วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

สภาพและที่ตั้งของวัด

วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 999 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2542

เขตที่ตั้งและอุปการะของวัด

ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 8 - 2 - 54 ไร่ โฉนดที่ดินเลขที่ 48314 - 48321. อาณาเขตด้านทิศเหนือติดกับ โรงเรียนสมาคมไทย - ญี่ปุ่น และที่ว่างเปล่าของเอกชน ด้านทิศตะวันออกติดคลองลาดพร้าว ด้านทิศใต้ติดกับ ที่ดินที่กันไว้เป็นถนนทางเข้า ด้านทิศตะวันตกติดกับโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก พื้นที่ตั้งวัดเดิมเป็นที่ ราบลุ่มว่างเปล่า ขอบเขตที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ความเป็นมา

สืบเนื่องจากชุมชนบึงพระราม 9 ประสบปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาน้ำเน่าเสีย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีพระราชดำริให้ทดลองแก้ไขปัญหาน้ำเสียด้วยวิธีเติมอากาศ ณ บริเวณบึงพระราม 9 เขตที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ติดกับคลองลาดพร้าว และด้านใต้จดกับคลองแสนแสบ มีพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2531 เมื่อการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียตามโครงการบึงพระราม 9 ดำเนินการไปได้ในระดับหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2531 ให้ปรับปรุงสภาพพื้นที่ และพัฒนาชุมชนในพื้นที่บริเวณข้างเคียง พร้อมกันนั้นให้มีการจัดตั้งวัดขึ้น ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 8 - 2 - 54 ไร่ และได้รับอนุญาตให้สร้างวัดจากกรมการศาสนาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2534 โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเป็นองค์อุปถัมภ์ ฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส โดยมีนายจริย์ ตุลยานนท์ กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการก่อสร้างวัด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก" และทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวาง ศิลาฤกษ์พระอุโบสถเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 การออกแบบพระอุโบสถ นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินซูกลิ่น ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมในวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และได้นำแบบพระอุโบสถขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรมีรับสั่งให้ย่อลงให้มีขนาดกะทัดรัด สอดคล้องกับลักษณะของชุมชน มีพระราชประสงค์ให้วัดนี้เป็นวัดของชุมชนพระราม 9 เพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจ และให้เป็นตัวอย่างของ การสร้างวัดสำหรับชุมชนอีกด้วย การออกแบบพระอุโบสถได้เน้นประโยชน์ในอาคารอย่างคุ้มค่า วัสดุก่อสร้างทั้งหมดเป็นของที่ผลิตในประเทศ ส่วนรูปแบบทางศิลปกรรมเป็นการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยกับ สถาปัตยกรรมร่วมสมัย เน้นความเป็นเฉพาะในแบบอย่างสถาปัตยกรรมปัจจุบัน ในการก่อสร้างพระอุโบสถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระกระแสรับสั่งให้นำพระราชลัญจกรประจำ พระองค์รัชกาลที่ 9 มาประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ รวมถึงเพื่อเป็นสิริมงคลแก่วัด ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชดำรัสให้จัดสร้างขึ้น และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ เป็นวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชวินิจฉัยให้สร้างพระประธานประจำอุโบสถเป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัยมีพุทธลักษณะแบบรัตนโกสินทร์ ผสมผสานระหว่างอุดมคติ และเหมือนจริง ด้วยการห่มจีวร แบบพระสงฆ์ที่เหมือนจริง แต่มีพระเกศาเป็นแบบอุดมคติ และเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2541 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อพระประธาน และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระประธาน ประจำพระอุโบสถว่า "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต" และได้พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2541 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 12.60 เมตร ยาว 22.10 เมตร ในการนี้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีตัดลูกนิมิต พระอุโบสถ และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงบรรจุพระบรม สาริลีกธาตุในพระเกศพระประธาน และทรงยกฉัตรพระประธาน "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต"

วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นวัดตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรง ต้องการให้เป็น "วัด" ขนาดเล็กที่เรียบง่ายมุ่งเน้นประโยชน์ในการใช้สอยสูงสุด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนใน ชุมชนในลักษณะ 3 ประสาน "บ้าน วัด โรงเรียน" หรือที่เรียกว่า "บวร" เพื่อเป็นทั้งพุทธสถานในการประกอบ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และในขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของราษฎรในการประกอบกิจกรรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจนการพัฒนาชุมชน ในลักษณะพึ่งพาอาศัย และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ก่อสร้างสำเร็จลุล่วงด้วยทุนมูลนิธิชัยพัฒนา และพลัง ศรัทธาของมวลพสกนิกร และได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเป็นกรณีพิเศษ

เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2542

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 8-2-54 ไร่ ส่วนสิ่งปลูกสร้างมีดังนี้

  1. พระอุโบสถสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องทำด้วยแผ่นเหล็กสีขาว องค์ประกอบ เครื่องบนหลังคาเป็นปูนปั้นลายดอกพุดตาน ประดับหน้าบันด้วยลายปูนปั้น ปิดทองเฉพาะที่ตรา พระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ช่อฟ้า ใบระกาเป็นลวดลายปูนปั้นไม่ปิดทองประดับ กระจก ผนังเสาก่ออิฐฉาบปูนเรียบสีขาว บานประตูหน้าต่างใช้กรอบอะลูมิเนียม ลูกฟักเป็นกระจก เพดานเป็นไม้แบบเรียบ ฝังไฟเป็นระยะ โคมไฟในแนวกลาง เดิมออกแบบเป็นโคมหวด หรืออัจกลับ แบบเรียบแต่ได้ผู้มีจิตศรัทธาถวายโคมระย้า ประดับไว้แทนรวม 4 ช่อ พื้นปูหินแกรนิต ใบเสมาทำ เป็น 2 แบบ ที่มุมทั้ง 4 เป็นหลักเสมาหินทรายสีเขียวจำหลัก รูปเสา หัวเสาประดับลายดอกบัว กำแพงแก้วก่ออิฐฉาบปูน

  2. กุฏิเจ้าอาวาส และกุฏิสงฆ์ จำนวน 5 หลัง

  3. ศาลาการเปรียญ จำนวน 1 หลัง

  4. หอระฆัง จำนวน 1 หลัง

  5. โรงครัว จำนวน 1 หลัง

มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระประธานประจำพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะแบบรัตนโกสินทร์ มีขนาดความสูงจากฐานถึงปลายรัศมี 180 เซนติเมตร ขนาดหน้าพระเพลา 120 เซนติเมตร พร้อมทั้ง พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร พระพุทธรูปทำด้วยทองเหลืองผสมทอง และพระบรมสาริริกธาตุ ที่บรรจุใน พระเกศพระประธาน ซึ่งได้มาจากพระสถูปโบราณ ณ เมืองกุสินารา อันเป็นสถานที่เสด็จพระปรินิพพานของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้จัดกิจกรรมในส่วนของภิกษุสามเณร คือ ทำนุบำรุงรักษาวัดให้สะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ เพื่อความสะดวกสบายแก่การปฏิบัติสมณธรรม และเอื้อมอำนวยต่อการศึกษาและปฏิบัติ ธรรมของสาธุชน

  • ภิกษุสามเณรทุกรูปเน้นการปฏิบัติในวิปัสสนาธุระ คือ การฝึกปฏิบัติจิตภาวนา เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ สาธุชนผู้สนใจในธรรมปฏิบัติ

  • เทศนาสั่งสอนประชาชนในทุกวันธรรมสวนะ (วันพระ) 8 ค่ำ 15 ค่ำ ฯลฯ

  • นำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีบูชาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ มาฆบูชา วิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา วันเฉลิมพระชนมพรรษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์

กิจกรรมเพื่อการสั่งสอนเผยแพร่พุทธศาสนา และอบรมศีลธรรม

  1. เพื่อเป็นแบบอย่างของการสร้างวัดขนาดเล็ก

  2. เพื่อเป็นที่สั่งสอนเผยแพร่พระพุทธศาสนา

  3. เพื่อเป็นที่อบรมศีลธรรม จริยธรรม

  4. เพื่อเป็นตัวอย่างของการปลูกฝังความใกล้ชิดระหว่าง วัด โรงเรียน ชุมชน และหน่วยราชการให้มี ความสัมพันธ์กันในลักษณะเกื้อหนุน และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งมีลักษณะดังนี้

จัดการสั่งสอนพระพุทธศาสนาแก่เยาวชน โดยให้ภิกษุสามเณรมีความรู้ทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างดี ไปสอนวิชาพระพุทธศาสนาแก่นักเรียนโรงเรียนวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ในชั่วโมงเรียนวิชา พระพุทธศาสนา และจัดบรรยายพิเศษนอกเวลาชั่วโมงเรียน เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ในพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง

  • จัดฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรมแก่เยาวชน เน้นการฝึกอบรมจิตด้วยสมาธิ เพื่อพัฒนาจิตใจของ เยาวชนให้เป็นคนมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิในการเล่าเรียน มีสำนึกในทางศีลธรรม มีมารยาทที่ดีงาม และรู้ จักทำประโยชน์แก่ส่วนรวม การฝึกอบรมดังกล่าวจัดเป็น 3 ส่วน คือ

  1. จัดฝึกอบรมจิตภาวนาแก่นักเรียนโรงเรียนวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ตามโอกาสที่เหมาะสม

  2. จัดฝึกอบรมจิตภาวนาแก่เยาวชนในชุมชน แนะนำความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เพื่อให้เด็กรู้เรื่อง ของพระพุทธศาสนาในขั้นพื้นฐาน

  3. จัดโครงการข้าวก้นบาตร โดยการคัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกเข้ามา รับประทานอาหารในวัด พร้อมทั้งให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของวัด

  4. การเสริมความรู้ทางพระพุทธศาสนา และศีลธรรมจริยธรรม เป็นกิจกรรมเพื่อนำเยาวชนเข้าสู่วัด เข้าสู่ศาสนา เข้าสู่ศีลธรรม ด้วยสื่อที่ให้ทั้งความรู้และความสนุกเพลิดเพลิน

  5. จัดห้องโสตทัศนศึกษา สำหรับเป็นที่ฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและพระราชกรณียกิจใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  6. กิจกรรมเยาวชน ตามรอยพระยุคลบาท บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เป็นกิจกรรมหนึ่งที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเยาวชนระดับอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อให้ลูกหลาน ไทยได้ซึมซับเอาวัฒนธรรมอันดีงามไว้ในจิตสำนึกตั้งแต่เยาว์วัย โดยสอดแทรกกิจกรรมที่ทำให้เด็ก จดจำ และรู้จักคิด รู้จักรักบ้านเมือง เริ่มต้นจากการทำบ้านเรือนของตนให้งดงาม สะอาด เป็น ระเบียบ ที่สำคัญรู้จักรับผิดชอบต่อส่วนรวม

บทบาทต่อสังคมและด้านศาสนา

วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นโครงการตัวอย่างของการพัฒนาชุมชนที่มีการผสมผสานในลักษณะ ของ "บวร" อันประกอบด้วย บ้าน (ชุมชน) วัด และราชการ (โรงเรียน) แบบพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยมีวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นตัวอย่างของวัดขนาดเล็กในชุมชนเมืองในกรุงเทพมหานคร เป็นแกนนำ ในการพัฒนาดังเช่นวัดในอดีต เป็นแบบฉบับที่พึงยึดถือในลักษณะที่เรียบง่าย ประหยัด อันเป็นแนวทางแห่งการ พัฒนาในปัจจุบันและอนาคต

การบริหารและการปกครอง

ได้จัดการปกครองโดยมีพระเทพญาณวิสิษฐ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พร้อมพระภิกษุ 6 รูป สามเณร 1 รูป รวม 7 รูป