วัดบางกระเบา
สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด
วัดบางกระเบา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๖ ตำบล บางกระเบา อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงเป็น กรณีพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๗๖ ตารางวา เดิมมีเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๗๖ ตารางวา ต่อมาได้จัดซื้อเพิ่มเติมอีก ๒ ไร่ ๑ งาน และมีที่ธรณีสงฆ์ ๓๐๓ ไร่ ๓๘ ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มมีกำแพงล้อมรอบ เดิมเป็นทุ่งนาติดริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง ๖ กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดปราจีนบุรี ๓๐ กิโลเมตร การคมนาคม ในสมัยก่อนใช้การสัญจรทางน้ำ แต่ปัจจุบันมีการคมนาคมสะดวก อาณาบริเวณภายในวัดมี ความสะอาดร่มรื่นโดยเฉพาะเป็นแหล่งทัศนศึกษา เนื่องจากบริเวณต้นไม้กลางวัดติดกับอุโบสถ มีค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัวพักอาศัยมานานประมาณ ๑๐๐ กว่าปีมาแล้ว แต่ค้างคาวได้ทำลาย พืชผลของประชาชนแต่อย่างใด จึงจัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์เพื่อทัศนศึกษาของประชาชนต่อไป
ความเป็นมา
วัดบางกระเบา เดิมเรียกว่า วัดน้อยนางหงส์ เพราะนายน้อย-นางหงส์เป็นผู้ริเริ่มสร้าง และตั้งวัด เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๐ เป็นลำดับมา ต่อมาประชาชนเห็นว่าบริเวณ ที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง มีต้นกระเบาขึ้นอยู่หนาแน่น เพราะเป็นต้นไม้ยืนต้น
มีผลรับประทานได้ อีกทั้งเมล็ดทำเป็นยารักษาโรคได้ จึงตั้งชื่อวัดใหม่ตามพันธุ์ไม้ว่า "วัดบางกระเบา" นิยมเรียกชื่อนี้จนติดปากรู้จักกันทั่วไป สมัยเดิมอาคารเสนาสนะต่างๆ เป็นอาคารไม้ ปัจจุบันได้ซ่อมแซมและสร้างอาคารถาวรขึ้นหลายหลัง ส่วนปูชนียบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่วัด คือพระครูสิทธิสารคุณ หรือหลวงพ่อจาด ครเสโร (สีชัง) อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง เป็นพระเถระที่มีเมตตา และปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นผู้ทรงอภิญญา และพุทธาคมเก่งกล้า อีกทั้งมีปฏิปทาที่งดงาม เกียรติคุณที่รู้จักทั่วไปคือ วัตถุมงคล โดยเฉพาะระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๕ ท่านได้รับอาราธนาจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ปลุกเสกเสื้อยันต์ขาว-แดง และแหวนมงคล เพื่อนำไปมอบให้ทหาร และตำรวจ เมื่อครั้งเกิดสงครามอินโดจีน และสงครามมหาเอเซียบูรพา ซึ่งปรากฏอิทธิปาฏิหารย์เป็นที่เลื่องลือทั่วไป ดังนั้น ในอดีตวัดหางกระเบาจึงเคยเป็นที่พักของทหารไทยก่อนออกสงครามอินโดจีนมาก่อน นอกจากนี้มีความสำคัญทางประวัติของวัด คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสทางแม่น้ำบางปะกง และได้ทรงแวะพักที่วัดนี้ และพร้อมนี้ได้ถวายเรือมาดให้กับหลวงพ่อจาดไว้ ใช้ในกิจของสงฆ์ซึ่งปัจจุบันได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนมีสภาพดังเดิม ต่อมาปัจจุบันได้พัฒนาวัดจนกระทั่งได้รับรางวัลยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างชนะเลิศระดับจังหวัด เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นของกรมการศาสนาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้รับพระราชทานเสมาทองคำ ประเภทส่งเสริมชุมชนโดยใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖
ทรัพย์สิน
วัดบางกระเบา มีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ค คือที่ดินตั้งวัดจำนวน ๑๔ ไร่๒ งาน ๗๖ ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ ๓๐๓ ไร่ ๓๘ ตารางวา อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีรายละเอียดดังนี้
