วัดสระแก้ว

สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด

วัดสระแก้ว เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ ถนนสุวรรณศร ซอยเทศบาล 6 หมู่ที่ ๑๕ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เป็นกรณีพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๐ ไร่ ๒ งาน อาณาเขตทิศเหนือติดถนนสุวรรณศร ทิศใต้ ติดถนนรอบวัดและหมู่บ้านของราษฎร ทิศตะวันออกติดถนนรอบวัดและที่ดินราษฎร ทิศตะวันตก ติดถนนรอบวัดและโรงเรียนอนุบาลวัดสระแก้ว พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ติดถนนสุวรรณศร ซึ่งเป็นถนนหลวงสายอรัญประเทศ และมีถนนล้อมรอบวัดจึงมีการคมนาคมที่สะดวก อาณาบริเวณ ภายในวัดมีความเป็นระเบียบและร่มรื่น

ความเป็นมา

วัดสระแก้ว เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัดสระแก้วปัจจุบัน ประมาณ ๕๐๐ เมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่เศษ มีหลักฐานทางราชการ น.ส. ตั้งอยู่ติดกับหนองน้ำ ทางทิศตะวันออก เดิมเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดหัวหนองบ้าง วัดศาลานอกบ้าง วัดหนองกอไผ่บ้าง หนองน้ำที่ว่านี้คือที่ตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เริ่มสร้างวัดเมื่อ ร.ศ. ๑๒๘ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๕๓ ปีจอ จนถึง พ.ศ. ๒๔๖๖ ปีหมี จึงมีการย้ายวัด โดยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ พระพรหมมา จันทสโร พร้อมด้วยชาวบ้าน โดยการอุปถัมภ์ของท่านขุนประกอบ วิชาการ ปลัดกิ่งอำเภอ

(๕๕) สระแก้ว นายยี-นางหร่าย ได้พากันย้ายวัดจากวัดหัวหนอง มาตั้งใหม่ที่วัดสระแก้วในปัจจุบัน การย้ายวัดครั้งนี้มีพระครูรัตนสราธิคุณ เป็นกำลังสำคัญในการย้ายวัดมาตั้งอยู่ในสถานที่ตั้งวัด ในปัจจุบัน

ทรัพย์สิน ๑. อุโบสถสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ

ค่าก่อสร้างประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๒. วิหารหลังที่ ๑ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย

ค่าก่อสร้างประมาณ

๗๕๐,๐๐๐ บาท วิหารหลังที่ ๒ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สี่มุม

ค่าก่อสร้างประมาณ

๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓. ศาลาการเปรียญ จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย

ค่าก่อสร้างประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔. กุฏิ มีกุฏิขนาดเล็ก จำนวน ๒๕ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงสังกะสี

ค่าก่อสร้างประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ บาท กุฏิขนาดกลาง จำนวน ๖ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียว ทรงปั้นหยา

ค่าก่อสร้างประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท กุฏิขนาดใหญ่ จำนวน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ทรงไทย

ค่าก่อสร้างประมาณ

๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท กุฏิขนาดใหญ่ จำนวน ๔ หลัง สร้างด้วยไม้ชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสี

ค่าก่อสร้างประมาณ

๒๘๐,๐๐๐ บาท ๕. สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๒๐๐,๐๐๐ บาท ๖. ห้องสมุด จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๕๐๐,๐๐๐ บาท

๗. โรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน ๑ หลัง เป็นอาคารสองชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ๘. ศาลาสวดศพ จำนวน ๓ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙. เมรุเผาศพ จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๓๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐. สำนักงานชมรมผู้สูงอายุ จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ค่าก่อสร้างประมาณ

๗๐๐,๐๐๐ บาท ปูชนียวัตถุที่สำคัญ มีพระพุทธรูปคือพระประธานในอุโบสถ พระประธานในศาลาการเปรียญ และรูปหล่อพระครูรัตนสราธิคุณ (หลวงพ่อทอง) อดีตเจ้าอาวาสซึ่งเป็นพระที่ชาวสระแก้วให้ความ เคารพนับถือ ประดิษฐานที่วิหารหลวงพ่อทอง การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ด้านการศึกษา จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม และบาลี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ จนถึงปัจจุบัน กิจกรรมด้านศาสนาได้จัดกิจกรรมพิเศษในวันธรรมสวนะ และ วันสำคัญทางศาสนา จัดแสดงธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัด สระแก้ว จัดอบรมการปฏิบัติธรรมประจำปีละ ๓ ครั้ง จัดส่งพระภิกษุสามเณรเข้าสอนธรรมะ ในโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนสระแก้ว โรงเรียนอนุบาลวัดสระแก้ว โรงเรียนบ้านลัดกะสังข์ โรงเรียนบ้านหนองกะพ้อ โรงเรียนบ้านหน้าสถานี โรงเรียนบ้านหนองนกเขา เป็นต้น วัดสระแก้วเป็นวัดที่มีความสำคัญ เพราะเป็นศูนย์กลางชุมชนของจังหวัดสระแก้ว เป็นสถานที่จัดประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ของราชการ เช่น จัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทยของจังหวัด สระแก้ว จัดงานทำบุญเพื่อแผ่นดินไทย จัดงานถวายพระราชกุศลเนื่องในงานพระราชพิธีพระบรมศพ "สมเด็จย่า" จัดงานพิธีอุปสมบทเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ "สมเด็จย่า" จัดงานพิธีทำบุญครบรอบปีที่๑๘๔ พรรษาของสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น ด้านสาธารณูปการ วัดสระแก้วได้เงินสมทบในการก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนบ้านกุดม่วง

อำเภออรัญประเทศ โรงเรียนบ้านคลองคันฉอ อำเภอเมืองสระแก้ว เป็นต้น บริจาคเงินทุน การศึกษาแก่โรงเรียนทุกปี ปีละประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท และบริจาคข้าวสารอาหารแห้งแก่โรงเรียน กันดารในจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ยังได้อนุญาตให้ใช้ที่วัดเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาล วัดสระแก้ว ได้อนุญาตให้ใช้ที่ธรณีสงฆ์เพื่อสร้างอาคารผู้ป่วยของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว การบริหารและการปกครอง

วัดสระแก้ว ได้จัดการปกครองให้พระภิกษุสามเณรมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มี พระพิศาลปริยัตยาภรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว เป็นเจ้าอาวาส ได้แบ่ง การปกครองออกเป็น ๘ ฝ่าย คือฝ่ายปกครอง ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายดูแลความสะอาด ฝ่ายวัสดุ ครุภัณฑ์ ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายเผยแผ่ และฝ่ายสาธารณูปการ โดยได้ยึดถือ พระธรรมวินัย กฎระเบียบ และคำสั่งมหาเถรสมาคม เป็นหลักในการปกครอง

เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มี ๒ ช่วง คือ ระยะก่อนย้ายวัด มี ๑. พระตัด พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๑ ๒. พระยวง พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๖๒ ๓. พระฮั้ว พ.ศ. ๒๔๖๓-๒๔๖๔ ๔. พระฉ่ำ พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๖๕ และ ๕. พระพรหมาจนุทสโร พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๙๑ ระยะต่อมาได้มีการ ย้ายวัด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ จึงมีเจ้าอาวาสปกครองวัดตามลำดับ ดังนี้

๑. พระพรหมาจนฺทสโร (เจ้าอาวาสวัดเดิม)

๒. พระครูรัตนสราธิคุณ (ทอง)

๓. พระพิศาลปริยัตยาภรณ์ (เส็ง ยโสธโร) ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ และดำรงตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ คือเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว