วัดช่องลม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดช่องลม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ถนนไกรเพชร ซอย ท่าเสา ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
อาณาเขต ทิศเหนือจดคลองวัดช่องลม ทิศใต้จดถนนไกรเพชร ทิศตะวันออก จดแม่น้ำแม่กลอง ทิศตะวันตกจดคลองคู่ของวัด
ลักษณะเนื้อที่ของวัดเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู คือทางทิศตะวันตกกว้าง ทางทิศตะวัน ออกแคบ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ห่างจากศาลากลาง จังหวัดราชบุรี หลังเก่า ๕ เส้น ห่างจากศาลากลาง จังหวัดราชบุรีหลังใหม่ ประมาณ ๒ กิโลเมตร
ความเป็นมา
หลักฐานการตั้งวัดช่องลมจากทะเบียนวัดจังหวัดราชบุรี ซึ่งตรวจสอบจากทะเบียน วัดที่จังหวัดแจ้งมา และแบบกรอกประวัติวัดที่ทางวัดจัดทำเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ แจ้งไว้ว่า วัดช่องลม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ และประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔
ความเป็นมาของวัดช่องลมที่สืบทราบจากบุคคลผู้สูงอายุเล่าสืบต่อกันมาว่า สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมมีชื่อว่า วัดช้างล้ม เพราะทางทิศตะวันตกห่างจากวัดไปเป็นโรงสำหรับขังช้างของทางราชการ ฝูงช้างจึงใช้เป็นที่เดินผ่านเพื่อไปกินน้ำและอาบน้ำที่แม่น้ำแม่กลองเป็นประจำ วันหนึ่งขณะฝูงช้างพากันไปกินน้ำที่แม่น้ำแม่กลองนั้น ช้างเชือกหนึ่งเกิดพลาดลงไปติดหล่มล้มลงและเสียชีวิต ประชาชนจึงเรียกสถานที่นี้ว่า "ช้างล้ม" ต่อมามีผู้ศรัทธาสร้างวัดขึ้น จึงตั้งชื่อวัดตามที่ประชาชนเรียกสถานที่นั้นว่า "วัดช้างล้ม" ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จเยี่ยมเมืองราชบุรีได้เสด็จมาที่วัด ทรงพิจารณาเห็นว่า ชื่อวัดช้างล้มไม่เป็นมงคลนาม จึงทรงตั้งชื่อใหม่ว่า "วัดช่องลม" ทางวัดได้ใช้ชื่อนี้มาจนถึงทุกวันนี้
วัดช่องลมได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นต้นไป กระทรวงศึกษาธิการประกาศลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
ทรัพย์สิน
มีที่ดินตั้งวัดโฉนด เลขที่ ๑๒๒๙๔ เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา และที่ธรณีสงฆ์ ๘ แปลง เนื้อที่จำนวน ๑๑๘ ไร่ ๑ งาน ๔ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๑๒๒๙๙, ๑๑๔๑๔, ๗๖๕๐, ๕๕๓๖, ๕๕๕๑, ๔๗๓๙, ๙๙๓๓, ๙๙๕ อยู่ที่ตำบลหน้าเมือง ตำบลเจดีย์หัก ตำบลดอนตะโก ตำบลห้วยไผ่ แห่งละแปลง และตำบลคูบัว, ตำบลอ่างทองแห่งละ ๒ แปลง ในเขตอำเภอเมือง
อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถหลังเก่าสร้างสมัยหลวงพ่อจันทร์ เป็นเจ้าอาวาส เป็นอุโบสถขนาดเล็ก มุงด้วยกระเบื้องรางดินเผา ต่อมาชำรุดทรุดโทรม จึงได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นในสมัยพระราชเขมาจารย์ (เปาะ) เป็นเจ้าอาวาส ขนาดกว้าง ๗.๒๘ เมตร ยาว ๑๙.๕๖ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ฝาผนังก่ออิฐถือปูน พื้นปูด้วยหินอ่อน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันลวดลายไทย ลงรักปิดกระจก บานประตูหน้าต่างแกะสลัก ลงรักปิดทอง เพดานติดลูกดาวแกะด้วยเหง้าไม้สักลงรักปิดทอง
วิหารกว้าง ๑๕.๐ เมตร ยาว ๑๔.๘๕ เมตร อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงจตุรมุข หน้าบันเป็นลายไทยปูนปั้น
ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นอาคาร ๒ ชั้น ชั้นบนใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล ชั้นล่างใช้เป็นสถานที่ประชุมพระสังฆาธิการในจังหวัดราชบุรี
ศาลาดิน กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๔ เมตร เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว มีภาพพระเวสสันดรชาดกเขียนลงบนกระดานด้วยสีฝุ่น
หอสวดมนต์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๔ เมตร เป็นอาคารไม้ทรงไทย ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ
ศาลาฌาปนสถาน กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๐.๖๐ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านหลังศาลาเป็นเตาอบเผาศพ
โรงเรียนพระปริยัติธรรม กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ทรงจตุรมุข
หอฉัน กว้าง ๔.๖๐ เมตร ยาว ๑๖.๕๐ เมตร สร้างด้วยไม้มะค่าเจริญสุข, ไม้เนื้อแข็ง, ไม้แดงและไม้สัก
หอระฆัง เป็นอาคารสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาวด้านละ ๔ เมตร สูง ๒๓ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น
โรงครัว เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๑ เมตร
กุฏิ จำนวน ๘ หลัง เป็นอาคารไม้และคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยและทรงขึ้นหยา
ปูชนียวัตถุ มีพระพุทธรูปประทับยืน ปางอุ้มบาตร สมัยทวารวดี สร้างด้วยแก่นไม้จันทน์ ขนาดสูง ๒๒๖ เมตร ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เรียกกันว่าหลวงพ่อแก่นจันทน์ หรือ หลวงพ่อ ลอยน้ำ เพราะเดิมสร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี ณ แก่งหลวงเกิดน้ำบ่าท่วมจึงพัดพาพระพุทธรูปลอยตามน้ำแม่กลองมาจนถึงวัดช่องลม ปัจจุบันประดิษฐานในวิหารจตุรมุข
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
์ทางวัดจัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมเบ็ดเสร็จสอนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๖ แผนกบาลี เบ็ดเสร็จสอนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๗ และยังให้เนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่เศษ เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดช่องลม) นอกจากนี้ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ตั้งกองทุนมูลนิธิกวีธโร เพื่อเก็บดอกผลช่วยเป็นทุนการศึกษาเด็กที่ยากจนแต่เรียนดี และทางราชการใช้เป็นสถานที่คัดเลือกทหารเกณฑ์ และที่ประชุมสหกรณ์ที่ดินจังหวัดราชบุรี
การบริหารและการปกครอง
ทางวัดตั้งกฎระเบียบให้ภิกษุสามเณรทุกรูปทำวัตรเช้า-เย็นทุกวันตลอดปี เมื่อยังไม่จบชั้นการศึกษาพระปริยัติธรรม ต้องศึกษาพระปริยัตธรรมทุกรูปต้องพร้อมเพรียงกันกระทำอุโบสถทุกกึ่งเดือน ในฤดูเข้าพรรษา เมื่อทำวัตรเช้า-เย็นเสร็จแล้ว ต้องนั่งเจริญกัมมัฏฐานต่อไปอีกประมาณ ๑๐ ถึง ๑๕ นาที ต่อจากนั้นทำการอบรมพระภิกษุผู้มีพรรษาตั้งแต่๕ ลงมาและสามเณรทุกรูปทุกวันจนกว่าจะออกพรรษา อบรมภิกษุสามเณรทุกรูปให้เคารพกฎ กติกาของวัด และประพฤติเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ตลอดจนมีความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน
เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามคือ รูปที่ ๑ หลวงพ่อน้อย รูปที่ ๒ หลวงพ่อจันทร์ รูปที่ ๓ พระครูอินทเขมา (ห้อง) พ.ศ. ๒๔๒๓-๒๔๖๙ รูปที่ ๔ พระราชเขมาจารย์ (เปาะ) พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๕๑๙
รูปที่ ๕ พระราชวรเวที (ประเทศ) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา