วัดคลองวาฬ

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดคลองวาฬ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 44 ถนน- สายประจวบ-คลองวาฬ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบครีขันธ์ จังหวัด ประจวบครีขันธ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2300 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เขตวิสุงคามสีมากว้าง เส้น ยาว 3 เส้น ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2528

เขตที่ตั้งและอุทิศของวัด

ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 71 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 700 เมตร ติดต่อกับทางหลวงจังหวัดและที่ดินเอกชน ทิศใต้ยาว 500 เมตร ติดต่อกับที่ตั้งโรงเรียน ตลาด และอ่าวคลองวาฬ ทิศตะวันออกยาว 700 เมตร ติดต่อกับทางหลวง จังหวัดสายประจวบ- คลองวาฬ ทิศตะวันตกยาว 20 เมตร ติดต่อกับทางสาธารณะ ถนนสายหนองหิน- คั่นกระได และตลาดคลองวาฬ

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบเสมอตลอดทั้งวัด เป็นวัดอยู่ชานเมืองห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ไปทางทิศใต้ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่แถบชายทะเล ติดต่อกับเทือกเขาคลองวาฬ และกองบิน 53 ด้านทิศใต้ของวัดติดต่อกับบ้านหว้ากอ อันเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในบริเวณวัดมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมายปลูกไว้อย่างมีระเบียบร่มขึ้น เป็นรมณียสถาน สำหรับผู้เข้ามาในบริเวณวัดนี้อย่างขิง

ความเป็นมา

วัดคลองวาฬ สร้างขึ้นครั้งแรกไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด เพียงแต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่สมัยอยุธยา ประมาณ พ.ศ. 2300 เข้าใจว่าสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองคลองวาฬ ซึ่งการสร้างเมืองสมัยก่อนนิยมสร้างวัดควบคู่กันไปด้วย

ครั้น พ.ศ. 238 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองบางนางรมเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์" จึงโปรดให้ยุบเมืองคลองวาฬ เป็นตำบลคลองวาฬขึ้นกับเมืองประจวบคีรีขันธ์ มาจนปัจจุบันนี้ สำหรับวัดคลองวาฬ เมื่อสร้างขึ้นเป็นวัดครั้งแรกมานั้น คงจะเป็นวัดประจำเมืองคลองวาฬ บริเวณที่ตั้งวัดมีต้นโพธ์ใหญ่เป็นหลักฐาน ต่อมาได้ย้ายสถานที่สร้างวัดหลายครั้ง เสนาสนะที่สร้างขึ้นเป็นอาคารไม้ เมื่อย้ายไปตั้ง ณ ที่แห่งใหม่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานเดิม สำหรับพระอุโบสถนั้น แต่เดิมได้สร้างเป็นอุทกุกเขป สีมา หรือ "โบสถ์น้ำ" ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นสมัยใด เดิมตั้งอยู่ในลำคลองวาฬ เมื่อ พ.ศ. 245 เป็นต้นมา หลวงพ่อเปี่ยม เมื่อครั้งครองวัดนาห้วย ได้เคยรับนิมนต์มากระทำการอุปสมบทกรรมที่โบสถ์น้ำนีด้วย ต่อมาทางวัดได้จัดสร้างพระอุโบสถขึ้นมาใหม่เมื่อ พ.ศ. 246 สำหรับโบสถ์น้ำก็หมดความจำเป็นปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรม ภายหลัง พ.ศ. 2480 เป็นต้นมา ก็หมดสภาพ โดยไม่มีหลักฐานใด ๆ ปรากฏอยู่เลย สำหรับพระอุโบสถหลังใหม่นั้น ได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 252 มีอาณาเขตกว้าง 2 เส้น ยาว 3 เส้น

ต่อมาวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้มีพันตำรวจโทวิเชียร ชูศักดิ์ทำเรื่องราว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพื่อสถาปนาวัดคลองวาฬเป็นพระอารามหลวง ความทราบ ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะ- รัฐมนตรี ที่ นร. ๐๒๔/๗๔๔๖ ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘ กระทรวงศึกษาธิการได้ออก ประกาศลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘

ทรัพย์สิน

ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๗ ไร่ ด งาน ๕ ตารางวา จำนวน แปลง ตามโฉนดเลขที่ ๑๓๐๓, ๔๒๑, ๕๘๕, ๑๕๕๗

อาคารเสนาสนะและถาวรวัตถุต่าง ๆ มีพระอุโบสถกว้าง 6 เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๖ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ฝาผนังภายในมีภาพพุทธประวัติ พระมาลัยโปรด สัตว์และรามเกียรติ์

ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นอาคารครึ่งตึก ครึ่งไม้ ๒ ชั้น มีหน้ามุขทั้งสองด้าน

หอสวดมนต์กว้าง 6 เมตร ยาว ๑๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นอาคารไม้ทั้งหลัง

กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๒ หลัง สร้างด้วยไม้บ้าง คอนกรีตบ้าง เป็นอาคารชั้นเดียวบ้าง ๒ ชั้นบ้าง

นอกจากนี้มีห้องสมุดสร้างด้วยไม้และคอนกรีตดัดแปลงมาจากศาลาหลังเก่า หอฉันสร้าง ด้วยไม้คู่กับหอสวดมนต์ ศาลาบำเพ็ญกุศลและณาปนสถาน

สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในพระอุโบสถ สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทรงครองจีวรลายดอกพิกุล ปางสมาธิ ขนาดพระเพลากว้าง ๑ เมตรเศษ ประชาชนเรียก "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์"

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดคลองวาฬ ได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ได้เปิดสอนในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ แผนกบาลี เปิดสอนในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ มีนักศึกษาสอบไล่ได้ปีละหลายรูปทุกปี นอก จากนี้ทางวัดได้จัดอุดหนุนการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ จัดเผยแพร่ศีลธรรม แก่ประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีพิธีกรรมต่าง ๆ เป็น ประจำ เช่น การเวียนเทียน เทศนา ปาฐกถา ออกจาริกในเผยแพร่ศีลธรรมแก่ประชาชน ตลอด จนให้ความร่วมมือสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมในสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ด้วยดีตลอดมา

การบริหารและการปกครอง

เจ้าอาวาสเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งอำนาจและหน้าที่ในการบริหารและการปกครองวัด โดยยึดถือ กฎระเบียบ การปกครองคณะสงฆ์ และพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด พระภิกษุ สามเณรทุกรูปต้อง ศึกษาพระปริยัติธรรมบำเพ็ญสมถกรรมฐาน ทำกิจวัตร และร่วมทำการพัฒนาวัดเป็นประจำ

สำหรับเจ้าอาวาสที่ครองวัดนี้ที่สืบทราบนามมี 6 รูป คือ

๑. พระอาจารย์รุ่ง ภู่ระหงส์ นับเป็นรูปแรกของวัดที่ได้ย้ายมาสร้างขึ้น ณ ที่ตั้งปัจจุบัน

๒. พระอาจารย์พุ่ม สอนสอด

๓. พระอาจารย์เกียน

๔. พระอาจารย์เหลือ พูลสวัสดิ์

๕. พระอาจารย์นิ่ม

๖. พระอาจารย์จวง ส่วนน้อย

๗. พระอาจารย์กรี คงหนุน

๘. พระสุเมธีวรคุณ (หลวงพ่อโถ ถาวรนันท์) ถึง พ.ศ. ๔๒

๙. พระราชธรรมาภรณ์ (หวล สุขิโต) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๒ เป็นต้นมา และได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย

วัดคลองวาฬ มีพระภิกษุอยู่จำพรรยาบีละกว่า ๕๐ รูป สามเณรประมาณ ๑๐๐ รูป จะมากน้อยกว่านี้ไปบ้างเล็กน้อยในบางปี