เล่มที่ 2

เรื่องศพที่ยังสด มีวินิจฉัยดังนี้ :- บทว่า อธิวตฺโถ ความว่า ...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: เรื่องเล่า ลำดับที่: 367


เนื้อหา

ในเรื่องศพที่ยังสด มีวินิจฉัยดังนี้ :- บทว่า อธิวตฺโถ ความว่า เปรตเกิดขึ้นในศพนั้นนั่นเอง เพราะ ความอยากในผ้าสาฎก. บทว่า อนาทิยนฺโต ความว่า ภิกษุไม่เชื่อคำของเปรตนั้น หรือ ไม่ทำความเอื้อเฟื้อ. หลายบทว่า ตํ สรีรํ อุฏฺ€หิตฺวา ความว่า เปรตบังคับให้ศพ นั้นลุกขึ้น ด้วยอานุภาพของตน. เพราะเหตุนั้น พระอุบาลีเถระจึงกล่าวไว้ว่า ศพนั้นลุกขึ้น (เดินตามหลังภิกษุนั้นไป * ). สองบทว่า ทฺวารํ ณกสิ ความว่า วิหารของภิกษุมีอยู่ในที่ใกล้ ป่าช้านั้นเอง เพราะเหตุนั้น ภิกษุเป็นผู้กลัวอยู่โดยปกติ จึงรีบเข้าไปในวิหาร นั้นนั่นเอง แล้วปิดประตู. สองบทว่า ตตฺเถว ปริปติ ความว่า เมื่อภิกษุปิดประตูแล้วเปรต เป็นผู้หมดความอาลัยในผ้าสาฎก จึงละทิ้งศพนั้นไว้ แล้วไปตามยถากรรม. เพราะเหตุนั้น ร่างศพนั้นก็ล้มลง. มีคำอธิบายว่า ตกไปในที่นั้นนั่นแล. สองบทว่า อภินฺเน สรีเร ความว่า อันผ้าบังสุกุลที่ศพสดซึ่งยัง อุ่นอยู่ ภิกษุไม่ควรถือเอา. เมื่อภิกษุถือเอา อุปัทวะเห็นปานนี้ย่อมมี และ ภิกษุย่อมต้องทุกกฏ แต่จะถือเอาที่ศพแตกแล้ว ควรอยู่. ถามว่า ก็ศพจะจัดว่า แตกแล้ว ด้วยเหตุเพียงไร ? แก้ว่า แม้ด้วยเหตุเพียงถูกจะงอยปากหรือเขี้ยว อันสัตว์ทั้งหลาย มี กา พังพอน สุนัข และสุนัขจิ้งจอกเป็นต้น กัดแล้วนิดหน่อย. ส่วนอวัยวะ ของศพใดที่ล้มลง เพียงผิวหนังถลอกไปด้วยการครูดสี. หนังยังไม่ขาดออก, ศพนั้น นับว่ายังสดทีเดียว, แต่เมื่อหนังขาดออกแล้วจัดว่าแตกแล้ว. แม้ศพใด // * วิ. มหา. ๑/๑๐๙ อัตภาพของพระโพธิสัตว์ก็กลับเป็นปกติโดยไม่นานนัก. จริงอยู่ อัตภาพที่ คร่ำคร่าเพราะชรา แม้จะได้โภชนะที่สบาย ก็ไม่กลับเป็นปกติได้. แต่พระ- โพธิสัตว์ยังหนุ่มแน่น เพราะเหตุนั้น เมื่อพระโพธิสัตว์นั้น เสวยพระกระยาหาร ที่สบาย อัตภาพจึงเป็นปกติโดยไม่นานนัก. พระอินทรีย์ทั้งหลายก็ผ่องใส พระฉวีวรรณก็บริสุทธิ์ พระสรีระซึ่งประดับประดาด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการก็บริบูรณ์ ดุจหมู่ดวงดาวขึ้นสู่ท้องฟ้าฉะนั้น. พระโพธิสัตว์นั้นทรงแลดู อัตภาพนั้นแล้ว ทรงคิดว่า อัตภาพชื่อว่า ลำบากเพียงนั้น กลับเป็นปกติ อย่างนี้ ทรงถือวิตกแม้นิดหน่อยอย่างนี้ เพราะความที่พระองค์ทรงมีปัญญามาก จึงทรงกระทำด้วยดำริว่า กามวิตก. พระองค์ประทับนั่งข้างหน้าพระบรรณศาลา ทรงเห็นหมู่เนื้อมีเนื้อทราย กวาง ฟาน โค ละมั่ง เป็นต้น หมู่นก มีนกยูงไก่ป่าเป็นต้น ซึ่งร้องเสียงไพเราะน่าจับใจ บึงทั้งหลายซึ่งดาดาษ ด้วยอุบลเขียว โกมุทและกมลเป็นอาทิ ราวป่าเงียบสงัดดาดาษด้วยดอกไม้ นานาชนิด และแม่น้ำเนรัญชรา ซึ่งไหลพัดน้ำขุ่นเหลือแต่น้ำใสดุจก้อนแก้วมณี. พระโพธิสัตว์นั้น ทรงมีพระดำริว่า ฝูงเนื้อ หมู่นก บึง ราวป่า แม่น้ำ เนรัญชราเหล่านี้ สวยงามหนอ ดังนี้. พระองค์ทรงถือวิตกนิดหน่อยอย่างนี้ แม้นั้น ทรงกระทำกามวิตก. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กามวิตก ย่อมเกิดขึ้น ดังนี้. บทว่า อตฺตพฺยาพาธายปิ ความว่า เพื่อ ความทุกข์แก่ตนบ้าง. ในบททั้งปวง ก็มีนัยเช่นเดียวกัน. ถามว่า ก็ชื่อว่า วิตกที่เป็นไปเพื่อความทุกข์แก่ทั้ง ๒ ฝ่ายของพระมหาสัตว์ มีหรือ. ตอบว่า ไม่มี. ก็เมื่อพระมหาสัตว์ดำรงอยู่ในความไม่กำหนดรู้ วิตกย่อมเป็นไปจนถึง การเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะฉะนั้น จึงได้ชื่อ ๓ อย่าง นั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสอย่างนั้น. บทว่า ปญฺานิโรธิโก ความว่า ย่อมไม่ให้เพื่อเกิดขึ้นแห่งปัญญาอันเป็นโลกิยะและโลกุตตระ ที่ยังไม่ ในเวลายังมีชีวิตนั่นเอง มีฝีโรคเรื้อนและต่อม หรือแผลแตกพรุนทั่วไป, แม้ ศพนี้ชื่อว่า แตกแล้ว. ตั้งแต่วันที่ ๓ ไป แม้สรีระที่ถึงความเป็นซากศพ โดย เป็นศพที่ขึ้นพองเป็นต้น จัดว่าเป็นศพที่แตกแล้วโดยแท้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน