วัดสุวรรณาราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดสุวรรณาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๓๓ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ดินตั้งวัดประมาณ ๑๒ ไร่เศษ อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับคลองบางกอกน้อย

ทิศใต้ ติดต่อกับโรงเรียนสุวรรณาราม

ทิศตะวันออก ติดต่อกับคูน้ำเขตบางกอกน้อย

ทิศตะวันตก ติดต่อกับถนนเข้าเขตบางกอกน้อย วัดนี้ยังไม่มีแผนผังรายละเอียดที่แน่นอน แต่ได้กำหนดเขตเป็นหลักฐาน ๒ เขตดังนี้ เขตพุทธาวาส มีพระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ มีเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่เศษ เขตสังฆาวาส ที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์สามเณร มี ๓ คณะ กุฏิ ๓๖ หลัง มีศาลาการเปรียญและโรงเรียน ปฏิบัติธรรมอยู่ในเขตนี้ด้วย มีเนื้อที่โดยประมาณ ๑๐ ไร่เศษ ลักษณะพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีเนื้อที่ยาวประมาณ 3 เส้น กว้างราว ๔ เส้น มีคลอง เป็นที่หมายเขต พื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง

ความเป็นมา

วัดสุวรรณาราม เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อวัดทองไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ได้รับ การบูรณะปฏิสังขรณ์จากพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มาด้วยดี ตั้งแต่ต้นจนบัจจุบันโดย เฉพาะรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ถาวรวัตถุและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้รื้อและสถาปนาใหม่หมดทั้ง พระอาราม ได้ทรงสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร กำแพงแก้ว มีเก๋งข้างหน้า เก๋ง พร้อมทั้ง เสนาสนะขึ้นใหม่ ครั้นสถาปนาเสร็จแล้วจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุวรรณาราม" ส่วน สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ได้ทรงสร้างเครื่องป่อข้าขึ้น

สำหรับพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อมาโดยเฉพาะรัชกาลที่ ๓ ก็ได้ปฏิสังขรณ์ขยายเขตให้ กว้างขวางออกไปกว่าของเดิม พร้อมทั้งหอระฆัง หอพระไตรปิฎก หอฉัน กุฎิตึก กุฏิฝากระดาน ศาลาการเปรียญ ฯลฯ นับว่ายุคนี้พระอารามเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

วัดสุวรรณารามในรัชสมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ เป็นสถานที่พระราชนอนเพลิงศพ เชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก

การบูรณะปฏิสังขรณ์ในยุคปัจจุบันนี้ มีพระอุบาลีคุณปมาจารย์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ร่วมกันซ่อมหน้าบันพระอุโบสถ ปูหินอ่อน ซ่อมบานประตูหน้าต่าง เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาและช่อฟ้าใบระกาพระอุโบสถ ซ่อมพระวิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ เก็งหน้าพระอุโบสถ สร้างฌาปนสถานพร้อมทั้งศาลา ๕ หลัง และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

นับได้ว่าวัดสุวรรณารามโดยการนำของพระอุบาลีคุณปมาจารย์ได้กลับฟื้นคืนสู่สภาพเดิมที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแล้วอีกครั้งหนึ่ง

และขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้อนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถอยู่ เพื่อรักษามรดกอันล้ำค่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ทรัพย์สิน

จำนวนที่ดินที่เป็นบริเวณวัดมีประมาณ ๑๒ ไร่เศษ ส่วนที่กัลปนา (ที่จัดประโยชน์) ทางวัดไม่มีแผนที่รายละเอียดระบุไว้แน่ชัด เพราะที่ดังกล่าวนี้กรมการศาสนาเป็นผู้ดำเนินการจัดประโยชน์ทั้งสิ้น รายได้ทั้งหมดปีหนึ่งประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาทเศษ

อสังหาริมทรัพย์นอกจากที่ดินดังกล่าวแล้วก็ได้แก่สิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ เช่น

พระอุโบสถ ความงามภายนอกของพระอุโบสถคือ ช่อฟ้าใบระกา ประดับกระจกเป็นรูปเทพนมและนารายณ์ทรงครุฑบิดทอง บานประตูหน้าต่างเขียนลายรดน้ำ ฝ่ายในข้างในมีความงดงามด้วยภาพเขียนต่าง ๆ เพดานเขียนลายทองมีดาวประดับ ด้วยฝีมือของจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ ๓ อย่างครบครัน ภาพจิตรกรรมอันสวยงามเหล่านี้ ส่วนมากเป็นชาดกเรื่องต่าง ๆ นับวันจะหาดูได้ยาก ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรพยายามหาทางอนุรักษ์มรดกของไทยอันล้ำค่าไว้ให้ทุกคนได้ชมเพื่อประดับความรู้และประดับสติปัญญาของคนไทยต่อไป

พระวิหาร เป็นพระวิหารมีมุขขวางหน้าหลัง ๒ ข้าง ช่อฟ้าใบระกาประดับกระจกบิดทองรูปเทพนม

ศาลาการเปรียญ มีช่อฟ้าใบระกาประดับกระจกมีมุขขวางด้านริมน้ำ

นอกจากนี้ ยังมีศาลาท่าน้ำ หลัง หอระฆังก่ออิฐถือปูน • หลัง หอไตร ๑ หลัง เก๋งหน้าอุโบสถ ๑ เก๋ง กุฏิคณะตึก ๑ คณะ กุฏิฝากระดาน ๔ คณะ และหอสวดมนต์ ๑ หลัง

ของที่ได้รับพระราชทานไว้สำหรับวัดคือ พระไตรปิฎกพร้อมด้วยตู้ • จบ พระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ ๖ ธรรมาสน์จำหลักลายบิดทองขาสิงห์ ธรรมาสน์ประจำศาลและตู้ลายทองฝากระจก

ส่วนปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัด ได้แก่

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก • คืบ สูง ส ศอก • คืบ นิ้ว สันนิฐานว่ารัชกาลที่ ๑ อัญเชิญมาจากสุโขทัย ชาวบ้าน เรียกพระนามว่า พระศาสดา

พระประธานในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปศิลา ก่อปูนหุ้มบิดทองนั่งขัดสมาธิ สูง ตลอดพระรัศมี ๔ ศอก ๑ คืบ 8 นิ้ว หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ส นิ้ว

พระเจดีย์ มี ๓ องค์ ก่ออิฐถือปูน ประดับกระจกฐาน ๘ เหลี่ยม กว้าง ๔ วา ๓ ศอก สูงประมาณ ๑๑ วา

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดสุวรรณารามให้ความสนับสนุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรมาตลอด โดยเฉพาะ พระปริยัติธรรมและบาลีแก่พระภิกษุสามเณรและประชาชนรวมทั้งเยาวชนทั่วไป เป็นศูนย์เปิด สอนให้การศึกษาแก่พระนวกะวัดสุวรรณารามและวัดใกล้เคียงด้วย ปีหนึ่ง ๆ จะมีนักเรียน ประมาณ ๑๐๐ รูป

นอกจากนี้ทางวัดยังมีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนระดับประถมและมัธยม พร้อมทั้งได้ทำการอบรมศีลธรรมให้แก่ประชาชน มีเทศนาทุกวันพระตลอดปี และมีการฝึกสอน อบรมสมาธิให้แก่พุทธศาสนิกชนอีกส่วนหนึ่งด้วย

การสาธารณสงเคราะห์อื่น ๆ ทางวัดได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่สาธุชน ที่มาบำเพ็ญกุศล ได้แก่ ถ้วย ชาม โต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์ อาสนะ ฯลฯ ซึ่งมีผู้บริจาคบ้าง ทางวัดจัดซื้อเองบ้าง

การบริหารและการปกครอง วัดสุวรรณารามมีเจ้าอาวาส ปกครองวัดมาตามลำดับดังนี้ ๑. พระธรรมเจดีย์ ๒. พระธรรมกิตติ ๓. พระญาณโพธิ ทั้ง ๓ รูปนี้นามเดิมไม่ปรากฏ ๔. พระเทพมุนี (กัน ป.ธ. ๕) ๕. พระปลัดด้วง ๖. พระธรรมธราจารย์ (นาค) ๗. พระศีลาจารพิพัฒน์ (ศรี) เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๒

ถึง พ.ศ. ๒๔๓๕ ๘. พระครูวิมลปัญญา (เนียม) ๙. พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี (ทับ)

ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๕๕ อายุ ๖๖ ปี พรรษา ๔๖ ๑๐. พระครูสังวราธิคุณ (พระสมุห์เทศ) ได้รักษาการเจ้าอาวาสจนเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๘ ๑๑. พระสาธุศีลสังวร (เพื่อน อุคุคเสโน ป.ธ.) รักษาการเจ้าอาวาสอยู่ ๒ ปี ได้ เป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ๒๔๖๕

ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ๑๒. พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี (ผัน จนุทโชโต) รักษาการเจ้าอาวาสและได้ครองวัด เมื่อ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๐ ถึงมรณภาพเมื่อ ๑ เมษายน ๒๕๐๑ ๑๓. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (พุฒ สุวทุฒโน ป.ธ. ๗) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นต้นมา

ระเบียบและขนบธรรมเนียมของวัดนี้ที่เป็นกิจวัตรประจำคือ การลงอุโบสถสังฆกรรม ทำวัตรเช้า-เย็น มีเทศน์ในวันธรรมสวนะและวันสำคัญทางพุทธศาสนาก็จัดให้มีพิธีสำคัญของ วันนั้นเป็นประจำ ตามปกติวัดนี้จะมีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาประมาณ ๘ รูป สำหรับในปี พ.ศ. ๒๙๒๔ มีจำนวนพระภิกษุในพรรษา ๖๗ รูป ส่วนสามเณรมิ ๑๐ รูป การที่วัดสุวรรณารามเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงบัดนี้ก็เพราะมีเจ้าอาวาสที่มีความสามารถใน การบริหารและการปกครองวัดมาด้วยดีนั่นเอง โดยเฉพาะพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าอาวาส ปัจจุบัน นำความเจริญมาสู่วัดสุวรรณารามเป็นอันมาก มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ก่อสร้างถาวรวัตถุ ต่าง ๆ โดยเฉพาะในวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๔

ทางวัดได้ทูลเชิญสมเด็จพระเทพ- รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกช่อพ้าพระอุโบสถและทรง เททองหล่อพระพุทธศาสดาจำลอง ซึ่งนำความปลาบปลื้มมาสู่ พุทธศาสนิกชนทั่วไป.