วัดเวฬุราชิน
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดเวฬุราชิน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๒ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
อาณาเขต ทิศเหนือกิดต่อกับสถานีตำรวจบางยี่เรือ ทิศใต้ติดต่อกับดูวัด ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนเทอดไทย ทิศตะวันตกติดต่อกับคลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง)
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของบริเวณวัด เป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ และติดถนนเทอดไทย
ความเป็นมา
วัดเวฬุราชิน สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาพลเทพ (เอี่ยม ต้นตระกูลชูโต) เป็นผู้สร้างในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ เสร็จสมัยรัชกาลที่ ๔ และถวายเป็นพระอารามหลวงใน รัชกาลที่ ๔ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดใหม่เวฬุราชิน" เดิมเรียกกันว่า "วัดใหม่ท้องกุ้ง" เพราะอยู่ในคุ้งน้ำ การสร้างวัดสร้างด้วยเงินค่าภาษีไม้ไม่สุกที่เจ้าพระยาพลเทพเป็นเจ้าภาษีรับ เหมาผูกขาดไปจากรัฐบาล แร่รัดได้มาจากระยองที่ค้างเป็นหนี้สินมาหลายปี เจ้าพระยาพลเทพ จึงได้นำเงินภาษีไม้ไผ่ที่เก็บได้นี้มาสร้างวัด
ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระยาพิศาลศุกผล (ชื้น พิศาลบุตร) กับขุนตาลวโนชากร (นิ่ม เสนวัต) ได้ร่วมมือกันปฏิสังขรณ์วัดนี้ใหม่ทั้งหมด ได้แก่ พระอุโบสถ พระวิหารทิศ กำแพงเก้า ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ใหญ่ ศาลาท่าน้ำ ศาลาจตุรมุข หอระฆัง หอสวดมนต์ สระน้ำ ๑ ตึก เป็นการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เท่ากับการสร้างวัดใหม่ และปัจจุบันพระไพโรจน์ธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสได้บูรณะวัดจนอยู่ในสภาพที่งดงามเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทั่วไป
ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๕ ไร่ และยังมีที่ธรณีสงฆ์อีก ๕ แปลง คือ แปลงที่ ๑ แขวงวัดใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๒๗ ตารางวา โฉนด เลขที่ ๓๑๗๓ แปลงที่ ๒ แขวงวัดใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๕ ไร่ 6 งาน ๕๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๙๖ แปลงที่ ๓ แขวงบางไส้ไก่ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๔ ไร่ ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๔๘๕ แปลงที่ ๔ แขวงบางไส้ไก่ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑ ไร่ ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๓๒๕ แปลงที่ ๕ แขวงบางไส้ไก่ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
จำนวน ๑ ไร่ ๒๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๓๐๗ ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุมีดังนี้คือ พระอุโบสถ เป็นแบบจินกลาย มีสิงโตที่บันได ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง พระวิหารทิศ ตั้งอยู่มุมทั้งของพระอุโบสถติดกับกำแพงแก้ว มีหน้าบันสลักเป็นรูป พุทธประวัติ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร มีพระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลานะ อยู่เบื้องซ้าย พระสีหไสยาสน์ ประดิษฐานในพระวิหาร ศาลาการเปรียญ อาคาร๒ ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฎิ มีกุฎิที่สร้างด้วยไม้เสริมเหล็กชั้นเดียวสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ และกุฎิที่สร้างใหม่ เป็นอาคาร๒ ชั้น มี 6 หลัง คือ กุฎิ จุ่น-จาง ทังสุบุตร กุมีชุบ ศิริภาคย์ กุฎิพงษ์จิตร และกุฎิที่สร้างเป็นห้องแถว นอกจากนี้ยังมี ศาลาท่าน้ำ ศาลาจตุรมุข หอระฆัง หอสวดมนต์ ศาลาบำเพ็ญกุศล และศาลาประชาคม
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม จำนวนนักเรียนบาลี ๑๕ รูป และนักธรรม ๑๗ รูป
1 ทางด้าน ภาษาไทยมีโรงเรียนเทศบาล นอกจากนั้นยังมีหอสมุดเยาวชนและสนามกีฬา
การบริหารและการปกครอง วัดวรรณราชิน มีเจ้าอาวาสครองวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้คือ ๑. พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี (คง) ๒. พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี (นุ้ย) ๓. พระครูวิมลปัญญา (เนี้ยม) ๔. พระครูสังฆมวิสุทธิคุณ (บุศย์) พ.ศ. ๒๖-๒๔๕๑ ๕. พระครูศรีวิเทศธรรมคุณ (วิบูลย์ ศรีชินพงษ์) พ.ศ. ๒๕๐๓ ๖. พระไพโรจน์ธรรมาภรณ์ (พินิจ บียาจาโร) พ.ศ. ๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบัน วัดนี้มีพระภิกษุ ๔๔ รูป สามเณร ๒ รูป และชี ๑ คน