๑. อุโบสถ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๕ เมตร หลังคาทรงไทยมีช่อฟ้าใบระกา พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างกำแพงแก้วล้อมรอบ ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกกรงเหล็กดัด สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๒³๕,๗๖๗. - บาท
. วิหาร จำนวน ๒ หลัง สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทยมีช่อฟ้า ใบระกา แบบจตุรมุข หน้าบันปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี พื้นปูหินอ่อนขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ค่าก่อสร้างหลังละ ๕๐,๐๐๐.- บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) รวม ๒ หลัง เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
๓. ศาลาการเปรียญ จำนวน ๑ หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ สร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา เป็น ๓ มุข กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๒ เมตร สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๕,๗๓๕,๖๗๙.- บาท (ห้าล้านเจ็ดแสนสามหมื่นห้าพันหกร้อยเจ็ดสิบ เก้าบาทถ้วน)
๔. กุฏิ จำนวน ๖ หลัง ทรงไทย ๒ หลังแรก (กุฏิ ๑, กุฏิ ๒) เป็นอาคาร ๒ ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร ทรงไทย ค่าก่อสร้างหลังละ ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท รวม ๒ หลัง ความกว้างยาวทั้ง ๒ หลังเท่ากัน เป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (สองล้านบาทถ้วน) และทรงไทยอีก ๑ หลัง (กุฏิ ๓) กว้าง ๕ เมตร ยาว ๘ เมตร สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๙๐,๕๗๐.- บาท กุฏิอีก ๓ หลัง ทรงสเปน (กุฏิ ๔, กุฏิ ๕ และกุฏิ ๖) สร้างเป็น ๒ ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ มีขนาดกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๑๓ เมตร ความกว้างยาวทั้ง ๓ หลัง เท่ากัน ค่าก่อสร้างประมาณหลังละ ๑,๒๕๐,๐๐๐.- บาท รวมเป็นเงินค่าก่อสร้างกุฎิทั้ง ๓ หลัง เป็นเงิน ๓,๗๕๐,๐๐๐.- บาท รวมค่าก่อสร้างทั้ง ๖ หลัง เป็นเงินทั้งสิ้น ๘๔๐,๕๖๗.- บาท (ห้าล้าน แปดแสนสี่หมื่นห้าร้อยหกสิบเจ็ดบาทถ้วน)
๕. มณฑป จำนวน ๑ หลัง สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา เป็นจตุรมุข กว้าง ๘ เมตร ยาว ๘ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๒๑๐,๐๐๐.- บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
๖. หอระฆัง สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เสาไม้พื้นปูน สูง ๓ ชั้น เป็น ๔ มุข กว้าง ๓.๕ เมตร ยาว ๓.๕ เมตร ค่าก่อสร้าง ๑๒๔,๕๒๐.- บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นสี่พัน ห้าร้อยสิบสองบาทถ้วน)
๗. โรงเรียนพระปริยัติธรรม สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นอาคาร ๒ ชั้น ครึ่งตึก ครึ่งไม้ สิ้นค่าก่อสร้าง ๕๙,๗๕๐.- บาท ใช้สำหรับเป็นที่ศึกษาพระปริยัติธรรม และได้สร้างใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นอาคารทรงไทย ๓ มุข มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบัน ปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี ขนาดกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๗ เมตร ค่าก่อสร้าง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (สิบล้านบาทถ้วน)
๘. ศาลาท่าน้ำ จำนวน ๔ หลัง
พ.ศ. ๒๕๑๓ สร้างศาลาท่าน้ำด้วยไม้ทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา กว้าง ๔ เมตร ยาว ๕ เมตร พื้นไม้ มีลูกกรงรอบ ค่าก่อสร้างประมาณ ๕๐,๐๐๐.- บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๑๓ สร้างศาลาท่าน้ำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๕ เมตร ยาว ๖ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๒๙๕,๐๐๐.