วัดเฉลิมพระเกียรติ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๔๖ หมู่ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อเขตคูวัดและที่ดินสงฆ์ ทิศใต้ติดต่อเขตคูวัดและที่ดินสงฆ์ ทิศตะวันออกติดต่อแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกติดต่อเขตคูวัดและที่ดินสงฆ์
ความเป็นมา วัดเฉลิมพระเกียรติเดิมเป็นบริเวณบ่อเก่าริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาใต้ตลาดขวัญ เมืองนนทบุรี ครั้นรัชกาลที่ ๓ โปรดให้พระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) เป็นแม่กองสร้างวัดขึ้น ในบริเวณนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระอัจฉริยภาพพระอัยกีและสมเด็จพระราชชนน์แห่งพระ- องค์และทรงพระราชทานนามพระอารามแห่งนี้ว่า วัดเฉลิมพระเกียรติ การสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติ ในสมัยรัชกาลที่ ๙ ยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ รัชกาลที่ ๔ จึงทรงสร้างต่อเป็นการทรงสนองพระ เดชพระคุณในรัชกาลที่ ๓ โปรดให้พระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) เป็นแม่กองการบูรณะจน สำเร็จทั้งพระอารามและได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์กันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน วัดเฉลิมพระเกียรติมีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๔๐ เมตร
ทรัพย์สิน วัดเฉลิมพระเกียรติมีที่ดินที่ตั้งวัด ๒ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา
และยังมีที่ธรณีสงฆ์ ทั้งหมด ๑ แปลง มีอยู่ที่ตำบลบางสี่เมือง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๑๖ แปลง เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๒๔๘ ไร่ งาน ๔๒ ตารางวา และที่ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ไร่ ซึ่งที่ธรณีสงฆ์ส่วนใหญ่เป็น ที่นาคและที่สวน
ส่วนปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุ ของวัดนี้ พอจะกล่าวโดยสังเขปได้ดังนี้
พระอุโบสถ สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ เป็นศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน โดยสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองแดง ทั้งองค์ (แร่ทองแดงนี้นำมาจากอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา) หล่อเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘ ในรัชกาลที่ ๖ ทรงถวายพระนามว่า "พระพุทธมหาโลกากินันทปฏิมา" หน้าตักกว้าง ๖ ศอก สูง ๘ ศอก ๑ คืบ ๔ นิ้ว
พระวิหารหลวง สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐ ศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน โดยสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ เช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปาง- มารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว สูง ๓ นิ้ว รัชกาลที่ ๔ โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ทำด้วยศิลา องค์นี้มาประดิษฐานไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ พร้อมด้วยพระอักขระสาวกซ้ายขวาเป็นศิลาสีมันปู นั่งพับ- เพียบ ๒ รูป บัดนี้เหลืออยู่องค์เดียวเท่านั้น และด้านหลังพระวิหารมีโพธิ์พันธุ์ พุทธคยา คือ พระศรีมหาโพธ์ โดยในรัชกาลที่ ๔ พระปรีชาเฉลิม (เกษ) เจ้าอาวาสองค์แรก ได้รับพระราชทาน มาปลูกไว้
ศาลาการเปรียญ สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ ศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดง หน้าตักกว้าง ๓ สอกเศษ สูง ๔ ศอกพร้อม ด้วยพระอัครสาวก ๒ องค์ หล่อด้วยดีบุก นั่งพับพีบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๑
พระเจดีย์ใหญ่ สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ เป็นศิลปะแบบลังกา ก่ออิฐถือปูนรูปทรง กลมมีฐาน ๘ เหลี่ยม ชั้น พระเจดีย์องค์นี้อยู่ทางด้านหลังในเขตแนวกำแพงแก้วเดียวกันกับ พระอุโบสถ
นอกจากนี้ก็มีกำแพงแก้ว กุฏิ ศาลาแดงเหนือ ใต้ เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ในปี พ.ศ. ๒๖๘ พระปรีชาเฉลิม (ม.ล. ยิ้ม ปาลกะวงศ์) เจ้าอาวาสวัดรูปที่ ๔ ได้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยขึ้น ๑ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กโดยทางราชการเป็นผู้สร้างให้ ทำพิธีเปิดเรียนเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๖๘ ให้ชื่อว่า โรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ (พิบูลบำรุง) และในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ ในสมัยเดียวกันได้จัดตั้งโรงเรียนธรรมและบาลีขึ้นในวัด เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าใดนัก
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสของวัดเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันชื่อ
พระราชปรีชามุน (พร ๑ ด) และ พอจะลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่แรกถึงปัจจุบันได้ ดังนี้ ๑. พระปริชาเฉลิม (เกษ) พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๔๒ ๒. พระเทพโมล (สงุณสุวรรณ แก้ว) พ.ศ. ๒๔๓ ๓. พระครูปริชาเฉลิม (แฉ่ง) พ.ศ. ๒๓-๒๔๗๐ ๔. พระปรีชาเฉลิม (ม.ล. ยิ้ม ปาลกะวงศ์) พ.ศ. ๘๗๑-๒๕๑๔ ๕. พระราชปรีชามนิ (พร บุญเกิด) พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึงปัจจุบัน วัดเฉลิมพระเกียรติมีพระภิกษุ ๑๖ รูป
และสามเณร ๔ รูป