วัดอินทรวิหาร

สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด

วัดอินทรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๔ ถนน วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๔๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ได้รับการสถาปนาขึ้น เป็นพระอารามหลวงเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด

ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๒๑ ไร่ ๑ งาน ๖๕ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๕, ๒๔๔, ๒๒๕๑, ๑๔๓๒, ๑๔๙๒ และ ๑๐๖๙๓ อาณาเขต ทิศเหนือจดถนนสามเสน ทิศใต้จดวิสุทธิกษัตริย์ ทิศตะวันออกจดถนนเทเวศร์ซอย ๑ ทิศตะวันตกจดถนนสี่แยกบางขุนพรหม พื้นที่ ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งแวดล้อมด้วยอาคารพาณิชย์มากมาย และใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง อีกทั้งการคมนาคมมีความสะดวก

ความเป็นมา

วัดอินทรวิหาร เป็นวัดที่สร้างมาแต่สมัยโบราณ จึงไม่ปรากฏนามและประวัติผู้สร้าง จากการสันนิษฐานน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๕ บริเวณที่สร้างวัด เป็นที่อยู่ของชาวจีน และเรียกชื่อวัดว่า วัดไร่พริก ครั้นสมัยต้นรัชกาลที่ ๑ ได้มีเจ้าอินทวงศ์ โอรสของพระเจ้าสิริบุญสารราชวงศ์ของลาว ซึ่งได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและได้โปรดให้มาอยู่ ณ ตำบลบางขุนพรหมแห่งนี้ ได้เกิดความศรัทธาเห็นว่าวัดไร่พริกชำรุดทรุดโทรมมาก จึงได้ทำการ บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารเสนาสนะสงฆ์ขึ้นมาใหม่ และได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ให้สอดคล้องกับนามของผู้บูรณะปฏิสังขรณ์ว่า วัดอินทาราม ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนนาม วัดใหม่เนื่องจากชื่อวัดไปพ้องกับวัดอินทาราม (วัดใต้ตลาดพลู) ฝั่งกรุงธนบุรี สมเด็จพระมหา สมณเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ได้ทรงประทานนามให้ใหม่ว่า วัดอินทรวิหาร จนถึงปัจจุบัน แต่ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดแตกต่างกันไป เช่น "วัดบางขุนพรหมนอก" บ้าง "วัดอินทาราม" บ้าง "วัดอินทร์หลวงพ่อโต" บ้าง ประชาชนทั่วไปรู้จักวัดนี้ดีจากชื่อเสียงของ "หลวงพ่อโต" ซึ่งเป็น พระพุทธรูปประทับยืนปางอุ้มบาตร สูง ๑๖ วา กว้าง ๕ วา ๒ ศอก ซึ่งมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม ฝั่งธนบุรี ได้มาสร้างไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ ประชาชนที่ศรัทธานิยมมานมัสการ เป็นประจำ และทางวัดได้จัดงานสมโภชเป็นประจำทุกปี

ส่วนสภาพอาคารเสนาสนะภายในวัด เดิมชำรุดทรุดโทรมเพราะเหตุว่าก่อสร้างมานาน โดยเฉพาะอุโบสถหลังเดิมได้ชำรุดมาก ดังนั้นจึงได้บูรณะใหม่แทนของเดิม แต่ยังคงรูปทรงเดิมที่เป็นโบสถ์สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูด้วยหินแกรนิต และหินอ่อนทั้งหลัง ภายในเขียนภาพประวัติชีวิตของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมญาณสี) ที่ท่านให้ช่างเขียนไว้ในคราวมาสร้างองค์หลวงพ่อโต ต่อมาได้ชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา เมื่อมีการบูรณะสร้างอุโบสถใหม่ จึงได้เขียนไว้เหมือนเดิมทุกประการ นับว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์อันหาได้ยาก นอกจากนี้ได้เขียนภาพเพิ่มเติมในส่วนของประวัติชีวิตสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ที่เกี่ยวข้องกับวัดและสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งได้ปรับปรุงกำแพงแก้วรอบอุโบสถให้สวยงาม โดยนำเครื่องเบญจรงค์ลายที่ไม่ซ้ำกันจำนวน ๒๔๔ ชุด ประดิษฐานไว้เพื่อเป็นการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป ทางวัดได้ปรับปรุงซ่อมแซมและก่อสร้างอาคารเสนาสนะขึ้นอีกจำนวนมาก เช่น ศาลาการเปรียญ อาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม โรงเรียนพระปริยัติธรรม ห้องสมุดประชาชน อาคารปฏิบัติธรรม "เฉลิมพระเกียรติ" เป็นต้น นอกจากนี้ได้จัดกิจกรรมด้านศาสนา มีการอบรมปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณร นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปตลอดมา

ทรัพย์สิน

วัดอินทรวิหาร มีทรัพย์สินคือ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๑ ไร่ ๑ งาน ๖๕ ตารางวา เป็นโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๕, ๒๔๔, ๒๒๕๑, ๑๔๓๒, ๑๔๙๒ และ ๑๐๖๙๓ ส่วนอาคารเสนาสนะต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

(๖๐)

๑. อุโบสถ รูปทรงสมัยอยุธยา กว้างประมาณ ๑๐.๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐.๕๐ เมตร หลังคา ๒ ชั้น หน้าบันปั้นเป็นพระนารายณ์ทรงครุฑ ประตู ๕ ช่อง ซุ้มประตูและหน้าต่างแกะสลักลายดอกไม้และมังกรดั้นเมฆ (ทรงจีน) ช่อฟ้ารูปพญานาค ใบเสมาคู่ ปูฝา และพื้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนทั้งหลัง ภายในเขียนภาพประวัติชีวิตของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ที่เกี่ยวข้องกับวัดและสถานที่สำคัญอื่นๆ จำนวนมาก ส่วนกำแพงแก้วรอบอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานอัฐิของบรรพชน พร้อมทั้งเป็นที่ประดิษฐานเครื่องเบญจรงค์ลายที่ไม่ซ้ำกัน จำนวน ๒๔๔ ชุด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้อนุชนได้ศึกษาค้นคว้า รวมสิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๓๐ ล้านบาทเศษ

๒. เจดีย์ ด้านหลังอุโบสถหลายองค์เป็นของเก่าที่สร้างขึ้นคราวเดียวกับอุโบสถ

๓. ศาลาการเปรียญ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ค่าก่อสร้างประมาณ ๑๐ ล้านบาท ชั้นบนใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศลและจัดกิจกรรมต่างๆ มีพระพุทธอังคีรสศรีสุดตศากยมุนี เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนเท่าองค์จริง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) และอดีตเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร เป็นที่อบรมธรรมะแก่นักเรียนนิสิตนักศึกษา และเยาวชนของชาติอยู่เป็นประจำ ชั้นล่างใช้เป็น ห้องประชุมสัมมนาจัดอบรมปฏิบัติธรรมที่ทางวัดจัดขึ้น และที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจัดขึ้น ในปี ๒๕๔๑ ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมหลังคาซึ่งเกิดมีรอยรั่วทั้งหมด เป็นเงิน ๑๐๘,๘๗๐.๐๐ บาท

๔. กุฏิ จำนวน ๑๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ๒ ชั้น สร้างเป็น ระเบียบเรียบร้อย สิ้นค่าก่อสร้างหลังละประมาณ ๑๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท รวม ๑,๖๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท ในปี ๒๕๔๑ โดยการทาสีและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม เป็นเงินทั้งสิ้น ๗๕๕,๕๒๒.๐๐ บาท

๕. อาคารปฏิบัติธรรม "เฉลิมพระเกียรติ" เป็นอาคารขนาดสูง ๕ ชั้น สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง ใช้เป็นห้องจัดอบรมปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสามเณร นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ภายในอาคารประกอบด้วย ห้องปฏิบัติใหญ่ ห้องปฏิบัติย่อย ห้องโสตทัศนูปกรณ์ ห้องพัก ห้องสำนักงาน ลานจอดรถฯลฯ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๓๕,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๖. อาคารอเนกประสงค์ เป็นอาคารสูง ๒ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้เป็น สถานที่เก็บวัสดุครุภัณฑ์ ตลอดจนสิ่งของต่างๆ ของวัด ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๒,๔๗๐,๑๙๕.๐๐ บาท

