วัดมหาชัย
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดมหาชัย เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ถนนองรถสางวิเศษ ตำบล ตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓ เส้น ๑๙ วา ติดต่อกับถนนมหาชัยดำริห์ ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ติดต่อกับถนนศรีราชวงศ์ ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ๑๘ วา ติดต่อกับถนนเทศบาลปรีชา ทิศ ตะวันตกยาว ๓ เส้น ๕ วา ติดต่อกับถนนอรรถสารวิเศษ
สภาพสิ่งแวดล้อม เนื่องจากวัดตั้งอยู่กึ่งกลางเนินเมืองมหาสารคาม จึงมีถนนหนทาง อาคารบ้านเรือนของประชาชนและสถานที่ราชการตั้งอยู่โดยรอบ สำหรับบริเวณวัดมีกำแพงก่ออิฐ ถือปูนล้อมรอบและมีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้าน
ความเป็นมา
วัดมหาชัย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยท้าวมหาไชย (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหา- สารคาม) ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม และเป็นเจ้าเมืองคนแรก ท้าวมหาไชย เป็นบุตรอุปฮาดสิ่งห์ เมืองร้อยเอ็ด ได้รับมอบหมายจากพระขัตติยวงศา (จันทร์) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดให้มาตั้งหมู่บ้านที่ ข้างห้วยกุดลาดย่างใย พร้อมส่งคนมาให้ , คน เพื่อถากถางป่าสร้างเป็นบ้าน เมื่อตั้งหมู่ บ้านได้แล้ว จึงเริ่มหาสถานที่สร้างวัดประจำหมู่บ้าน โดยกำหนดเอาเนินสูง เป็นสถานที่สร้าง สำนักสงฆ์ เมื่อสร้างกุฎิและศาลาหอแจกเสร็จแล้ว จึงนิมนต์พระญาครสุวรรณดีศรีสังวรณ์มา จากบ้านหนองแวงค้ำน่าง มาจำพรรษา
ครั้นถึงวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๐๘ พระบรญวงศา (จันทร์) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด กราบบังคมทูลรัชกาลที่ ๔ แบ่งแยกร้องที่ขอตั้งบ้านกุดลาดย่างใยเป็นเมือง ได้รับพระราชทาน นามว่า "เมืองมหาสารคาม" และให้ท้าวมหาไชย (กวด) เป็นเจ้าเมือง พร้อมพระราชทานยศให้ เป็นพระเจริญราชเดช และส่งคนมาให้อีก ๖,๐๐๐ คน หลังจากที่สร้างวัดขึ้นมาในระยะแรกแล้ว
ก็ได้พร้อมใจกันบูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๘ โดยมีนามว่า "วัดเหนือ" เพราะอยู่ทางเหนือน้ำ และตั้งให้พระครูสุวรรณ์ดีกรีสังวรณ์ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ชาวเมืองมหาสารคามเรียกว่า "ญาครูหลวงหลักคำ" เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๘๒ สมัยพระสารคามมุนิ (สาร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) เป็นเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสในขณะนั้น ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดมหาชัย" เพื่อเป็นเกียรติแก่วพระเจริญราชเดช (ท้าวมหาไชย) ผู้สร้างบ้านเมืองและวัดนี้ วัดมหาชัย นับว่าเป็นวัดคู่เมือง ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ทางราชการได้กระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดนี้ ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของจังหวัดมหาสารคาม ด้วย
วัดมหาชัยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลังเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๘๗๓ ต่อมาได้รับพระกรุณาช่วยโปรดเกล้า ฯ ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๓ งาน ๔๒๘ ตารางวา นอกจากนี้ยังมีปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุต่าง ๆ ดังนี้คือ
พระประธานในพระอุโบสถ ๑ องค์ พร้อมด้วยพระอัครสาวก
พระพุทธมงคลมิ่งเมือง ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
พระพุทธมงคล (หลวงพ่อดำ) ประดิษฐานอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์
พระพุทธอภัยมงคลสมังคี ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระพุทธรูปทองเหลือง ๑ องค์ ประดิษฐานอยู่ที่หอสารคามมุนี
นอกจากนี้ พระพุทธรูปติลาแลง กงพระพุทธรูปไม้ปางต่าง ๆ รอยพระพุทธบาทจำลอง ตลอดจนศิลปวัตถุ และโบราณวัตถุ จำนวนมาก ได้เก็บรักษาไว้ในกุฎิรักษาวัตถุโบราณ และมีธาตุเจ้าเมืองตั้งอยู่ที่หน้าพระวิหาร
พระอุโบสถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ มีขนาดกว้าง ๓.๕๐ เมตร ยาว ๗.๕๐ เมตร ก่ออิฐถือปูน มุงกระเบื้องดินเผา ช่างที่สร้างเป็นชาวบ้านหนองแวงคำน่าง เมื่อสร้างเสร็จก็ผูก พักธสีมาโดยเจ้าเมือง ซึ่งในสมัยนั้นไม่ต้องรับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระเจ้าอยู่หัว เพราะ ทรงมอบให้เจ้าเมืองเป็นผู้กำหนด ต่อมาเห็นว่าพระอุโบสถคับแคบและชำรุดทรุดโทรม จึงสร้าง หลังใหม่ขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๑ เมตร ก่ออิฐถือปูน ช่อฟ้าใบระภาทำด้วยไม้สักประดับ กระจก มีคันทวยตั๊กแตนแกะสลักโดยนายจาด แนวสิงห์โต หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีแดง สลับเขียว บานประตูหน้าต่างลงรักปิดทอง ใบเสมาหินอ่อนแกะตราธรรมจักร มีกำแพงแก้ว โดยรอบ
พระวิหารทรงโบราณ ก่ออิฐถือปูน หลังคาสองชั้น ไม่มีช่อฟ้าใบระกา เดิมพระวิหาร หลังนี้
เป็นพระอุโบสถหลังเดิม
ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สองชั้น หลังคาสองชั้น มีฝาผนังโดยรอบ ทั้งชั้นบนและล่าง
หอสารคามมุนี ทรงจตุรมุข เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น
กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๒ หลัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ๖ หลัง สองชั้น ๑ หลัง เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ๒ หลัง
กุฎิรับรองอาคันตุกะ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว
นอกจากนี้มีศาลารับรอง ก่ออิฐถือปูน อาคารเรียนพระปริยัติธรรม โรงครัว กุฎิเก็บ รักษาวัตถุโบราณ หอระฆังสองชั้น หอกลองสองชั้น และถังเก็บน้ำบาดาลพร้อมเครื่องสูบน้ำ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ทางวัดมีการศึกษาพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๕ มีนักเรียนบีละไม่น้อยกว่า ๑๐ รูป ขึ้นไป ผลการสอบได้เป็นจำนวนมากตลอดทุกปี ส่งพระสงฆ์ไปสอนตามสถานศึกษาและเรือนจำ ส่งหน่วยเผยแพร่ไปอบรมตามหมู่บ้าน จัดรายการธรรมะทางวิทยุและโทรทัศน์ และยังจัดกิจกรรม ทางพุทธศาสนาอีกหลายอย่าง
วัดมหาชัยได้ตั้งทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรที่เรียนพระปริญญาธรรม ตั้งงบประมาณ เพื่อสงเคราะห์คนยากจนและภิกษุสามเณรที่อาพาร และยังตั้งมูลนิธิช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมอีสาน ให้แก่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคามอีกด้วย การบริหารและการปกครอง ทางวัดจัดการปกครองภายใน โดยขอแต่งตั้งรองเจ้าอาวาส ทำหน้าที่ฝ่ายการศึกษา ผู้ช่วย เจ้าอาวาส ทำหน้าที่ฝ่ายสาธารณูปการ เพื่อช่วยเป็นการรับผิดชอบแทนเจ้าอาวาสด้วย และมีสำนักงาน เลขานุการวัดพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำ เจ้าอาวาสตั้งแต่แรกสร้างวัดจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้คือ ๑. พระสุวรรณดีศรีสังวรณ์ (หลักคำ) ๓. พระชาลี ๕. พระชาไมย์ ๗. พระชาทอง ๖. พระสา
๒. พระชาสองหลาย
๔. พระเกษ
๖. พระเกตุ
๘. พระช้าง
๑๐. พระโสม ๑๑. พระชาอ่อน ๑๓. พระโสม
พระชาบุดดา
พระหล่อน
๑๖. พระขรัวละคร ๑๕. พระเพชร ๑๗. พระชาบัว ๑๘. พระสารคามมุนี (สาร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
อดีตเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๕๐๔ ๑๙. พระอริยานุวัตร (อารีย์ เขมจารี ป.ธ. ๕ น.ธ.เอก) พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมา วัดมหาชัยมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาไม่น้อยกว่า ๑๐๐ รูปขึ้นไป บางปีมีถึง ๑๘๐ รูป