วัดจองคำ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดจองคำ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ถนนชำนาญสถิตย์ในเขต เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับซอยชำนาญสถิตย์ ทิศใต้ติดต่อกับถนนสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ดินราษฎรและถนนชำนาญสถิตย์ ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนประดิษฐ์ จองคำ
สภาพสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ ๒๐๐ เมตร มีหนองน้ำคู่บ้านคู่เมืองอยู่ด้านหน้าวัด เรียกว่า "หนองจองคำ" บริเวณวัดมีกำแพงล้อมรอบ ทุกด้าน
ความเป็นมา
วัดจองคำ ที่ได้ชื่อนี้เพราะว่าวัดเดิมประดับด้วยการบิดทองคำเปลวที่เสาวัดจนเหลือง อร่ามเหมือนเสาทองคำ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๐ ตามหลักฐานที่ขุดได้จากหลุมเสาวัดเดิมเป็น แผ่นเงิน โดยพระยาสีหนาทเจ้าพ่อเมืองแม่ฮ่องสอน และแม่เจ้านางเมียะ นับว่าเป็นวัดคู่เมือง สร้างขึ้นเป็นวัดแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
การสร้างวัดในระยะแรกนั้นได้สร้างเป็นเรือนไม้ กั้นเป็นห้อง ๆ รวม ๓ ห้อง ห้องกลาง เป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน หลังคาเป็นยอดปราสาท มีมุข ต่อมาชำรุดทรุดโทรม จึงรื้อ ถอนสร้างขึ้นใหม่ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๖ โดยลุงจองคำส่วย ฝืนอุตตมะ คหบดีชาวจังหวัด แม่ฮ่องสอน สร้างเป็นแบบศิลปะพม่าปนไทยใหญ่ หลังกามุงไม้เกล็ด ยอดปราสาท ๘ ชั้น โดยช่างฝีมือสล่าโพอ่อง ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๓ เกิดอัคคีภัยไหม้หมดทั้ง หลัง พระครูอนุสุตศาสนจักร เจ้าอาวาสพร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์รวม กับงบประมาณของรัฐบาล สร้างวัดขึ้นใหม่ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๕๑๗ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ ประกาศลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ให้รวมวัดจองกลาง ที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดกันและกำลัง ทรุดโทรมเข้ากับวัดจองคำสืบต่อมา
วัดจองคำได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๕๑ ได้รับ พระราชทานให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน
วัดจองคำ มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 6 ไร่ ๒ งาน ๓๕.๗ ตารางวา นอกจากนี้ยังมีปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุต่าง ๆ คือ
พระเจดีย์ สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยลุงขุนเพียร-แม่จองเฮือน คหบดี ชาวแม่ช่องสอน ศิลปะแบบไทยใหญ่ รูปทรงจุฬามณฑล สูงประมาณ ๓๒ ศอก ฐานสี่เหลี่ยมมี มุขสี่ด้าน ภายในมุขประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่ง
พระวิหารหลวงพ่อโต สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ เสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยพระ- อูหน่าก๊ะ เป็นประธาน ลุงจองคำส่วย ผืนอุตตมะ มีศรัทธาสร้างขึ้นแบบตรีมุข เสาไม้ก่ออิฐ ถือปูน หลังคามุงสังกะสี ศิลปะแบบไทยใหญ่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ฝีมือ ช่างสล่าโพโต่ง เตชะโกเมนต์
ตุ๊กตไม้สักแกะสลักชุดพระเวสสันดร แกะสลักด้วยไม้สักทั้งท่อน ลุงของจาย หล่อ น้ำมาถวาย
พระอุโบสถ เริ่มสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๑ เสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ พระครูอนุสุตศาสนจักร เป็นประธานร่วมกับพ่อค้าประชาชนช่วยกันบริจาคทรัพย์สร้าง โดยมีพ่อเลี้ยงสุวรรณ พาณิชยานนท์ เป็นผู้ออกแบบแปลนควบคุมการก่อสร้าง เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว ๑๒ เมตร หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กประดิษฐานพระเจดีย์ ๕ องค์ ภายในประดิษฐานพระ- ประธานซึ่งประกอบพิธีเททอง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ หล่อโดยนายช่างเชียงใหม่ชื่อ จันทร์ เบิกพระเนตรเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ และจิตรกรรมภาพวาดพุทธประวัติโดย สล่ากิตติ บัวคำ บานประตูหน้าต่างทำด้วยไม้สักแกะสลักลวดลายโดยนายช่างจีนะ ปุรณวิทย์
ศาลาการเปรียญคณะ ๑ หันหน้าไปทางทิศเหนือ กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๒๖ เมตร วาง ศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยนายทุนส่า วงศ์ไพทรย์ ศิลปะภาคกลาง ผสมภาคเหนือ อาคารเสาคอนกรีตเสริมเสาไม้ หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ มียอดปราสาท ชั้น สร้างเสร็จเมื่อวันที่ ๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ศาลาการเปรียญคณะ ๒ ซึ่งเดิมเป็นของวัดจองกลาง ขนาดกว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๒๘ เมตร ศิลปะแบบไทยใหญ่ เป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ปลายเสามีลวดลายปีทองคำเปลว หลังคา มุงสังกะสี ฝาผนังมีภาพพุทธประวัติ ซึ่งลุงจอกตุ๊ก นำมาถวาย ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ พ่อเลี้ยงสุวรรณ พาณิชยานนท์ ได้ออกแบบและดำเนินการสร้าง กุฎวิบัสสนา (คณะ ๑) และหอระฆัง- หอสมุด ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๖ เมตร หลังคา คอนกรีต ด้านตะวันตกเสริมเป็นรอระมังทรงปราสาท ด้านข้างมีรูปบั้นฝีมือพระมิ้น เตชะโกเมน ทิศตะวันตก รูปเทวดา แสดงท่าจดบันทึกคนที่กระทำชั่ว ด้านหน้าข้างขวามีรูปแม่ธรณ์ และยัง บูรณะซ่อมแซมศาลาวิบทสนา (คณะ ๒) ซึ่งลุงขุนเพียรและแม่จองเชือน สร้างไว้ด้วยไม้ มุง สังกะสีฉลุเป็นลวดลาย มียอดปราสาท ๕ ชั้น นอกจากนั้นในวัดจองคำยังมีโรงครัว หอฉัน ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๑ เมตร และ ศาลาจำศีลอีกด้วย
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดมีการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็นต้นมา มีทั้งนักธรรมและ บาลี จำนวนนักเรียนไม่ละไม่น้อยกว่า ๑๐ รูปขึ้นไป และยังมีการเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดย ร่วมมือทำงานกับพระธรรมจาริก เป็นพระธรรมทูตออกไปตามหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ แสดงธรรม โปรดผู้ต้องขังในเรือนจำและทางวิทยุ ด้านสาธารณูปการและสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดแจก ผ้าห่มและยาแก่ผู้ยากจน และสงเคราะห์เด็กชาวเขาที่เข้ามาเรียนต่อ โดยให้ที่พักอาศัยช่วยค่า ใช้จ่ายในการศึกษา ตลอดจนการกินอยู่
การบริหารและการปกครอง วัดจองคำ จัดการปกครองภายในวัด โดยมีกฎกติกาของวัด กำหนดให้พระภิกษุสามเณร ปฏิบัติตาม เพื่อให้หมู่คณะของพระสงฆ์อยู่ร่วมกันอย่างเรียบร้อย เป็นที่น่าเลื่อมใส เจ้าอาวาส ผู้ครองวัดจองคำเท่าที่ปรากฏหลักฐานมีดังนี้คือ ๑. พระอูหน่าก๊ะ
พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๘๑ ๒. พระอูหน่อง
พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๕ ๓. พระตอปี่ต๊ะ
พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๔๘๗ ๔. พระกำ
พ.ศ. ๒๔๘๗--๒๔๘๘ ๕. พระครูอนุสุตศาสนจักร ครองวัดตั้งแต่เดือกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘ เป็นต้นมา วัดจองคำมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาแต่ละปี จำนวน ๑๒๐ รูปขึ้นไป สามเณรประมาณปีละ ๑๐ รูป.