๗. อาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม เป็นอาคารสูง ๔ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งหลัง พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ใช้เป็นที่พักของผู้ปฏิบัติธรรม สามารถบรรจุคน ได้ประมาณ ๑๕๐ คน ค่าก่อสร้างประมาณ ๔,๘๖๕,๘๓๒.๕๐ บาท

๘. ศาลาโรงทาน เป็นอาคารชั้นเดียว สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดกระจกรอบด้าน ใช้เป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหารของผู้ปฏิบัติธรรม และประกอบพิธีต่างๆ ของวัด ค่าก่อสร้างประมาณ ๘๒๓,๑๒๕.๐๐ บาท

๖. หอระฆัง สร้างไว้แต่สมัยโบราณ มีรูปทรงที่หาดูได้ยาก งดงามด้วยศิลปของช่าง สมัยโบราณ เด่นเป็นสง่าคู่กับวัดอยู่ทุกวันนี้

๑๐. โรงเรียนพระปริยัติธรรม "เมตตา กรุณา สามัคคี" เป็นอาคารสร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก ๒ ชั้น สำหรับพระภิกษุสามเณรได้เล่าเรียนศึกษาบาลี และนักธรรม มีจำนวน ๑๒ ห้องเรียน ค่าก่อสร้างเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑,๖๕๒,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๑. พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรินทร์) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นที่รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต) และพุทธปฏิมากรสมัยโบราณ เปิดให้เข้าชมและศึกษาทุกวัน ใช้เงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๖๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๒. ศาลามูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่ ณ ด้านทิศใต้ขององค์หลวงพ่อโต เป็นที่ทำงานของมูลนิธิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รวม ๒ หลัง ใช้เงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๖๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๓. เก๋งจีน จำนวน ๒ หลัง ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมอวโลกิเตศวร และ พระสังกัจจายน์ ฮก ลก ซิ่ว สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูด้วยแกรนิต และหินอ่อนปิด ทองลายเสา สำหรับให้ชาวจีนได้ไหว้สักการะ และปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐาน ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๒,๔๑๐,๔๖๑.๐๐ บาท

๑๔. มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างด้วยหินอ่อน เป็นของโบราณมีอยู่กับวัดมา แต่ก่อน เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองที่สำคัญที่มีอยู่ในประเทศไทย

๑๕. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดทำขึ้นเพื่ออนุรักษ์ของวัดที่สำคัญ ไว้ให้อนุชน และผู้ที่ สนใจได้ศึกษา พร้อมทั้งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่เข้าสู่วัดอินทร์ ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๔๕๕,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๖. ห้องสมุดประชาชน "เลื่อน บัวสุวรรณ" สำหรับพระภิกษุสามเณร และประชาชน ได้ใช้เพื่อศึกษาหาความรู้ ซึ่งได้รวบรวมสรรพหนังสือต่างๆ ไว้มากมาย สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๘๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๗. ศาลาราย จำนวน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้ประชาชนที่มา บำเพ็ญบุญ หรือมานมัสการหลวงพ่อโตได้พักผ่อนหย่อนใจ ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๓๕๐,๓๐๐.๐๐ บาท (ตั้งอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าองค์หลวงพ่อโต)

๑๘. มงคลสถาน เป็นสถานที่สำหรับสรงน้ำพระ-นักษัตรประจำราษีปีเกิด และเทวดา ประจำวันเกิด ใช้เป็นสถานที่ให้ประชาชนได้มาสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และ ครอบครัวตามคติโบราณ ค่าก่อสร้างทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒,๐๐๔,๐๔๘.๔๘ บาท

อาคารคลุมบ่อน้ำพระพุทธมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมริสี) เป็นอาคาร ก่อด้วยอิฐถือปูน สร้างไว้เพื่อคลุมบ่อน้ำพระพุทธมนต์บ่อเดิม ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต) ได้มาสร้างไว้สมัยที่ท่านมาสร้างองค์หลวงพ่อโต ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเจริญภาวนา มี ผู้มาปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิทุกวันๆ ละ 50-100 คน ตัวอาคารเป็นงานปฏิมากรรมที่สวยงาม หาดูได้ยาก เคยรับรางวัลงานศิลปกรรมยอดเยี่ยมแห่งชาติมาแล้ว สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงินจำนวน 4,650,000.00 บาท

ปูชนียวัตถุที่สำคัญ

  1. องค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนทรงบาตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 16 วา กว้าง 5 วา 2 ศอก ประดับด้วยกระจกโมเสคทองคำแท้ 24 เค ทั้งองค์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมริสี) ได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างไว้ เป็นเวลาล่วงไปถึง 131 ปีเศษแล้ว ได้ถวายนามว่า "พระศรีอริยเมตไตรย" นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง งดงามด้วยพุทธลักษณะที่วิจิตรเป็นสมบัติของชาติไทย ที่ชาวไทยเคารพศรัทธา มีผู้ไปกราบไหว้ ทุกวันเป็นจำนวนมากไม่ขาดสาย ทั้งชาวต่างประเทศก็ได้ชื่นชมบันทึกนำไปเผยแพร่ทั่วโลกมี ความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่อัศจรรย์ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระโอรส และพระธิดาทุกพระองค์ รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จฯ มานมัสการองค์หลวงพ่อโตหลายครั้งหลายหน ในโอกาสต่างๆ คือ

พ.ศ. 2507 องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส และพระราชธิดาทุกพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดซุ้มประตูวัด อินทรวิหาร และทรงปิดทองยอดเกศองค์หลวงพ่อโต

พ.ศ. 2510 องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีปิดโมเสคทองประดับอุณาโลม ณ พระนลาตองค์หลวงพ่อโต

พ.ศ. 2514 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพรรณวดี เสด็จ เป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดงานประจำปี นมัสการหลวงพ่อโต

พ.ศ. 2516 พระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดงานประจำปี นมัสการองค์หลวงพ่อโต

พ.ศ. 2521 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ทรงจุดเทียนชัย ทรงพระสุหร่ายวัตถุมงคล ในพิธีสรรพสิทธิชัยไพรีพินาศ มหามังคลาภิเษก

พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดเกศองค์หลวงพ่อโต ทรงปลูกหน่อต้น ศรีมหาโพธิ์ อายุ ๒,๓๐๐ ปี ซึ่งรัฐบาลประเทศศรีลังกา มอบให้แก่ประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๒๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาธินัดดามาตุ เสด็จ เป็นองค์ประธาน เปิดงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และงานนมัสการองค์หลวงพ่อโต

พ.ศ. ๒๕๓๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงประกอบ พิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมากร ๓ ประเทศ และทรงประกอบพิธีเปิดบ่อน้ำพระพุทธมนต์สมเด็จ พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ อีกหลายวาระหลายหนด้วยกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมส่วนที่เกิดรอยร้าวชำรุดทรุดโทรม โดยการประดับกระจก โมเสคทอง ๒๔ กะรัต เสียใหม่ พร้อมเปลี่ยนป้าย ภปร. และประวัติวัดเป็นหินอ่อนหินแกรนิต เป็นเงินทั้งสิ้น ๓๒๖,๙๙๖.๐๐ บาท

พระบรมสารีริกธาตุ เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่รัฐบาลศรีลังกา มอบให้แก่ประเทศไทย โดยได้อัญเชิญมาจากวัดศิริกัลมัลลิคราชมหาวิหาร ประเทศศรีลังกา เป็นพระบรมสารีริกธาตุ ที่มีความสำคัญมาก รัฐบาลในสมัยนั้น ได้รับมอบและอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ยอดเกศองค์

หลวงพ่อโต องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผู้แทนพระองค์ทรงประกอบพิธีบรรจุและอัญเชิญขึ้นสถิต ณ ยอดเกศองค์ หลวงพ่อโต

พระประธาน และพระพุทธรูปในอุโบสถซึ่งเป็นของเก่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก

๔. อาคารคลุมบ่อน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอาคารก่อด้วยอิฐ สร้างอาคารคลุมบ่อน้ำมนต์ บ่อเดิมที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมริสี) ได้ให้ช่างขุดไว้ เป็นบ่อน้ำที่ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทำน้ำมนต์นำไปเทใส่ลงไว้ เมื่อญาติโยมมีความประสงค์หรือต้องการ ท่านก็ให้ไปตักเอาในบ่อ ด้วยเหตุผล คือท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาคุมงานก่อสร้างองค์หลวงพ่อโต ในแต่ละวันจะมีผู้มาขอน้ำมนต์กับท่านบ่อย ซึ่งท่านไม่ค่อยมีเวลาทำให้ จึงได้ให้ช่างขุดบ่อไว้ และทุกครั้งที่ท่านมาวัดอินทรวิหาร ท่านก็ได้ทำน้ำมนต์มาเทใส่ไว้ ใครอยากได้ก็ให้ไปตักเอา ปรากฏว่าผู้ที่นำไปใช้ก็ได้รับผลในความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่นิยมมาจนกระทั่งปัจจุบัน เป็นอาคาร ที่งดงามตระการตาด้วยจิตรกรรมปฏิมากรรมที่หาชมได้ยาก เคยได้รับรางวัลงานศิลปกรรมยอดเยี่ยม แห่งชาติมาแล้ว ทุกวันในปัจจุบัน มีผู้ไปร่วมสวดพระคาถาชินบัญชร รับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวม จากทั่วประเทศจำนวน ๓๘๑ แห่ง และเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๒ สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระดำเนินประกอบพิธีเปิดบ่อน้ำพระพุทธมนต์ฯ

๕. มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นของโบราณมีอยู่คู่กับวัดอินทรวิหารมาแต่โบราณ รอยพระพุทธบาทสร้างด้วยหินอ่อน มีความหมายในรอยที่แปลก ได้เป็นหนึ่งในการค้นคว้า รอยพระพุทธบาทโลก มีความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์ ทุกๆ ปี ในงานประจำปีจะมีพุทธศาสนิกชน มาเคารพกราบไหว้เป็นจำนวนมาก

๖. กุฏิโยมบิดามารดาของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดยที่ท่าน เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ในสมัยเยาว์วัย โยมแม่ของท่านได้นำท่านมาอยู่กับญาติ ที่ตำบลบางขุนพรหม เมื่อถึงวัยควรแก่การศึกษา โยมแม่ของท่านได้นำมาฝากเรียนหนังสือกับ เจ้าคุณอรัญญิก (ด้วง) พระเถระผู้แตกฉานในวิปัสสนากัมมัฏฐาน จากกรุงเวียงจันทน์ ซึ่งท่าน เรียนจนกระทั่งอาจารย์ยกย่องชมเชยในสติปัญญาอันชาญฉลาดล้ำลึก และเห็นแววของอัจฉริยะ อันโดดเด่น จึงได้นำไปบรรพชากับท่านเจ้าคุณบวรวิริยะเถระ (อยู่) วัดสังเวชวิศยาราม บางลำภู เล่าเรียนพระปริยัติธรรมและบาลีจนเชี่ยวชาญแล้ว จนไม่สามารถที่จะให้เณรโตได้ศึกษาต่อไปอีก

จึงได้นำไปฝากให้อยู่เรียนกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (นาค) วัดระมังโฆษิตาราม อยู่จนกระทั่ง บั้นปลายของชีวิต ต่อมาท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตาราม และทรงสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระพุฒาจารย์" ท่านได้หวนคำนึงถึงสถานที่ที่ท่านหัดยืนได้ จึงกลับมาสู่วัดอินทรวิหาร และจัดสร้างพระใหญ่ปางประทับยืนทรงบาตร คือพระศรีอริยเมตไตรย หรือองค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธปฏิมาปางประทับยืนทรงบาตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ท่านยังได้ระลึกถึงพระคุณของโยมพ่อ และโยมแม่ ท่านจึงได้สร้างกุฏิไว้บริเวณทางเข้าวัด อินทรวิหาร สำหรับประดิษฐานรูปปั้นโยมบิดามารดาของท่าน ทุกครั้งที่ท่านมาวัดอินทรวิหาร ท่านจะต้องไปกราบรูปปั้นโยมบิดามารดาของท่านก่อนทุกครั้ง แล้วจึงไปกระทำกิจอื่นๆ เคยมี ผู้ถามท่านว่า "ทำไมเจ้าประคุณสมเด็จฯ ไม่กราบพระพุทธรูปก่อน" ท่านก็บอกว่า ถ้าไม่มี ๒ คนนี้ จะมีขรัวโตมากราบพระหรือ?

๗. หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พุรหุมร์สี) พระอริยสงฆ์ ผู้สร้างสรรค์คุณงามความดีไว้แก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนาเป็นเอนกอนันต์ ประดิษฐาน อยู่ภายในอาคารบ่อน้ำพระพุทธมนต์

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ด้านการศึกษา ได้เคยจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ไม่ปรากฏ หลักฐาน ต่อมาได้จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยส่งนักเรียนในนามสำนักเรียนวัดสามพระยา ปัจจุบันได้จัดการศึกษาทั้งแผนกธรรม และบาลี ส่วนกิจกรรมด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีการปฏิบัติธรรมเจริญจิตตภาวนาแก่ พระภิกษุสามเณร นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะจัดให้มีการอบรม ศีลธรรมแก่นักเรียนโรงเรียนวัดอินทรวิหาร และโรงเรียนอื่นๆ ที่ขอเข้ารับการอบรม จัดบรรพชา สามเณรภาคฤดูร้อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมา จัดอบรมจิตตภาวนาแก่ส่วนราชการต่างๆ ที่เข้ามาอบรม นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับคณะสงฆ์ จัดส่งพระภิกษุไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ต่างประเทศ

ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางเอกสาร ได้จัดกิจกรรมดังนี้

๑. พิมพ์เอกสารบทสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ประวัติและความสำคัญของวัดแจกทั้งปี

๒. พิมพ์หนังสือ ปัญหาพระพุทธศาสนาที่ต้องแก้ไขมอบให้กับกรมการศาสนา และ เปรียญธรรมสมาคมได้เผยแพร่ เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท

๓. จัดพิมพ์เอกสาร การจัดโต๊ะหมู่บูชา แจกเป็นวิทยาทาน ให้ความรู้เกี่ยวกับการ จัดโต๊ะหมู่ที่ถูกต้องตามหลักศาสนพิธี เผยแพร่ในงานสัปดาห์งานวันวิสาขบูชา พร้อมทั้งมอบให้ คณะสงฆ์และผู้สนใจนำไปเผยแพร่ในสถานที่และโอกาสต่างๆ ในงานต่างๆ อีกส่วนหนึ่งคิดเป็น เงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท

๔. จัดสร้างบทสวดมนต์-บทสวดพระคาถาชินบัญชร ลงในเทปในแผ่นคอมแพคดิสก์ และจัดสร้างประวัติชีวิต ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมริสี) เป็นวีดีโอ มีความยาวเกือบ ๒ ชั่วโมง ซึ่งเป็นการแจกแจงชีวประวัติของท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต) อย่างละเอียด โดยยังไม่เคยมีผู้ใดจัดทำมาก่อนทั้ง สร้างทำบทสวดพระคาถาชินบัญชร ด้วยระบบ เทป คาราโอเกะ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้จัดส่งไปถวายอารามต่างๆ ในต่างประเทศ เป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของพระศาสนาอีกส่วนหนึ่ง

๕. ช่วยส่งเสริมการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาล้านนา (ภาษาไทยเหนือ) จำนวนเงิน ๔๖,๐๐๐ บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาษาเหนือไม่ให้สูญหายไป ทั้งอนุชนยังได้ใช้เป็นตำราศึกษาเล่าเรียนอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

๖. สนับสนุนการพิมพ์หนังสือคัมภีร์ธาตุวัตถสังคหปาฐะนิสสยะ ซึ่งเป็นหนังสือตำรา ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ถวายแต่พระเทพปริยัติโมลี เพื่อเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใคร่เรียน ใคร่ศึกษา เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท ด้านสาธารณูปการภายนอกวัด (เฉพาะที่ดำเนินการในนามของวัด) มีดังนี้

๑. ร่วมกับคณะสงฆ์ไทย ดำเนินการจัดสร้างวัดไทยกุสินารา มหาวิหารประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นการนำพระพุทธศาสนา กลับไปเผยแผ่ยังแดนมาตุภูมิ

๒. เป็นเจ้าภาพห้องปฏิบัติธรรม ณ ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย พร้อมทั้งได้จัดตั้งกองทุนค่าใช้จ่ายสำหรับห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี เขียนภาพ จิตรกรรมฝาผนัง ณ ห้องปฏิบัติธรรม เป็นเงิน ๑,๕๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๓. สร้างศาลาปฏิบัติธรรม พร้อมสถานีอนามัย ณ บ้านหูแร่ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ครบถ้วน ประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรและรูปเหมือนเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมริสี) เป็นเงิน ๔,๗๙๔,๑๙๔.๐๐ บาท

๔. สร้างศาลาวิปัสสนากัมมัฏฐาน สำหรับสวดมนต์ และปฏิบัติธรรมให้กับวัดบ้านไร่ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นอาคารไม้ พื้นปูกระเบื้องเคลือบอย่างดี ขนาด ๘ x ๖ เมตร เป็นเงิน ๒๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๕. สร้างศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณหน้าเรือนจำประจำจังหวัดชัยภูมิ ยาว ๘ x ๖ เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้อง หลังคาโครงเหล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปเหมือนท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เพื่อให้นักโทษและญาติที่มาเยี่ยมได้ปฏิบัติธรรมนั่งกัมมัฏฐาน เป็นเงิน ๓๓๓,๗๓๓.๐๐ บาท

๖. ดำเนินการเขียนภาพจิตรกรรม ในเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุ และปฏิบัติธรรม วัดตูม ต.วัดตูม อ.พระนครศรีอยุธยา หมดทั้งองค์ พร้อมงานตกแต่งภูมิทัศน์ เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๗. ร่วมดำเนินการจัดสร้างกุฏิวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ วัดไทยลอสแอลเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งสร้างรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พุทธร่มริสี) และจัดหารัตนมงคล ไปเป็นทุนในการดำเนินการจัดสร้าง เป็นเงิน ๑๒๙,๐๐๐.๐๐ บาท

๘. จัดสร้างศาลาวิปัสสนากัมมัฏฐาน ขนาด ๒๑ x ๑๗ เมตร เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กทรงไทย ๒ ชั้น พร้อมอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติธรรมห้องน้ำห้องสุขา ปรับปรุง ภูมิทัศน์และสวนหย่อม พร้อมทั้งมอบเงินจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับปฏิบัติธรรม ให้แก่วัดเฉลิมอาสน์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๖๕๘,๒๐๐.๗๕ บาท

๙. ร่วมจัดและดำเนินการสร้างรูปเหมือนพระอุบาลีปางยืน จำนวน ๒ องค์ นำไป ประดิษฐาน ณ วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา ๑ องค์ ประดิษฐาน ณ วัดธรรมาราม จ.อยุธยา ๑ องค์ พระมหินทรเถระปางยืน ๑ องค์ พระนางสังฆมิตตาเถรี ยืน ๑ องค์ ไปประดิษฐาน ณ วัดต้นโพธิ์ ประเทศศรีลังกา พร้อมทั้งได้จัดตั้งเป็นกองทุนให้พระสงฆ์สามเณรที่ศึกษาเล่าเรียน อยู่ในประเทศศรีลังกาอีก ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท รวมเป็นเงินในงานครั้งนี้ทั้งสิ้น ๑,๖๓๒,๔๐๐.๐๐ บาท

๑๐. อุปถัมภ์งานอะลูมิเนียม และกระจกให้แก่ห้องสมุดโรงเรียนศึกษาภาษาบาลีพุทธโฆษ วัดคลองมหาสวัสดิ์ ทั้งหลัง เป็นเงิน ๕๖๒,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๑. ร่วมจัดสร้างอุโบสถวัดบางระกำ อ.นครหลวง จ.อยุธยา ประดับแท่นพระประธาน ด้วยหินอ่อน และงานวงกบประตูหน้าต่างทั้งหลังเป็นเงินทั้งสิ้น ๖๐,๐๐๐.๐๐ บาทเศษ

๑๒. ทูลถวายเป็นพระกุศลตามพระอัธยาศัยแด่ พระองค์ภาเป็นกองทุนเพื่อการศึกษา ส่วนพระองค์ เป็นเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๓. บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลสร้างอาคารกัลยาณิวัฒนาศูนย์โรคไต โรงพยาบาลสงฆ์ และถวายเงินสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ๒,๑๗๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๔. บริจาคเงินร่วมสบทบทุนในการจัดสร้างตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลกลาง สูง ๒๐ ชั้น เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๕. อุปถัมภ์การจัดสร้างป้ายชื่อโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ทำด้วยหินอ่อนหินแกรนิต เป็นเงิน ๒๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๖. อุปถัมภ์การจัดสร้างกุฏิสงฆ์ทรงไทย ๒ ชั้น วัดบางระกำ ต.บางระกำ อ.นครหลวง จ.อยุธยา ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนประกอบไม้ เป็นเงิน ๓๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๗. จัดซื้อโต๊ะหมู่ประดับมุก ชุด ๔ พร้อมเครื่องประกอบครบชุด ๓ ชุด ถวาย วัดเฉลิมอาสน์ ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี, วัดคลองโพธิ์เจริญ ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.ราชบุรี และวัดโคกสวาย ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๘. จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุดถวาย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์ วิทยาเขตนครสวรรค์ จำนวน ๕ เครื่อง เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๙. จัดสร้างซุ้มเสมารอบอุโบสถ ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ถวายวัดบางระกำ อ.นครหลวง จ.อยุธยา เป็นเงิน ๙๖,๐๐๐.๐๐ บาท

๒๐. สร้างพระสารีบุตร-พระโมคคัลลาน์ ลงรักปิดทองคำแท้ ถวายวัดเฉลิมอาสน์ ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นเงิน ๑๐๙,๑๐๐.๐๐ บาท

๒๑. บริจาคเงินสร้างอาคารปริยัติธรรมเอนกประสงค์

"อนุสรณ์พระราชพฤฒาจารย์ (ห้อม อมโร)" ณ วัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท ด้านการสาธารณูปการและการสงเคราะห์ ได้จัดกิจกรรมดังนี้

๑. จัดตั้งมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดอินทรวิหาร เพื่อให้การ สงเคราะห์แก่พระภิกษุสามเณร นักเรียนนิสิตนักศึกษา รวมทั้งประชาชนผู้ประสบภัยด้านต่างๆ

๒. มอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนละ ๑,๐๐๐ - ๑,๗๐๐ บาท จำนวน ๒๐๐ กว่าทุน เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน ๓. มอบทุนการศึกษาประเภทถาวร โดยมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี มีความ ประพฤติดี ตั้งแต่ปีที่ได้รับทุนไปจนกว่าจะจบการศึกษาระดับปริญญาหรือจนกว่าจะเลิกเรียน ปีละ ๒ ทุน ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับทุนประเภทนี้ จำนวน ๑๙ คน ๔. มอบเงินเพื่อตั้งทุนการศึกษาแก่นักเรียนสถาบันบาลีศึกษาพุทธโฆษ จำนวนเงิน ๑๕,๐๐๐.๐๐ บาท ๕. มอบเงินสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือของสถาบันบาลีศึกษาพุทธโฆษ จำนวนเงิน ๑๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท ๖. มอบเงินและวัตถุสิ่งของสงเคราะห์ ผู้ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย รวมทั้งผู้ที่ควร สงเคราะห์ คิดเป็นเงิน ๓๒๒,๒๐๐.๐๐ บาท ๗. จัดสร้างพระพุทธปฏิมาขนาดต่าง ๆ เพื่อไปประดิษฐานยังวัด สถานศึกษาและสถานที่ ราชการหลายแห่ง คิดเป็นเงินประมาณ ๑๘๕,๕๐๐.๐๐ บาท

การบริหารและการปกครอง

วัดอินทรวิหาร ได้จัดการปกครองให้พระภิกษุสามเณรอยู่ด้วยความเป็นระเบียบ เรียบร้อย โดยมีกติกาของวัดควบคุมปกครองพระสงฆ์สามเณรและผู้อยู่อาศัยภายในวัด มีระเบียบ ของวัด ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคม และยึดหลักการให้ความ อนุเคราะห์ และสงเคราะห์สหธรรมิกด้วยความเอื้อเฟื้อมีเมตตาธรรม

เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มีดังนี้ ๑. พระครูธรรมานุกูล (หลวงปู่กู่) ๒. พระอินทรสมาจาร (หลวงปู่เงิน)

พ.ศ. ๔๓๕-๒๔๖๗

พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๕๑๙ ๓. พระครูวรภัตติคุณ พ.ศ. ๒๕๑๙ ๔. พระโสภณธรรมวงศ์ (ทองสืบ สจุจสาโร) พ.ศ. ๒๕๒๙-ปัจจุบัน