- บาท (สองแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๖ สร้างศาลาท่าน้ำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบัน ปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี พื้นปูหินอ่อน ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๗ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๕๐๐,๐๐๐.- บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ สร้างศาลาท่าน้ำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบัน ปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี พื้นปูหินอ่อน ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๗ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๗๐๐,๐๐๐.- บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)
๙. เมรุเผาศพ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงมณฑป ๔ มุข กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๒ เมตร บริเวณรอบเมรูปูพื้นซีแพค สิ้นค่าก่อสร้าง ๒,๔๐๐,๐๐๐.- บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน)
นอกจากนี้ วัดบางกระเบาได้ดำเนินการปรับปรุงบริเวณภายในวัด ให้สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย คือ
พ.ศ. ๒๕๓๔ สร้างสะพานท่าน้ำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๒ เมตร ยาว ๙ เมตร จำนวน ๓ สะพาน สะพานละ ๑๖๐,๐๐๐.- บาท รวม ๓ สะพาน เป็นเงินค่าก่อสร้างประมาณ ๔๘๐,๐๐๐.- บาท (สี่แสนแปดหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๕ สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดหน้าตักกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒,๐๐๐ เมตร จากถนนหลวงถึงวัด ค่าก่อสร้างประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๕ สร้างกำแพงหน้าวัดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกกรงเหล็กดัด สูง ๒.๕๐ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๗๕๐,๐๐๐.- บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๕ สร้างซุ้มประตูปากทางเข้าวัด (ซุ้มที่ ๑) ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย มีใบเทศ หน้าบัน ปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี กว้าง ๙ เมตร สูง ๑๓ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๗๕๐,๐๐๐.- บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๗ สร้างซุ้มประตู (ซุ้มที่ ๓) ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย มีใบเทศ หน้าบัน ปั้นลายลงรักปิดทอง ติดกระจกสี กว้าง ๑๕ เมตร สูง ๑๓ เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๗ เทพื้นซีเมนต์คอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่วัดบางกระเบา ขนาดกว้าง ๔๐ x ๔๕ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร ค่าก่อสร้างเป็นเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐.- บาท (แปดแสนบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๘ สร้างกำแพงหน้าวัดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกกรงลูกแก้ว ด้านบน เหล็กอัลลอย บัวหัวเสา ติดโคมไฟ สูง ๒.๕๐ เมตร ยาว ๒๑๐ เมตร ค่าก่อสร้าง ๑,๖๘๐,๐๐๐.- (หนึ่งล้านหกแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๘ จัดทำสวนหย่อมปลูกต้นไม้ประดับ และปูหญ้า ริมถนนทางเข้า วัดบางกระเบา ทั้งสองด้าน ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๘ สร้างอาคารอุทยานการศึกษาที่วัดบางกระเบา ลักษณะทรงไทย ๓ มุข คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันปั้น ลายไทย ลงรักปิดทอง พื้นประดับกระจกสี ผนังโดยรอบอาคาร ปิดกระจกกรองแสง ติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ พื้นอาคารปูหินอ่อน ขนาดกว้าง x ๑๕ เมตร ค่าก่อสร้าง ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๘ ติดตั้งเสาธงชาติธงธรรมจักรชนิดถาวร ด้วยท่อเหล็กริมทางถนน เข้าวัดบางกระเบา ทั้ง ๒ ด้าน จำนวน ๕๔ ต้น เป็นเงินจำนวน ๙๕,๐๐๐.- บาท (เก้าหมื่น ห้าพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๙ ปรับปรุงพื้นที่ที่ลุ่มน้ำขังบริเวณวัดบางกระเบาด้วยการถมทรายหยาบ จำนวน ๒๐๐ คันรถ ๆ ละ ๖๐๐ บาท เป็นพื้นที่กว้าง ๕๐ x ๑๐๐ เมตร คิดเป็นพื้นที่รวม ๕,๐๐๐ ตารางเมตร เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๙ ถมลูกลังบริเวณพื้นที่วัดบางกระเบา จำนวน ๕๐ คันรถ ๆ ละ ๑,๓๐๐.- บาท คิดเป็นพื้นที่ ๕๐ x ๑๐๐ เมตร เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๕,๐๐๐.- บาท (หกหมื่น ห้าพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๓๙ สร้างกำแพงหน้าวัดที่วัดบางกระเบา ลักษณะเสาคานคอนกรีต เสริมเหล็ก ช่วงระหว่างเสาก่ออิฐฉาบปูน สูง ๒ เมตร และต่อด้วยลูกแก้วเคลือบ สูง ๑ เมตร ต่อด้วยลูกกรงเหล็กหล่ออัลลอย รวมความสูง ๓ เมตร ความยาวระยะทาง ๓๐๐ เมตร ค่าใช้จ่าย ทั้งสิ้นจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ ซื้อที่ดินด้านตะวันตก เพื่อขยายพื้นที่วัดบางกระเบา จำนวน ๒ ไร่ ๑ งาน เป็นเงินไร่ละ ๗๕๐,๐๐๐.- บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด ๑,๖๗๘,๕๐๐.- บาท (หนึ่งล้าน หกแสนแปดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ ซื้อดินถมที่บริเวณวัดบางกระเบาในที่ดิน จำนวน ๒ ไร่ ๑ งาน ใช้ดินจำนวน ๒๗๒ คันรถๆ ละ ๗๗๐.- บาท สิ้นเงินเป็นจำนวนเงิน ๒๐๙,๔๔๐.- บาท (สองแสนเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ ปูซีแพ็คเป็นฟุตบาทติดกำแพงวัดบางกระเบา กว้าง ๑.๕๐ x ๓๐๐ เมตร เป็นเงินทั้งสิ้น ๕๒,๕๐๐.- บาท (ห้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ บูรณะหลังคากุฏิวัดบางกระเบา โดยเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาซึ่ง ชำรุดทรุดโทรม เป็นกระเบื้องลอนคู่ขนาดกว้าง ๑๐ x ๒๐ เมตร สิ้นเงินค่าบูรณะเป็นเงิน ๒๗,๓๐๐.- บาท (สองหมื่นเจ็ดพันสามร้อยบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๐ สร้างซุ้มที่อ่านหนังสือลักษณะทรงไทย หลังคามุงสังกะสีเคลือบ จำนวน ๒ หลังๆ ละ ๑๘,๐๐๐.- บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๓๖,๐๐๐.- บาท (สามหมื่น หกพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ สร้างบอร์ดปิดประกาศลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๒ เมตร ยาว ๓ เมตร กรอบอลูมิเนียม ปิดด้วยกระจกใส พร้อมด้วยซุ้มลักษณะทรงไทย หลังคา มุงกระเบื้องโครงเหล็กจำนวน ๑ บอร์ด กว้าง ๒ เมตร ยาว ๓ เมตร สิ้นเงิน ๒๕,๐๐๐.- บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๐ ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ๓ เฟส ๑๐๐ แอมป์ จำนวน ๑ ตัว เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๑ สร้างซุ้มประตูทางเข้าวัดบางกระเบา (ซุ้มที่ ๒) จำนวน ๑ ซุ้ม ลักษณะทรงไทยยอดแหลมแบบปราสาท สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับลวดลายไทย ลงรักปิดทอง ประดับกระจกสีขนาดกว้าง ๖ เมตร สูง ๑๒ เมตร สิ้นเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๙๐๐,๐๐๐.- บาท (เก้าแสนบาทถ้วน)
พ.ศ. ๒๕๔๑ สร้างศาลาอเนกประสงค์ทรงไทย โครงสร้างไม้ พื้นปูน ปูโมเสท หลังคามุงกระเบื้อง กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๕ เมตร จำนวน ๒ หลัง ค่าก่อสร้างหลังละ ๓๐๐,๐๐๐.- บาท รวม ๖๐๐,๐๐๐.- บาท
ปูชนียวัตถุที่สำคัญมี พระพุทธประทีปเป็นพระประธานประดิษฐานในอุโบสถ ขนาด หน้าตักกว้าง ๘๙ นิ้ว สร้างโดยพระธรรมเสนานี เจ้าคณะภาค ๑๒ วัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พระประธานประดิษฐานในวิหารนามว่า พระสิทธิ มงคล ขนาดหน้าตักกว้าง ๕๐ นิ้ว พระสังกัจจายน์ ประดิษฐานในวิหาร ขนาดหน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว และรูปเหมือนหลวงพ่อจาด หลวงพ่อมโนและหลวงพ่อฟุ้ง ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ประดิษฐานในมณฑป
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดบางกระเบา ได้จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นมา และได้เปิดสอนแผนกบาลี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะ และหนังสือส่งเสริมศีลธรรม และจริยธรรมแก่ประชาชนทุกปี จัดการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน-ฤดูฝน ทั้งที่วัดบางกระเบา และวัดใกล้เคียง เช่น วัดบางขนาก วัดสว่างอารมณ์ เป็นต้น จัดให้มีการฝึกอบรมวิปัสสนาธุระประจำ จัดให้มีการปฏิบัติศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนาเป็นประจำ เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา เทศกาลเทศน์มหาชาติ เป็นต้น จัดตั้งหอกระจายข่าวเพื่อเผยแพร่ข่าวสารทางราชการและกิจกรรมต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนา ร่วมจัดอำนวยความสะดวกแก่คณะธรรมทูตสายที่ ๗ ในการเผยแผ่ธรรม ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกิจกรรมของคณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว และฉะเชิงเทรา เมื่อมีการจัดกิจกรรมทางศาสนา นอกจากนี้อำนวยความสะดวกแก่ส่วนราชการต่างๆ ในการใช้สถานที่และอุปกรณ์ของวัดในการจัดฝึกอบรมหรือประชุมตลอดมา
ในด้านการสาธารณสงเคราะห์ ได้จัดตั้งทุนนิธิเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี และประพฤติดีตามโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนวัดมูลเหล็ก โรงเรียนวัดหัวไผ่ เป็นต้น มอบทุนการศึกษาเรือนจำปราจีนบุรี บริจาคซื้ออุปกรณ์การศึกษาให้กับโรงเรียนและหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น โรงเรียนวัดวังตะเคียน โรงเรียนวัดบางกระเบา สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านสร้าง เป็นต้น จัดตั้งทุนนิธิเพื่อนำดอกผลมาบำรุงสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลีของวัด ทุนนิธิวังบางกระเบา ทุนนิธินามหลวงพ่อจาด จัดตั้งทุนนิธิต่างๆ อีกมาก เช่น ทุนนิธิสนามหลวง แผนกธรรม อำเภอบ้านสร้าง ทุนนิธิสนามหลวงแผนกบาลี จังหวัดปราจีนบุรี ทุนนิธิ ส.ป.ช. อำเภอบ้านสร้าง ทุนศูนย์สังฆศาสน์ อำเภอกบินทร์บุรี นำดอกผลมาสงเคราะห์การศึกษาของสงฆ์ อำเภอกบินทร์บุรี ทุนนิธิหลวงพ่อชม วัดหัวไผ่ ทุนนิธิวัดกระทุ่มแพ้ว เป็นต้น
ส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ วัดบางกระเบาได้จัดสร้างกระเช้าไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ข้ามแม่น้ำบางปะกงด้านหน้าวัดบางกระเบา มีลักษณะใช้กระแสไฟฟ้าขับเคลื่อน มีความยาว ๑๔๖ เมตร ตั้งทุนมณฑมธนาคารข้าวเพื่อเกษตรยืมไปใช้ในการเกษตร ตั้งทุนส่งเสริม ประเพณีไทย จัดให้มีการถมดินบริเวณหน้าโรงเรียนวัดบางกระเบา ถมที่ดินบริเวณสถานีอนามัย บางกระเบา ได้ดำเนินการขุดสระน้ำบริเวณด้านหน้าและด้านทิศตะวันตกของวัด เพื่อใช้ในการ อุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรมของราษฎร และจัดสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากถนนหลวง มาจดบริเวณวัด ความยาว ๑.๕ กิโลเมตร เพื่อใช้เป็นทางสัญจรของประชาชนทั่วไป
การบริหารและการปกครอง
วัดบางกระเบา มีพระวิสุทธิภัทรธาดาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และดำรงตำแหน่งเป็น รองเจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี ได้จัดการปกครองพระภิกษุสามเณรภายในวัด โดยได้มอบหมาย พระภิกษุผู้มีพรรษาและมีความรู้ความสามารถ ให้เป็นผู้ช่วยควบคุมดูแลการภายในวัด จัดให้มี การอบรมพระภิกษุสามเณรปฏิบัติตามหลักธรรมวินัย ระเบียบกติกาของวัดและของทางคณะสงฆ์ เน้นดูแลความสะอาด และรู้จักรักษาศาสนสมบัติของวัดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มีดังนี้
๑. พระครูสิทธิสารคุณ (จาด) พ.ศ. ๒๔๔๑-๒๔๙๙
๒. พระครูพิพัฒนสารธรรม (มะโน) พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๐
๓. พระครูสิทธิสารคุณ (ฟุ้ง) พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๒๑
๔. พระวิสุทธิภัทรธาดา (ประเทือง กิตุติสทุโท (ทองเทศ) ป.ธ.๔) พ.ศ. ๒๕๒๑-ปัจจุบัน