วัดเจษฎาราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดเจษฎาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 63 ถนนเจษฎาวิถี ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดิน ตั้งวัดเนื้อที่ 57 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2401 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2480 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ได้รับการ สถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2531 พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสาคร มีถนนคอนกรีตโดยรอบ บริเวณวัด การคมนาคมสะดวก สภาพแวดล้อมอยู่ใกล้สถานที่ราชการและชุมชนที่หนาแน่น มีถนนเจษฎาวิถีเป็นทางคมนาคมเข้าถึงวัด

อาณาเขตและอุปจาระวัด ทิศเหนือติดต่อกับคลองมหาชัย ทิศใต้ติดต่อกับที่ดินของชาวบ้าน ติดต่อกับที่ดินของชาวบ้านโดยมีคลองกั้นเป็นเขตแดน

คลองนั้นชื่อว่า

ทิศตะวันออก

คลองกระเจ็ด ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินของชาวบ้านและมีคูคลองกั้นเป็นเขตแดนเช่นกัน

ทรัพย์สิน มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 57 ไร่ 1 งาน 43 ตารางวา ปูชนียวัตถุมี พระประธานในพระอุโบสถ ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อโต" ขนาด พระเพลา กว้าง 3 ศอก โดยมีพระอธิการยา เป็นประธานจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 253 พระพุทธรูปขึ้นหน้าพระอุโบสถสูง 6 ศอก

พระครูมหาชัยบรรรักษ์ เป็นประธานจัดสร้าง พ.ศ. 2488 รูปหล่อขนาดเท่าตัวจริงของพระครูมหาชัยบรรรักษ์ ทางวัดจะจัดงานบำเพ็ญกุศลถวาย ในวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ของทุกปีเป็นประจำ ต้นศรีมหาโพธิจากประเทศอินเดีย สมเด็จ พระสังฆราช (ปุ่น บุญณสริ)

ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัตเป็นประธานปลูกเมื่อ พ.ศ. 2519

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถคอนกรีตเสริมเหล็ก

ที่ฝาผนังภายในมีภาพ จิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ พระวิหารก่ออิฐถือปูน เครื่องบนเป็นไม้ ศาลาการเปรียญ เสาและคาน เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฎิสงฆ์ จำนวน 18 หลัง นอกจากนี้มีอาคารเรียนพระปริยัติธรรม 2 ชั้น อาคารเรียนกรรมฐาน หอสวดมนต์ 2 ชั้น หอพระไตรปิฎก 2 ชั้น ศาลารายหน้าพระอุโบสถ หลัง ศาลาท่าน้ำ 2 หลัง หอกลอง หอระฆัง ศาลาฌาปนสถาน 3 หลัง โรงครัว อาคาร เรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ อาคารห้องสมุด ศาลาพักผ่อน 4 หลัง และมาปนสถานคอนกรีต เสริมเหล็ก

ความเป็นมา วัดเจษฎาราม ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๑ โดยมีพระน่วม เดินทางมาจากแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายแฟบ นางน้อย และนางอิ่ม ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเป็นชาวบ้านตำบลมหาชัย ได้ร่วมใจกันทำการก่อสร้างเสนาสนะ วัดนี้ และได้ขนานนามว่า "วัดธรรมสังเวช" แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า "วัดกระเจ็ด" ตาม ชื่อคลองกระเจ็ดซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกวัด ที่จริงแล้วบริเวณที่ตั้งวัดนี้เดิมนั้นเป็นที่วัดร้างมาก่อน โดยมีเนินดินซึ่งอยู่ทางด้าน ทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งพระอุโบสถเก่า ปัจจุบันได้ปรับฟื้นที่เป็นที่ราบไปหมดแล้ว ก่อนที่จะ กลายสภาพเป็นวัดร้างนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดครั้งแรกแต่อย่างใด ในราวบีวก พ.ศ. ๒๕๓ เจ้าจอมมารดาโหมด (เจ้าจอมมารดาของกรมหลวงชุมพร วัดให้ใหม่เปลี่ยนจาก "วัดธรรมสังเวช" ให้มีนามว่า "วัดเจษฎาราม" ใช้มาจนตราบเท่าทุกวัน แต่ประชาชนทั่วไปยังมีนิยมเรียกกันว่า "วัดกระเจ็ด" อยู่ตลอดมาเหมือนกัน เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์โดยทางเรือ และได้เสด็จขึ้นพักที่วัดนี้ ทรงเยี่ยมข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในการเสด็จครั้งนี้ ได้มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้ทูลเกล้า ฯ ถวาย เงินโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นจำนวน ๑๒๕,๕๒๐ บาท พระองค์ได้ทรงบริจาคเป็นการกุศล บูรณะวัดเจษฎารามทั้งหมด

เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้เสด็จโดยทางเรือทรงพักที่วัดนี้เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. เสด็จกลับเวลา ๑๔.๐๐ น.

นอกจากนี้กรรมการมหาเถรสมาคมที่มาเยี่ยมวัดนี้มี สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวร- นิเวศวิหาร สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา สมเด็จพระธิรญาณมุนี วัดปทุมคงคา

วัดเจษฎาราม เป็นสถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ มณฑลพระราชพิธีที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันเสาร์ที่ < ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ

ในอดีตทางราชการได้ใช้สถานที่วัดนี้หล่อรูปพันท้ายนรสิงห์ และได้เชิญไปประดิษฐาน ที่ตั้งศาลอยู่ที่ตำบลโคกขาม (เดิม) อันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ครั้งสมเด็จพระเจ้าเสือเสด็จ เมืองสาครบุรี

วัดเจษฎารามได้รับพระราชทานวิสงฆ์สีมาเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เขต วิสุงคามสึมากว้าง ๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑

ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๖

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตลอดมาทั้งแผนกธรรมและบาลี เป็นสนามสอบบาลี สนามหลวง มีนักเรียนธรรมและบาลีบีลกว่า 60 รูป นักว่าการศึกษาเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ ยังได้เปิดทำการสอนกรรมฐานมีทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตมาเข้ารับการอบรมปฏิบัติเป็นจำนวน มาก

สำหรับวันธรรมสวนะหรือวันสำคัญทางพุทธศาสนาจะจัดให้มีการบำเพ็ญกุศล พิธีทาง ศาสนา ตลอดถึงการปฏิบัติตามขนบประเพณีอันดีงามเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ

วัดเจษฎารามได้สนับสนุนและดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณสงเคราะห์หลายประการ เป็นศูนย์กลางอำนวยการจัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นที่ตั้งสำนักงานที่ดำเนินการ เพื่อการสาธารณะต่าง ๆ เป็นศูนย์ฝึกอบรม ช่วยเหลือ และเผยแพร่ ทั้งของทางคณะสงฆ์ และส่วนราชการอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

การบริหารและการปกครอง

วัดเจษฎาราม ดำเนินการบริหารและปกครองวัดตามพระธรรมวินัย กฎระเบียบของทาง คณะสงฆ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่เนื่องจากเป็นวัดที่มีกิจการต่าง ๆ มาก เจ้าอาวาส เป็นเจ้าคณะจังหวัดอีกด้วย จึงมีภาระหน้าที่การงานทั้งทางคณะสงฆ์และราชการมาก แต่ก็ได้มี รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถช่วยรับผิดชอบดำเนินการ ในเรื่องต่าง ๆ เป็นการแบ่งเบาหน้าที่เจ้าอาวาส เพื่อให้งานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และรวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษาที่วัดนี้มีประมาณบีลกว่า 6 รูป

ลำดับเจ้าอาวาสมี 2 รูป คือ รูปที่ ๑ พระนวม รูปที่ ๒ พระอธิการยา รูปที่ ๓ พระอธิการบัว รูปที่ ๔ พระครูมหาชัยบริรักษ์ (เชย ญาณวทมโน) รูปที่ ๒ พระสาครธรรมคณี (ชะวร โอภาโส ป.ธ. ๔ น.ธ. เอก) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นต้นมา และ เป็นเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย.