นสดับว่าพระกุมารเสด็จไปพระอุทยานจึงพากัน ออกไปด้วยคิดว่า พวกเราจักเฝ้าพระกุมารในพระอุทยานนั้น ครั้นเห็นสารถีกลับ ได้สดับคำของสารถีนั้นว่า พระกุมารทรงบรรพชาแล้วจึงเปลื้องอาภรณ์ทุก อย่างไว้ในที่ที่ได้สดับแล้วนั่นเอง ให้คนนำผ้ากาสายะสีเหลืองจากตลาดมาแล้ว ปลงผมและหนวดบวชแล้ว. ด้วยเหตุดังนี้ ในที่นี้จึงไม่กล่าวว่าออกจากราชธานี พันธุมดี เพราะออกจากนครแล้วจึงได้สดับนอกนคร.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน