วัดเขาวัง
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดเขาวัง เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๓๓๘ ถนนเพชร- เกษม หรือถนนสายเอเชียและถนนศรีสุริยวงศ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัด ราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๘๐ เมตร ยาว ๑๒๐ เมตร ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘
เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด
มีที่ดินตั้งวัด รวมทั้งภาคพื้นดินและบนภูเขาวัง เนื้อที่ มต ไร่ งาน ๒ คารุงว อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับเขตท้องที่ตำบลเจดีย์หัก ทิศใต้ติดต่อกับเขตท้องที่ตำบลดอนตะโก ทิศตะวันออกติดต่อกับทุ่งนาและถนนศรีสุริยวงศ์ ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนเพชรเกษม หรือ ถนนสายเอเชีย จากราชบุรีไปเพชรบุรี
พื้นที่ตั้งวัดเป็นภูเขาขนาดย่อมตั้งอยู่โดยเอกเทศ มีลักษณะยาวรีจากทิศเหนือไปยังทิศ ใต้ สูง ประมาณ ๖ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางที่เชิงเขายาว ๓ เส้น กว้าง ๖ เมตร แบ่งเนื้อที่ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่อยู่บนภูเขาใช้เป็นเขตสังฆาวาสและพุทธาวาส มีต้นไม้นานาชนิดเป็นที่ร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย มองเห็นตัวเมืองราชบุรี และสภาพแวดล้อมเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ส่วนที่ อยู่ภาคพื้นดินใช้เป็นเขตสาธารณสงเคราะห์ มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ สถานที่ ปนและสุสาน เขตจัดประโยชน์ได้ให้ประชาชนเช่าที่ดินวัดปลูกอาคารที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนห่างจาก เขตพุทธาวาสและสังฆาวาส
ความเป็นมา
วัดเขาวัง ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดหรือที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เขาวัง" ได้มีนาม ตามภูมิประเทศที่ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ได้มีพระครูพรหมสมาจาร (สาลี ธมฺมสโร) เดิน ทางมาพำนักอยู่อาศัย และได้มีการริเริ่มที่จะสร้างเป็นวัดขึ้นมา
คิด
เดิมบริเวณที่ตั้งวัดนี้เป็นพระราชวัง
ตั้งอยู่บนภูเขาสัตตนาถ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสบนยอดภูเขานี้ ทรงพอพระ- ราชหฤทัยภูมิประเทศและบรรยากาศที่ดี จึงโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ดำเนินการจัดสร้างพระราชวังขึ้นบนยอดภูเขา ตั้งแต่นั้นมาประชาชนจึงนิยมเรียกว่า "เขาวัง มาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อก่อนจะสร้างพระราชวังนั้น มีวัดอยู่วัดหนึ่งอยู่เชิงภูเขาทางด้านทิศตะวัน ออก พระองค์โปรดให้ย้ายไปสร้างขึ้นใหม่อีกวัดหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "วัดกลางบ้าน" หรือ "วัดโพธิ์งาม" เพื่อเป็นการผาติกรรมไถ่วัดเดิมให้พ้นจากที่ธรณีสงฆ์ เสร็จแล้วได้พระราชทาน นามว่า "วัดสัตตนาถปริวัตร"
พระราชวังบนภูเขาสัตตนาดนี้ หลังจากได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จ- พระจุลจอมเกล้า ฯ ได้เสด็จมาประทับเมื่อคราวเสด็จกลับจากประพาสไทรโยคและทรงรับราชทูต โปรตุเกสเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๐ สมัยรัชกาลที่ ๕ มิได้เสด็จประพาส ต่อมาถึง สมัยรัชกาลที่ ๘ ได้ตั้งพระราชหฤทัยจะเสด็จจึงได้จัดการบูรณะปฏิสังขรณ์ อาคารพระที่นั่ง ต่าง ๆ จึงชำรุดทรุดโทรมลงตามลำดับ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๑ พระครู- พรหมสมาจาร หลังจากได้มาพำนักอยู่ ๓-๔ ปี ได้มอบให้หลวงสรรค์เทพกิจ คฤหบดี ร่วมกับ พระยาอรรถกวีสุนทร ข้าหลวงประจำจังหวัดราชบุรี ทำเรื่องราวขอพระราชทานพระราชวังพร้อม กับภูเขาสัตตนาถให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ ความทราบผ่านละอองธุลีพระบาท ได้ทรงมีพระราชอุทิศให้ เป็นที่ธรณีสงฆ์ ทรงอนุโมทนาประกาศแก่ชนทั้งปวงเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๖ หน้า ๒๑๘ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ จึงนับว่าเป็นวัด ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ เป็นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เขตวิสงคามสีมากว้าง เส้น ยาว ๓ เส้น ได้ผูกพัทธสีมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนาในปี พ.ศ. ๒๕๑๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้เสด็จมาทรงทอดผ้าพระกฐินต้นเป็น การส่วนพระองค์ และได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์แก่วัดนี้จำนวน ๐๐๐.- บาท เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔
ครั้นปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสริโสภาพรรณวดี ได้เสด็จมาทรง ทอดผ้าพระกฐิน และทรงบริจาคเงินบำรุงวัดจำนวน ๒๐,๐๐๐.- บาท
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ เสด็จมาเพื่อทรงทัศนศึกษา และได้เสวยพระกระยาหารที่พระราชวังเดิมพร้อมกับได้ทรงบริจาค เงินบำรุงวัดนี้ จำนวน ๒,000 บาทด้วย
ครั้นถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๖ พระครูภาวนานิเทศก์ เจ้าอาวาสวัดเขาวัง ด้วยความเห็นชอบร่วมกันของพุทธศาสนิกชนผู้บำรุงวัด ได้ทำเรื่องราวขอพระราชทานพระบรม- ราชานุญาตเพื่อสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ความทราบผ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทาน พระบรมราชานุญาตตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร ๐๒๕/๐๕ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ กระทรวงศึกษาธิการออกประกาศวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๕๒๘
ทรัพย์สิน
ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๒๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๘๑๓ สารบบเล่มที่ ๑๒๙ หน้าที่ ๑๓
มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 6 แปลง เนื้อที่ ๘๘ ไร่ ๑ งาน ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๕, ๗๕๖, ๑๒๕๕, ๑๔๗๓๒, ๐๕๖๐, ๒๖๕๕ ตั้งอยู่ท้องที่ตำบลหินกอง ๑ แปลง ตำบลดอนตะโก ๑ แปลง ตำบลเจดีย์หัก ๑ แปลง ตำบลท่าราบ ๑ แปลง และตำบลดอนทราย ๑ แปลง
อาคารเสนาสนะและถาวรวัตถุต่าง ๆ มีพระอุโบสถกว้าง ๑๐.๕๐ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๗๕ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้ดัดแปลงมาจากท้องพระโรงที่ประทับ บรรทมของรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเดิมมีลักษณะเป็นเก๋งจีน ได้บูรณะครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. ๕๒๑
ศาลาการเปรียญจอมพล ทรงโปร่งพื้นหินขัด จอมพลผิน ชุณหวัน สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๐
กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๕ หลัง เป็นอาคารไม้บ้าง ครึ่งตึกครึ่งไม้บ้าง และเป็นอาคาร คอนกรีตบ้าง
อาคารเรียนพระปริบัติธรรม เป็นตึก ๓ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๐
นอกจากนี้มี หอฉัน หอรมัง ห้องสมุด กระโจมหรือป้อมยาม
สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในพระอุโบสถเรียกว่า "เทพนิมิต" ทรง ๓ สมัย เนื้อศิลาแลง อัญเชิญมาจากเขาหลวง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายไว้ในนิทานโบราณคดีว่า เป็นพระพุทธรูปโบราณที่สวยงามมากองค์หนึ่ง ปัจจุบัน ได้ลงรักบีดทองใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑
พระเจดีย์บรรจุพระธาตุ หล่อด้วยคอนกรีตทั้งองค์ ลักษณะข่อ ๘ เหลี่ยม ขนาดกว้าง ด้านละ ๔ วา ๑ ศอก สูง ๑๒ วาเศษ สร้าง พ.ศ. ๒๔๗๖ โดยมีคุณนายเง็ก คุณเสถียร เป็น ผู้สร้างปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งองค์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ทางวัดจัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมตลอดมา แผนกธรรมเปิดสอน พ.ศ. 478 แผนกบาลี เริ่มทำการสอน พ.ศ. 2504 มีนักศึกษาสอบไล่ได้ปีละหลายรูป ได้เปิดแผนกธรรม ศึกษาแก่ประชาชนทั่วไป ได้ให้ทางราชการสร้างอาคารเรียนประถมศึกษาขึ้นในที่วัดนี้ และ สนับสนุนการเปิดสอนวิชาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ พ.ศ. 2550 เปิดทำการสอนศึกษาผู้ใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2514 การเผยแพร่ได้จัดเปิดอบรมและสอนการปฏิบัติกรรมฐานแก่ประชาชนทั่วไป มีอุบากรอุบาสิกา และแม่ชีมาถือปฏิบัติกรรมฐานบ้างหลายคน มีการกระทำพิธีทางศาสนาใน วันสำคัญ มีการเวียนเทียน ฟังธรรม เป็นต้น
การบริหารและการปกครอง
วัดเขาวังมีการบริหารการปกครองภายในวัด มีระเบียบกติกาของวัดยึดถือปฏิบัติ โดยมี พระธรรมวินัยเป็นหลักโดยเคร่งครัด พระภิกษุสามเณรทุกรูปต้องศึกษาพระปริยัติธรรม ทำกิจวัตร ลงอุโบสถสังฆกรรม ทำความสะอาดวัด และร่วมประชุมพึงธรรมสวนะ สำหรับผู้มีความรู้สูง มีหน้าที่ในการอบรมเผยแผ่ศีลธรรม และสอนกรรมฐานอีกด้วย ทั้งนี้อยู่ในการควบคุมดูแล บริหารและปกครองโดยตรงจากเจ้าอาวาส
เจ้าอาวาสที่ครองวัดนี้ มี 2 รูป คือ
พระครูพรหมสมาจาร (สาลี ธมฺมสโร) พ.ศ. 2467-2508
พระครูภาวนานิเทศก์ (ทุ่น อิสฺสโร) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2508 เป็น ต้นมา
วัดเขาวังมีพระภิกษุจำพรรษาประมาณปีละ 20 รูป สามเณร 20 รูป และอุบาสิกาแม่ชี ประมาณ 10 คน บางปีจะมากหรือน้อยกว่านี้ไปบ้าง.