เล่มที่ 12

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จหลีก ไปแล้วไม่นาน ได้ทำการเสียดแทงโปฏ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 149


เนื้อหา

ฝ่ายพวกปริพาชกเหล่านั้น เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จหลีก ไปแล้วไม่นาน ได้ทำการเสียดแทงโปฏฐปาทปริพาชก ด้วยปฏักคือถ้อยคำ เสียดแทงโดยรอบว่า ก็ท่านโปฏฐปาทะนี้ อนุโมทนาตามคำที่พระสมณโคดม กล่าวอย่างนี้ว่า ข้อนี้เป็นอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้อนี้เป็นอย่างนั้น พระสุคต ดั่งนี้. ก็แต่ว่าพวกเรามิได้เข้าใจธรรมที่พระสมณโคดมทรงแสดง แล้วโดยส่วนเดียว แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ว่าโลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ ตถาคต เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว มีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่ ดั่งนี้. เมื่อปริพาชกเหล่านั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ โปฏฐปาทปริพาชก ได้บอกกับเขาว่า พ่อคุณ แม้ฉันก็มิได้เข้าใจธรรมที่พระสมณโคดมแสดง แล้วโดยส่วนเดียว แต่อย่างใดอย่างหนึ่งว่า โลกเที่ยงหรือ ฯลฯ ตถาคต เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว มีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่ ก็แต่ว่า พระสมณโคดมทรง บัญญัติปฏิปทาที่จริง ที่แท้ ที่แน่นอน ที่มีปกติตั้งอยู่ในธรรม ที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม ไฉนบุรุษผู้เป็นบัณฑิตเช่นดั่งเรา จักไม่อนุโมทนา สุภาษิตของพระสมณโคดม โดยความเป็นสุภาษิตเล่า. ต่อมาล่วงไปได้ ๒-๓ วัน จิตต์ผู้เป็นบุตรแห่งควาญช้าง และ โปฏฐปาทปริพาชก พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นแล้วจิตต์ผู้เป็น บุตรแห่งควาญช้าง ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง. ฝ่ายโปฏฐปาทปริพาชก กล่าวถ้อยคำปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า พอเป็นที่ ตั้งแห่งความปลาบปลื้มเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก แล้วนั่ง ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในคราวนั้น เมื่อพระองค์เสด็จหลีก ไปไม่นาน พวกปริพาชกได้พากันรุมต่อว่าข้าพระองค์ด้วยถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ ว่า อย่างนี้ทีเดียวท่านโปฏฐปาทะ พระสมณโคดมตรัสคำใด ท่านพลอยอ- นุโมทนาคำนั้นทุกคำว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้อนั้นต้องเป็นเช่นนี้ ข้าแต่พระสุคต ข้อนั้นต้องเป็นเช่นนี้ ฝ่ายพวกเรามิได้เข้าใจธรรมที่พระสมณ- โคดมทรงแสดงแล้วโดยส่วนเดียว แต่สักน้อยหนึ่งว่าโลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือโลกไม่มีที่สุด ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่ หรือตถาคตเบื้องหน้าแต่ ตายไปไม่มีอยู่ ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไป มีอยู่ก็มี ไม่มีอยู่ก็มี หรือ ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่ เมื่อพวกปริพาชกกล่าว อย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ได้บอกปริพาชกเหล่านั้นว่าท่านทั้งหลาย แม้ข้าพเจ้า เองก็มิได้เข้าใจธรรมที่พระสมณโคดมทรงแสดงแล้ว โดยส่วนเดียว แต่สักน้อย หนึ่งว่าโลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือโลกไม่มีที่สุด ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไป มีอยู่ก็มี หรือตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไปไม่มีอยู่ ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไป มีอยู่ก็มี ไม่มีอยู่ก็มี หรือตถาคตเบื้องหน้าแต่ตายไป มีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ ก็มิใช่. แต่ว่าพระสมณโคดมบัญญัติปฏิปทาที่จริงแท้แน่นอนเป็นธรรมฐิติ ธรรมนิยาม ก็เมื่อพระสมณโคดมบัญญัติปฏิปทาที่จริงแท้แน่นอน เป็นธรรม ฐิติ ธรรมนิยาม ไฉนเล่าวิญญูชนเช่นเราไม่พึงอนุโมทนา สุภาษิตของพระ- สมณโคดมโดยเป็นสุภาษิต.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน