วัดราชผาติการาม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดราชผาติการาม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗๕ แขวงวชิวพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดกับบ้านคุณหญิงอรรถกฤตนิสุตต์ วังกรมหมื่นทิวากรวงศ์- ประวัติ และที่ดินของศาลเจ้า ทิศใต้ติดกับสะพานกรุงธน ทิศตะวันออกติดกับถนนขาวสามเสน ทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ลักษณะพื้นที่ตั้งวัด เดิมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงล้อมรอบ นับจากถนนขาว สามเสนยาวเป็นแนวตรงไปจดแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งด้านเหนือและใต้ แต่เดิมแรกตั้งวัดเป็นมหาสีมา แม้ถนนซังฮี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งสะพานกรุงธน ในปัจจุบันก็เป็นเขตสมา แต่เมื่อถูกตัดถนนซังฮี้ (1ถนน ราชวิถีปัจจุบัน) ผ่านเข้าออกในเขตวัดไม่สะดวกในการทำสังฆกรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า- กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิธ ๆ จึงโปรดให้สมเด็จพระพุทธโฆยาจารย์ (เจริญ) วัด- เทพศรินทราวาส จัดการผูกพัทธสีมาเฉพาะเขตพระอุโบสถ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๗๑ กำหนดเขตกว้าง 6 เมตร ยาว ๒๘ เมตร ต่อมาสมัยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นเจ้าอาวาส ได้ จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม เป็นที่ตั้งวัดอีกจำนวน ๑ ไร่ ๓ งาน ๑๕ ตารางวา (จำนวน ๓ แปลง)

ความเป็นมา

วัดราชผาติการาม เป็นวัดโบราณเดิมชื่อว่า "วัดส้มเกลี้ยง" ต่อมาได้ร้างลง พวกญวน อพยพได้รื้อเอาอิฐไปก่อสร้างสถานที่ต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ จึงโปรดให้พระบาท- สมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์สร้างวัดใหม่ เป็น การผาติกรรมแทนวัดส้มเกลี้ยง และได้พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดราชผาติการาม" เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐

การสร้างวัดในสมัยรัชกาลที่ ๓ ยังไม่แล้วเสร็จ ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ โปรดให้กรมพระ- ราชวังบวรวิไชยชาญ ขณะดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นชาญไชยบวรยศ ทรงปฏิสังขรณ์ต่อมาจนถึง ต้นรัชกาลที่ ๕ โปรดให้พระยาราชสงคราม (กร) เป็นแม่งานจัดการย้ายหมู่กุฎิที่ถูกถนนราชวิถี (ซังฮี้) ตัดผ่านไปสร้างไว้ทางด้านเหนือ สร้างกำแพงล้อมรอบใช้เป็นเขตวัด การปรับปรุงสร้าง และปฏิสังขรณ์ วัดราชผาติการามได้ดำเนินติดต่อกันมาตลอดทุกสมัยของเจ้าอาวาสที่ปกครองวัด ทำให้อาคารเสนาสนะต่าง ๆ เป็นระเบียบเรียบร้อยดีขึ้น

การปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมุมสาร) เป็นเจ้าอาวาส รูปปัจจุบัน ได้ทำการปฏิสังขรณ์ก่อสร้างปรับปรุงอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มากมาย ตลอดจนพระอุโบสถก็ได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ จำนวนสามหมื่นบาท สมทบกับทุนของคุณหญิงละมูน มีนะนันท์ จำนวนหนึ่งล้านบาท ทำการปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ พระเจดีย์ใหญ่ก็ได้ปฏิสังขรณ์ด้วยทุนของ พลตรี วิเชียร และคุณหญิงอารี สุตันตานนท์ หนึ่งแสนบาทสมทบกับทุนของวัด

ทรัพย์สิน

ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ประมาณ ๒๔ ไร่ ด งาน ๘๖ ตารางวา

ที่ดินเดิมไม่มีการโอน ในสมัยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นเจ้าอาวาส ได้ชื่อเพิ่มเติมเป็นที่ตั้งวัดอีก ๓ แปลง คือ โฉนดเลขที่ ๕๒๖ เนื้อที่ ๒๕๘ ตารางวา

โฉนดเลขที่ ๔๘๐ เนื้อที่ ๒ งาน ๔๖๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๘๑ เนื้อที่ ๑ งาน ๖๔ ตารางวา

ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๑ งาน ๖๒ ตารางวา คือ

แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๓ ไร่ (โฉนดอยู่ที่กรมการศาสนา)

แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ ๑๐๕ ไร่ • งาน ๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๒๘

ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุต่าง ๆ หลวงพ่อสุก พระประธานในพระอุโบสถ เรียก "พระเชียงแสนเวียงจันทน์"

ตามประวัติพระบาทสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ พร้อมกับพระเสริมพระไส ซึ่งอยู่ที่วัดปทุมวนาราม พระเจดีย์ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ ทรงสร้างพร้อมกับการสร้างวัด พระอุโบสถ สร้างพร้อมกับการสร้างวัดในปลายรัชกาลที่ ๓ ถึงต้นรัชกาลที่ ๔ กุฎิและศาลา เป็นที่พังธรรม จำนวน ๒๒ หลัง ศาลาการเปรียญ โรงเรียนปริยัติธรรม และห้องสมุด ได้สร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูนทุกหลัง ทรงไทยกลาย ๆ มุงด้วยกระเบื้องลูกฟูก

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดราชผาติการาม มีโรงเรียนปริยัติธรรมทั้งแผนกบาลีและแผนกธรรม จัดการสอนเป็นหลักสูตร มีนักเรียนบาลีและนักธรรมเข้าสอบไม่น้อยกว่าบีละ ๕ รูปขึ้นไป มีผู้สอบบาลได้เป็นเปรียญ ๘ ประโยคมาแล้ว ในปัจจุบันมีนักเรียนบาลี ๖ รูป นักธรรม ๖ รูป การสาธารณสงเคราะห์ มีโรงเรียนสอนหนังสือไทยของกรุงเทพมหานคร เริ่มสอนตั้งแต่ประถมปีที่ ๑ ถึงประถมปีที่ ๕ ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ ๗๐๐ คน

การบริหารและการปกครอง วัดราชผาติการาม ได้มีเจ้าอาวาสบริหารและปกครองสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ โดยเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย กฎและระเบียบของคณะสงฆ์มาจนปัจจุบัน มีเจ้าอาวาสปกครองวัด ตามลำดับ จำนวน ๑๒ รูป คือ ๑. พระครูโกณฑัญญธรรมธาดา (ดิศ) ๒. พระครูภัทรธรรมธาดา (แจ้ง) เป็นเจ้าอาวาสประมาณ ๑๐ ปี ต่อมาได้รับพระ ราชทานสมณศักดิ์เป็นพระภัทรธรรมธาดาและย้ายไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ๓. พระครูโกณฑัญญธรรมธาดา (โต) ๔. พระครูโกณฑัญญธรรมธาดา (จันทร์) ๕. พระภัทรธรรมธาดา (แจ้ง) กลับจากจังหวัดสงขลา มาเป็นเจ้าอาวาสอีกประมาณ ๑๐ ปี ๖. พระภัทรศีลสังวร (เทศ) ครองวัดประมาณ ๑๐ ปี ๗. พระครูวินยาลังการ (เย็น) ๘. พระธรรมวิโรจน์ (เชย) พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๕๗ ๙. พระอมรมุนี (ปลอด อตุถการี) ป.ป. พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๗๘ แล้วย้ายไปอยู่ วัดราชาธิวาส ๑๐. พระครูวิบูลย์ศีลขันธ์ (จำเรียง) พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๔๕ ๑๑. พระอมรมุนี (ปลอด) รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส

และได้สั่งให้พระอริยเมธี (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ปัจจุบัน) ทำการแทน จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๓ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมุมสาร) ป.ธ. ๖ เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบัน พระภิกษุจพรรยา ประมาณ ๕ รูป สามเณร ๑๒ รูป