เล่มที่ 2
แต่ในศพเพศตรงกันข้าม ภิกษุ ควรตั้งสติไว้ ประคองสมณสัญญาให้เก...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 368
เนื้อหา
อนึ่ง แม้ในศพที่ยังไม่แตกโดยประการทั้งปวง แต่คนผู้ดูแลป่าช้า หรือมนุษย์เหล่าอื่นให้ถือเอา ควรอยู่ ถ้าไม่ได้มนุษย์อื่น, ควรจะเอาศัสตรา หรือวัตถุอะไรทำให้เป็นแผลแล้ว จึงถือเอา. แต่ในศพเพศตรงกันข้าม ภิกษุ ควรตั้งสติไว้ ประคองสมณสัญญาให้เกิดขึ้น ทำให้เป็นแผลที่ศีรษะ หรือที่ หลังมือและหลังเท้าแล้วถือเอาสมควรอยู่. ในเรื่องอัน เป็นลำดับแห่งสรีระยังไม่แตกนั้น มีวินิจฉัยดังนี้:- หลายบทว่า กุสํ สงฺกาเมตฺวา จีวรํ อคฺคเหสิ มีความว่า ภิกษุ ลักด้วยกุสาวหาร ในบรรดาเถยยาวหาร ปสัยหาวหาร ปริกัปปาวหาร ปฏิจ- ฉันนาวหารและกุสาวหาร ซึ่งได้แสดงไว้แล้วแต่เพียงชื่อ ในการพรรณนาเนื้อ ความแห่งบทนี้ว่า อาทิเยยฺย ในเบื้องต้น. และพึงทราบความต่างกันแห่ง อวหารเหล่านี้ ดังจะกล่าวต่อไปนี้:- [ ] จริงอยู่ ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง แอบทำโจรกรรมมีการตัดที่ต่อเป็นต้น ลักทรัพย์ซึ่งมีเจ้าของ ในเวลากลางคืนหรือกลางวัน หรือหลอกลวงฉ้อเอา ด้วยเครื่องตวงโกง และกหาปณะปลอมเป็นต้น, อวหารของภิกษุรูปนั้นนั่นแล ผู้ถือเอาทรัพย์นั้น พึงทราบว่า เป็นเถยยาวหาร, ฝ่ายภิกษุใด ข่มเหงผู้อื่น คือ กดขี่เอาด้วยกำลัง, ก็หรือขู่กรรโซก คือ แสดงภัย ถือเอาทรัพย์เป็นของ ชนเหล่านั้น เหมือนพวกโจรผู้ฆ่าเชลย ทำประทุษกรรม มีฆ่าคนเดินทาง และฆ่าชาวบ้านเป็นต้น (และ) เหมือนอิสรชน มีพระราชาและมหาอำมาตย์ เกิดขึ้นแล้ว. ก็วิตกตัดโลกิยปัญญา แม้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยอำนาจแห่งสมาบัติแปด และอภิญญาห้าให้สิ้นไป เพราะฉะนั้น จึงทำให้ปัญญาดับ. บทว่า วิฆาตปกฺ- ขิโก ความว่า เป็นส่วนแห่งทุกข์. ชื่อว่า ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน เพราะวิตก ไม่ให้เพื่อกระทำชื่อนิพพานอันปัจจัยไม่ปรุงแต่งนั้นให้ประจักษ์. บทว่า อพฺภตฺถํ คจฺฉติ ความว่า ถึงความสิ้นไป คือ ความไม่มี คือ ดับไป ดุจฟองน้ำฉะนั้น. บทว่า ปชหเมว คือ ทิ้งแล้วนั้นเทียว. บทว่า วิโน- ทนเมว คือ นำออกไปแล้วนั้นเทียว. บทว่า พฺยนฺตเมว นํ อกาสึ ความว่า เราทำวิตกนั้นให้ไปปราศ ไม่มีเหลือหมุนกลับ ปกปิดนั้นเทียว. บทว่า พฺยาปาทวิตกฺโก ความว่า วิตกที่ชื่อว่าประกอบพร้อมด้วยการ เบียดเบียนคนอื่น ย่อมไม่เกิดในพระหฤทัยของพระโพธิสัตว์. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงความที่พระโพธิสัตว์นั้นทรงน้อมจิตไป เพราะ อาศัยเหตุทั้งหลายมีฝนจัด ร้อนจัด และหนาวจัดเป็นต้นนั้น จึงตรัสว่า พยาบาทวิตก ดังนี้. บทว่า วิหึสาวิตกฺโก ความว่า วิตกที่ประกอบพร้อม ด้วยการยังทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่คนเหล่าอื่น ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระมหาสัตว์. แต่ อาการแห่งความฟุ้งซ่านในพระหฤทัย เป็นอาการแห่งอารมณ์หลายประการ พระโพธิสัตว์ ทรงถือเอาอาการนั้น ทำวิหิงสาวิตก. เพราะพระองค์ประทับนั่ง ณ พระทวารแห่งพระบรรณศาลา ทรงเห็นเนื้อร้ายมีสีหะและเสือโคร่งเป็นต้น กำลังเบียดเบียนเนื้อตัวเล็ก ๆ มีสุกร เป็นต้น. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ทรง ดำริว่า ศัตรูทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เดียรัจฉานเหล่านี้ ในป่าซึ่งไม่มีภัย แต่ไหนชื่อแม้นี้ พวกสัตว์มีกำลังกินสัตว์มีกำลังน้อย พวกสัตว์กินสัตว์มีกำลัง น้อยย่อมเป็นอยู่ได้ ดังนี้ ทรงยังพระกรุณาให้เกิดขึ้น ทรงเห็นสัตว์แม้เหล่าอื่น มีแมวเป็นต้น กำลังกินสัตว์มีไก่และหนูเป็นต้น. เสด็จเข้าสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต ทรงยังพระกรุณาให้เกิดขึ้นว่า มนุษย์ทั้งหลายถูกข้าราชการเบียดเบียน สวย ของพระราชาเป็นต้น ซึ่งทำการริบเอาเรือนของผู้อื่น ด้วยอำนาจความโกรธ และใช้พลการเก็บพลี เกินกว่าพลีที่ถึงแก่ตน, อวหารของภิกษุนั้น ผู้ถือเอา อย่างนั้น พึงทราบว่า เป็นปสัยหาวหาร ส่วนอวหารของภิกษุผู้กำหนดหมาย ไว้แล้วถือเอา ท่านเรียกว่า ปริกัปปาวหาร. ปริกัปปาวหารนั้น มี ๒ อย่าง เนื่องด้วยกำหนดหมายสิ่งของ และกำหนดหมายโอกาส. [
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน