วัดสำราญนิเวศ

สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด

วัดสำราญนิเวศ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔ หมู่ที่ ๙ ถนนชยางกูร ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๘๗ ได้รับ สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด

มีที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๓๗ ไร่ ๒ งาน ๓๘ ตารางวา ทิศเหนือติดกับหมู่บ้านสุขสำราญ ทิศตะวันออกติดกับถนนอรุณประเสริฐ ซอย ๒ ทิศใต้ติดกับธนาคารเพื่อการเกษตรฯ และ โรงเรียนเจริญวิทยา ทิศตะวันตกติดกับถนนชยางกูร พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงล้อมรอบ มีถนนผ่าน ๓ ด้าน และมีทางเข้าสู่วัด ๓ ทาง

ความเป็นมา

วัดสำราญนิเวศ เดิมเป็นป่าไกลจากหมู่บ้านเงียบสงบ พระครูทัศนประกาศ (บุ จนฺทสิริ) เคยธุดงค์มาภาวนาเห็นเป็นที่วิเวกสัปปายะ เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรของพระกรรมฐาน อีกทั้งมีพระชุดงค์มาพักแรมอยู่เรื่อย ขุนสถล-คุณแม่บุญเยือง สุวรรณกูฏ, คุณแม่คำหยาด ระพาเทศ และกำนันนวน สุวรรณกูฏ เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ มีศรัทธามอบที่ดินของตนรวมกันเข้า ประมาณ ๓๗ ไร่ ถวายให้สร้างวัด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ พระครูทัศนประกาศ (บุ จนฺทสิริ) จึงเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านได้นำพระภิกษุสามเณรอุบาสกอุบาสิกาได้ดำเนินการก่อสร้างปรับปรุง ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ศาสนธรรม และศาสนบุคคล จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เจ้าพระคุณสมเด็จ พระมหาวีรวงศ์ (ติสสะมหาเถระ) ออกตรวจการพระศาสนาและออกตรวจการคณะสงฆ์ เดินทางมาพักแรมที่วัดนี้ เห็นว่าจะเป็นวัดที่จะอำนวยประโยชน์สุขแก่พุทธศาสนิกชน จึงได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดสำราญนิเวศ" และในปีเดียวกัน เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสสะมหาเถระ) ได้ส่ง พระมหาดุสิต เทวิโล วัดบรมนิวาส มาเป็นเจ้าคณะอำเภออำนาจเจริญ ต่อมาท่านได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์ที่พระครูทัศนวิสุทธิ์ ท่านทั้ง ๒ ได้พัฒนาวัดสำราญนิเวศทั้งด้านการศึกษา และปฏิบัติ โดยจัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ในด้านถาวรวัตถุก็มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก วัดสำราญนิเวศจึงเป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนตลอดมา

ศาสนสมบัติของวัด

๑. พระอุโบสถ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับเซรามิก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ และบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕

๒. ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น

๓. โรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นอาคารไม้ ๒ ชั้น

๔. ฌาปนสถาน สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

๕. ศาลาบำเพ็ญกุศล เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

๖. อาคารปฏิบัติธรรม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น

๗. อาคารสำนักงาน เป็นอาคาร ๒ ชั้น

๘. อาคารรับรอง ๒ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

๙. กุฏิสงฆ์ ๒๘ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

๑๐. กุฏิแม่ชี ๔ หลัง พร้อมกำแพงล้อมรอบ

๑๑. โรงครัว เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

๑๒. โรงเก็บของ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

๑๓. ห้องน้ำ ๔ หลัง จำนวน ๘๐ ห้อง

๑๔. ซุ้มประตู ๒ หลัง

๑๕. กำแพงล้อมรอบเขตวัดและเขตธุดงค์สถาน ความยาวประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร

ปูชนียวัตถุที่สำคัญ

๑. พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานประจำพระอุโบสถพร้อมด้วยบริขารของ บูรพาจารย์

๒. หลวงพ่อเมตตา เป็นพระพุทธรูปจำลองแบบจากประเทศอินเดีย ขนาดหน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว ประดิษฐานที่ศาลาการเปรียญ

๓. สมเด็จทิพยอำนาจ พระพุทธรูปแบบเชียงแสน สร้างด้วยทองสำริดปิดทอง ขนาด หน้าตักกว้าง ๔.๕๐ เมตร เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองอำนาจเจริญ ประดิษฐานที่เจดีย์ศรีกาญจนา ภิเษก

๔. พระสังกัจจายน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นประดับด้วยเซรามิก ขนาดหน้าตักกว้าง ๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ด้านการศึกษา ทางวัดจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม และบาลี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ เปิดสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และจัดส่งพระภิกษุสามเณรไปสอนธรรมศึกษา แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ

ด้านการศาสนสงเคราะห์ ได้ช่วยเหลือสังคมโดยร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณกุศล ต่าง ๆ โดยดำเนินการดังนี้

๑. ตั้งกองทุนชื่อ "กองทุนบุญนิธิวัดสำราญนิเวศ" สำหรับช่วยเหลือพระภิกษุสามเณร และนักเรียนในด้านการศึกษา

๒. มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาปีละประมาณ ๓๓ ทุน ทุกปี

๓. สงเคราะห์ผู้ประสบภัย โดยเป็นศูนย์กลางในการรับบริจาค และนำไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย

๔. ร่วมกับพุทธสมาคมนำกฐิน และผ้าป่าไปทอดถวายวัดที่ขาดแคลนปีละหลายวัด โดยจัดเป็นประเพณีทุกปี

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๑. ทุกวันธรรมสวนะ มีการทำบุญ รักษาศีลอุโบสถ แสดงธรรม และอบรมกรรมฐาน ๒. ในเทศกาลเข้าพรรษา มีการทำวัดเช้า-เย็น ร่วมกับประชาชน และอบรมสมาธิ ภาวนาตลอดพรรษา ๓. มีการบำเพ็ญกุศลเป็นพิเศษในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา ฯลฯ ๔. เป็นที่ประกอบศาสนพิธี รัฐพิธี และประเพณีท้องถิ่น

การบริหารและการปกครอง จัดการบริหารการปกครองวัดโดยยึดหลักพระธรรมวินัย เป็นหลักใหญ่ในการปกครอง ตลอดถึงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎระเบียบคำสั่ง จารีตประเพณีวัฒนธรรมที่ไม่ขัด ต่อพระธรรมวินัย จัดวางกฎกติกาของวัด กระจายการปกครองโดยแบ่งออกเป็น ๔ คณะ มี หัวหน้าคณะเป็นผู้ดูแลในแต่ละคณะ ในความควบคุมของเจ้าอาวาส มีการประชุมพระภิกษุสามเณร ทุกวันธรรมสวนะ หลังทำวัดค่ำ และประชุมสงฆ์ทุกวันอุโบสถ รายนามเจ้าอาวาสที่ปกครองวัด คือ ๑. พระครูทัศนประกาศ (บุ จนุทสิริ)

พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๕๑๗ ๒. พระครูวิจิตรธรรมภาณี (สิงห์ สุขปุญฺโญ)

พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๒๕ ๓. พระครูทัศนประกาศ (เขียน นารโท)

พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๐ ๔. พระสุทธิสารมุนี

(บุญรักษ์ จิตปุญฺโญ) พ.ศ. ๒๕๓๐ -ปัจจุบัน