เล่มที่ 11

ก็ในเวลาที่ อุปติสสะและโกลิตะ บวชในสำนักของ สัญชัย นั้น พวก ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 131


เนื้อหา

ก็ในเวลาที่ อุปติสสะและโกลิตะ บวชในสำนักของ สัญชัย นั้น พวก ปริพาชก ได้มีบริษัทมาก แต่เมื่อ อุปติสสะ และ ไกลิตะ หลีกไป บริษัท ของพวกเขาแม้นั้นก็พากันแตกไป. ด้วยเหตุ ๒ ประการดังกล่าวมานี้ พึงทราบว่า สุปปิยปริพาชก นี้เมื่อคายความริษยานั้นออกมา กล่าวติพระ รัตนตรัยทีเดียว เพราะริษยา พระผู้มีพระภาคเจ้า อยู่เป็นนิจ คำว่า อถโข ภควา อมฺพลฏฺ€ิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคญฺฉิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ความว่า ในครั้งนั้นแล พระผู้มีพระ ภาคเจ้า เสด็จไปด้วยพุทธลีลานั้น ถึงประตู พระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา โดยลำดับ ทอดพระเนตรดูพระอาทิตย์ มีพระพุทธดำริว่า บัดนี้มิใช่กาล ที่จะไป พระอาทิตย์ใกล้อัสดงคต จึงเสด็จเข้าประทับพักแรมราตรีหนึ่ง ณ พระตำหนักหลวง ใน พระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา. ในพระบาลีนั้น อุทยานของพระราชา ชื่อว่า อัมพลัฏฐิกา. ได้ยิน ว่า ณ ที่ใกล้ประตูแห่งอุทยานั้นมีต้นมะม่วงหนุ่มอยู่ ซึ่งคนทั้งหลายเรียก ว่า อัมพลัฏฐิกา แม้อุทยานก็พลอย ชื่อว่า อัมพลัฏฐิกา ด้วย เพราะอยู่ ใกล้มะม่วงหนุ่มต้นนั้น. อุทยานนั้นสมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ มีกำแพง ล้อมรอบ มีประตูประกอบไว้อย่างดี คุ้นครองอย่างดี ปานดังหีบฉะนั้น. ในอุทยานนั้นได้สร้างพระตำหนักอันวิจิตรด้วยประดิษฐกรรม เพื่อเป็นที่ เล่นทรงสำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักนั้น จึงเรียกกันว่า พระตำหนัก หลวง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน