เล่มที่ 12
บรรดาฌานเหล่านั้น ในปฐมฌาน ย่อมได้ธรรมแม้หกอย่างมีความ ปราโม...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 185
เนื้อหา
บรรดาฌานเหล่านั้น ในปฐมฌาน ย่อมได้ธรรมแม้หกอย่างมีความ ปราโมทย์เป็นต้น. ในทุติยฌาน ความปราโมทย์กล่าวคือ ปีติอย่างอ่อน ย่อม เป็นไป ย่อมได้ธรรมห้าอย่างที่เหลือ. ในตติยฌาน แม้ปีติที่ย่อมเป็นไป ย่อมได้ ธรรมสี่อย่างที่เหลือ. ในจตุตถฌานก็เหมือนกัน. ก็ในฌานเหล่านี้ ท่านกล่าว ฌานที่เป็นบาทแห่งวิปัสสนาบริสุทธิ์เท่านั้นไว้ในสัมปสาทสูตร. กล่าววิปัสสนา พร้อมกับมรรคสี่ในปาสาทิกสูตร. กล่าวผลสมาบัติอันเกี่ยวกับจตุตถญานใน ทสุตตรสูตร. ผลสมาบัติเกี่ยวกับทุติฌานทำปราโมทย์ให้เป็นไวพจน์ของปีติ พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้แล้วในโปฏฐปาทสูตรนี้. วา ศัพท์ในบทนี้ว่า อยํ วา โส เป็นอรรถลงในการทำให้แจ้ง. เราให้ แจ่มแจ้งแล้วประกาศแล้วว่า นี้นั้น พึงพยากรณ์. ความว่า สมณพราหมณ์ เหล่าอื่น ถูกเราถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายรู้จักตนอันมีสุขโดยส่วนเดียวหรือ ก็จะกล่าวว่า ไม่รู้จัก โดยประการใด เราจะไม่กล่าวโดยประการนั้น. บทว่า สปฺปาฏิหิรีกตํ ความว่า ภาษิตจะมีการแจ้งให้ทราบ คือเป็นที่นำออกจากทุกข์. บทว่า โมโฆ โหติ ความว่า เป็นของเปล่า. อธิบายว่า การได้อัตตภาพ นั้น ย่อมไม่มีในสมัยนั้น. บทว่า สจฺโจ โหติ ความว่า เป็นของมีจริง. อธิบาย ว่า การได้อัตตภาพนั้นเทียว เป็นของจริงในสมัยนั้น. ก็ในข้อนี้ จิตต์บุตร ควาญช้างนี้แสดงการได้อัตตภาพ ๓ อย่างเพราะความที่ตนไม่เป็นสัพพัญญู จึง ไม่สามารถยกขึ้นอ้างว่าธรรมดา การได้อัตตภาพนั่นเป็นเพียงบัญญัติ จึงกล่าว เลี่ยงว่า การได้อัตตภาพเท่านั้น. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์จะ แสดงแก่จิตต์บุตรควาญช้างนั้นว่า ก็ในข้อนี้ ธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น การ ได้อัตตภาพนั้นเป็นเพียงสักว่าชื่อ ครั้นธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นนั้น ๆ มีอยู่ โวหารมีรูปปานนี้ ก็ย่อมมี เพื่อทรงจับเอาถ้อยคำของจิตต์บุตรควาญ- ช้างนั้นแหละ เลี่ยงตรัสด้วยอำนาจแห่งนามบัญญัติจึงตรัสเป็นต้นว่า ดูก่อน จิตต์ ในสมัยใด ๆ ก็ครั้นตรัสอย่างนั้นแล้ว เพื่อจะสอบถามนำไป จึงตรัสอีกว่า ถ้าสมณพราหมณ์ทั้งหลายพึงถามอย่างนั้นกะจิตต์บุตรควาญช้าง นั้นเป็นต้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน