เล่มที่ 11
ในกาลนั้น แม้ สุปปิยปริพาชก ก็อยู่ในอารามปริพาชกแห่งหนึ่งที่...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 128
เนื้อหา
ในกาลนั้น แม้ สุปปิยปริพาชก ก็อยู่ในอารามปริพาชกแห่งหนึ่งที่ เรียงรายอยู่ รอบ กรุงราชคฤห์ มีปริพาชกแวดล้อมเที่ยวภิกษาจารใน กรุง ราชคฤห์ วันนั้น แม้ สุปปิยปริพาชก ก็กระทำให้บริษัทปริพาชกหาภิกษา ได้ง่าย บริโภคอาหารเช้าแล้ว ให้พวกปริพาชกรับบริขารแห่งปริพาชก กล่าวว่า จักไป เมืองนาลันทา เหมือนกัน ไม่ทราบเลยว่า พระผู้มีพระ ภาคเจ้า เสด็จไปทางนั้น ชื่อว่าติดตามไป ถ้าทราบก็จะไม่ติดตามไป. สุปปิยปริพาชก นั้นไม่ทราบเลย เมื่อเดินไป ชะเง้อคอขึ้นดู จึงเห็น พระ ผู้มีพระภาคเจ้า งามด้วยพระพุทธสิริปานประหนึ่งยอดภูเขาทองเดินได้ที่ แวดวงด้วยผ้ากัมพลแดง. ได้ยินว่า ในสมัยนั้น พระฉัพพรรณรังสีแผ่ซ่านออกจากพระสรีระ ของพระทศพล วนเวียนรอบเนื้อที่ประมาณแปดสิบศอก. บริเวณป่านั้น ย่อมเป็นดังเกลื่อนกล่นไปด้วยช่อรัตนะ พวงรัตนะ และผงรัตนะ ดั่ง แผ่นทองที่วิจิตรด้วยรัตนะอันแผ่ออก ดั่งประพรมด้วยน้ำทองสีแดงก่ำ ดั่งเกลื่อนกล่นด้วยกลุ่มดาวร่วง ดั่งฝุ่นชาดที่คลุ้งขึ้นด้วยแรงพายุ และดั่ง แวบวาบปลาบแปลบด้วยแสงรัศมีแห่งสายรุ้งสายฟ้า และหมู่ดาราก็ ปานกัน. ก็และพระสรีระของ พระผู้มีพระภาคเจ้า รุ่งเรืองด้วยอนุพยัญชนะ แปดสิบ ดั่งสระที่มีดอกบัวหลวง และบัวขาบแย้ม ดั่งต้นปาริฉัตตกออก ดอกบานสะพรั่งไปทั้งต้น ดั่งจะเย้ยพื้นทิฆัมพร ซึ่งประหนึ่งแย้มด้วย พยับดาราด้วยพระสิริ อนึ่ง มาลัย คือพระลักษณะอันประเสริฐสามสิบสอง ประการของพระองค์ ที่งามวิลาศด้วยวงด้วยพระรัศมีประมาณวาหนึ่ง ก็ปาน ดั่งเอาพระสิริมาข่มเสียซึ่งพระสิริแห่งพระเจ้าจักรพรรดิสามสิบสองพระองค์ เทวราชสามสิบสองพระองค์และมหาพรหมสามสิบสองพระองค์ ที่วางไว้ ตั้งไว้ตามลำดับแห่งพวงมาลัยคือพระจันทร์สามสิบสองดวง พวงมาลัยคือ พระอาทิตย์สามสิบสองดวงที่ร้อยแล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน