วัดหนองแวง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดหนองแวง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

พื้นที่ตั้งวัดตั้งอยู่ในตัวเมือง การคมนาคมติดต่อกับวัดถึงสะดวกสบาย อาณาเขตของที่ตั้ง วัดได้สร้างกำแพงมีซุ้มประตูเข้าออก ภายในบริเวณวัดได้สร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่าง ๆ ไว้ อย่างมีระเบียบ โดยได้แบ่งเป็นเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตสาธารณสงเคราะห์ไว้เป็น สัดส่วน พร้อมกับได้ปรับปรุงถนนภายในวัด สนามหญ้า ปลูกต้นไม้นานาชนิด สมเป็น รมณียสถานสำหรับผู้ที่ได้มาเยือน ซึ่งจะบังเกิดความสุขใจและประทับใจสืบต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป มาบำเพ็ญกุศลประกอบศาสนกิจในเทศกาลต่าง ๆ เป็นจำนวนมากตลอดมา ทางวัดก็ได้สนองศรัทธาและอำนวยความสะดวกให้ตามสมควรแก่ ฐานานุรูปโดยทั่วกัน

ความเป็นมา

วัดหนองแวง เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๓๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ หลังจาก ที่ได้ทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ คือ กรุงเทพมหานครเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘ ล่วงมาอีก ๔ ปี ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านบึงบอน (เมืองเก่า) ขึ้นเป็นเมืองขอนแก่นและได้พระ- ราชทานให้เลื่อนยศท้าวเพี่ยเมืองแผน ผู้สร้างเมือง เป็นพระนครศรีบริรักษ์ เจ้าเมืองขอนแก่น

ในคราวสร้างเมืองขึ้นนั้น พระนครศรีบริรักษ์ได้สร้างวัดหนองแวงขึ้นมาควบคู่กันไปด้วย พร้อมกับวัดธาตุและวัดกลาง เมื่อได้สร้างขึ้นมาแล้ว ก็ได้ทะนุบำรุงตลอดมา แม้ในสมัยของ เจ้าเมืองคนต่อๆมา ก็ได้ทอดทั้ง วัดหนองแวงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๒ เป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองเนื่องจากได้มีการพัฒนาทุกด้านอย่างพร้อมมูล จนได้รับการ

ยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง และที่สำคัญที่สุด ได้รับการสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวง นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ นับว่าเป็นวัดมีเกียรติยิ่งทีเดียว

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๑ งาน ๗ ตารางวา

อาคารเสนาสนะและถาวรวัตถุต่าง ๆ มี

พระอุโบสถกว้าง ๔ เมตร ยาว ๖ เมตร หลังเดิมชำรุดได้รื้อและสร้างใหม่บนที่เดิม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๙๖ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาสองชั้น มีช่อฟ้าใบระกาน้ำบันประดับกระจกสี ได้สร้างกำแพงโดยรอบมีซุ้มประตูสี่ด้านและมีหอเย็น (ศาลาราย) สี่หลังกอยู่สี่มุม ภายในกำแพงพระอุโบสถ

ศาลาการเปรียญ (ศาลาสมเด็จ) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กถาวร มีช่อฟ้าใบระกาประดับกระจกลงรักบีดทอง

ตำหนักสมเด็จ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้น

กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๖ หลัง ชั้นเดียว ๑๒ หลัง เป็นอาคารไม้ สองชั้น ๔ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารสำนักงานคณะสงฆ์ สองชั้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีพระวิหาร ๒ หลัง ศาลาปฏิบัติธรรม อาคารเรียน หอระฆัง หอกลอง ฌาปนสถาน และศาลาบำเพ็ญกุศล หลัง ซึ่งส่วนมากเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กถาวร

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ มีการศึกษาพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔ เป็นต้นมา ทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี จำนวน นักเรียนประมาณ ๕๐ รูปขึ้นไป นับว่าการศึกษาของวัดหนองแวงเจริญรุ่งเรือง ได้รับการสนับสนุนและอุปถัมภ์จากพุทธบริษัทเป็นอย่างดี นอกจากนี้เกี่ยวกับการเผยแผ่ ทางวัดได้จัดให้มีการฝึก อบรม ตลอดถึงการเทศนาและปาฐกถาธรรมแก่พุทธศาสนิกชนทุกระดับ ทั้งได้จัดส่งพระเถระและพระมหาเปรียญผู้ทรงคุณวุฒิออกไปเผยแพร่ภายนอกวัด สถาบันหรือสถานที่ต่าง ๆ เสมอมา แม้สถานที่วัดก็ได้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรมต่าง ๆ ของทางราชการและสังคมตลอดมา

การบริหารและการปกครอง เพื่อให้การบริหารและการปกครองภายในวัดได้เป็นไปโดยความเรียบร้อย ทางวัดได้จัดการบริหารและการปกครองโดยคำนึงถึงความคล่องตัว รวดเร็ว จึงได้แต่งตั้งรองเจ้าอาวาสไว้ถึง ๔ รูป ช่วยบริหารงานของเจ้าอาวาส แบ่งความรับผิดชอบฝ่ายละรูป มีฝ่ายปกครอง ฝ่ายบริหารการศึกษา ฝ่ายสาธารณูปการ และฝ่ายการเผยแผ่ ดำเนินนโยบายตามอำนาจและหน้าที่ของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสเท่าที่มีประวัติเป็นที่ทราบกันมา เรียงตามลำดับ คือ

๑. พระครูลูกแก้ว ท่านถึงมรณภาพ พ.ศ. ๒๔๓๖ ๒. พระอาจารย์เม้า ท่านมาจากจังหวัดยโสธร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๔๓๗-๒๔๓๕

๓. พระอาจารย์เหลา พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๔๑

๔. พระอาจารย์น้อย พ.ศ. ๒๔๔๑-๒๔๔๓

๕. พระอาจารย์บุญตา พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๔๕๒

๖. พระครูปลัดบุษบา พ.ศ. ๒๔๕๒-๒๔๘๑

๗. พระราชสารธรรมมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๘-๒๕๑๑

ส. พระครูธรรมสารสุมณฑ์ (พระมหาคูณ ขนุติโก) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๑

เป็นต้นมา ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่นอยู่ด้วย

วัดหนองแวงมีพระภิกษุและสามเณรอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า ๘๐ รูปขึ้นไป.