เล่มที่ 11
ได้ยินว่า พระเถระนั้นบำเพ็ญคตปัจจาคตวัตรอยู่ ๑๙ ปี
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 391
เนื้อหา
ได้ยินว่า พระเถระนั้นบำเพ็ญคตปัจจาคตวัตรอยู่ ๑๙ ปี. แม้มนุษย์ ทั้งหลายได้เห็นท่านแล้ว คือ ผู้ที่กำลังไถนาบ้าง หว่านข้าวบ้าง นวดข้าว บ้าง ทำการงานอยู่บ้างในระหว่างทาง เห็นพระเถระเดินอยู่อย่างนั้น จึง สนทนากันว่า พระเถระรูปนี้เดินกลับไปกลับมาอยู่บ่อย ๆ ถ้าจะหลงทาง หรือลืมของอะไร ๆ. พระเถระนั้นหาได้สนใจคำของคนเหล่านั้นไม่ กระ- ทำสมณธรรมด้วยจิตที่ประกอบด้วยกรรมฐานเท่านั้น ได้บรรลุพระอรหัต ในพรรษา ๒๐. ในวันที่บรรลุพระอรหัตนั่นเอง เทวดาผู้อยู่ท้ายที่จงกรมของพระ เถระ ได้ยืนเอานิ้วมือทำเป็นประทีปสว่างโชติช่วง. แม้ ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และ ท้าวสักกเทวราช ตลอดถึง ท้าวสหัมบดีพรหม ก็ได้มาบำรุงพระ เถระ. ก็ พระมหาติสสเถระ ผู้อยู่ป่าเห็นแสงสว่าง ดังนั้นจึงถามท่านในวัน รุ่งขึ้นว่า เมื่อตอนกลางคืนได้มีแสงสว่างในสำนักของท่าน แสงสว่างนั้น เป็นอะไร. พระเถระพูดกลบเกลื่อนมีอาทิอย่างนี้ว่า ธรรมดาแสงสว่าง ย่อมเป็นแสงสว่างของประทีปบ้าง เป็นแสงสว่างของแก้วมณีบ้าง ดังนี้. ต่อแต่นั้นได้บังคับให้พระเถระผู้ถามปกปิดเรื่องไว้ เมื่อท่านรับคำแล้วจึง เล่าให้ฟัง. และ ดุจพระมหานาคเถระ ผู้อยู่ กาลวัลลิมณฑป ได้ยินว่า พระเถระแม้นั้นก็บำเพ็ญคตปัจจาคตวัตร ทีแรกได้อธิษ- ฐานเดินจงกรมอยู่ถึง ๗ ปี ด้วยตั้งใจว่า จักบูชามหาปธานของพระผู้มี- พระภาคเจ้าก่อน บำเพ็ญคตปัจจาคตวัตรอีก ๑๖ ปี จึงได้บรรลุพระอรหัต. พระเถระนั้นย่างเท้าด้วยจิตที่ประกอบด้วยกรรมฐานเท่านั้น เมื่อย่างเท้า ด้วยจิตที่ปราศจากกรรมฐานแล้ว ก็ถอยกลับใหม่ ครั้นไปใกล้หมู่บ้าน ยืนในประเทศที่น่าสงสัยว่า แม่โคหรือพระหนอ ห่มจีวรแล้ว ล้างบาตร ด้วยน้ำจากแอ่งที่สะอาดแล้วอมน้ำไว้. เพื่ออะไร ? เพื่อต้องการว่า เมื่อ คนมาถวายภิกษาแก่เราหรือมาไหว้ กรรมฐานอย่าได้เคลื่อน แม้เพียง กล่าวว่า ขอท่านทั้งหลายจงมีอายุยืน. แต่เมื่อถูกถามถึงวันว่า ท่านขอรับ วันนี้กี่ค่ำ หรือถามจำนวนภิกษุ หรือถามปัญหา ก็กลืนน้ำแล้วบอก. หาก ไม่มีผู้ถามถึงวันเป็นต้น ก็จะบ้วนน้ำไว้ที่ประตูบ้านไปในเวลาโคออกจาก ดอก. และดุจภิกษุ ๕๐ รูปผู้จำพรรษาใน กลัมพติตถวิหาร.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน