วัดพระบาทมิ่งเมือง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดพระบาทมิ่งเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒ ตำบล ในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อาณาเขตทิศเหนือยาว ๑๔๘ เมตร ติดถนนเจริญเมือง และที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ทิศใต้ ยาว ๑๕๖ เมตร ติดถนนและโรงเรียนนารีรัตน์ ทิศตะวันออก ยาว ๕๒ เมตร ติดถนน พระร่วงและห้องแถวในที่ธรณีสงฆ์ของวัด และทิศตะวันตกยาว ๗๖ เมตร ติดถนนคุ้มเดิมและ สนามหลวง สงฆ์แออัด ลักษณะพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า อยู่ในที่ลุ่มกลางใจเมือง ภายในวัดมีเสนาสนะ

ความเป็นมา

วัดนี้เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง แต่สันนิษฐานว่าเจ้าผู้ครองนครแพร่ทรงสร้าง เดิมวัดนี้มี ๒ วัด อยู่ติดกัน คือวัดพระบาทกับวัดมิ่งเมือง โดยมีพระพุทธบาท และพระธาตุ มิ่งเมือง เป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดทั้งสอง ภายหลังคณะกรรมการจังหวัดแพร่ได้รายงานขอ รวมวัดทั้งสองเข้าเป็นวัดเดียวกัน และขนานนามว่า "วัดพระบาทมิ่งเมือง" และได้รับอนุญาต จากกระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๘๘ เป็นต้นมา

ทรัพย์สิน

วัดพระบาทมิ่งเมือง มีเนื้อที่ตั้งวัด 6 ไร่ 32 ตารางวาและที่ธรณีสงฆ์สำหรับจัดประโยชน์ ให้แก่ทางวัดจำนวน 3 แปลง อยู่ที่ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ ซึ่งแต่ละแปลงมี น.ส แล้ว แปลงที่ 1 มีเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 5 ตารางวา แปลงที่ 2 จำนวน 1 ไร่ 85 ตารางวา และแปลงที่ 3 จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 86 ตารางวา

ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุต่าง ๆ ของวัดได้แก่ พระอุโบสถ หลังเดิมสร้างในยุคพระครูพุทธวงศาจารย์ (ทองคำ) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2548 และประสบอุทกภัยใช้การไม่ได้ในปี พ.ศ. 2472 จึงได้ทำการสร้างหลังใหม่ เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2483 และประสบอัคคภัย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 พระครูธรรมสารสุจิต (ปัจจุบันพระราชรัตนบุรี) ได้ดำเนินการก่อสร้างจนสำเร็จในปี พ.ศ. 2504 มีขนาดกว้าง 7 วา ยาว 14 วา หลังคาลด 1 ชั้น เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ่ายนั่งก่ออิฐถือปูน หน้าบันมีลวดลาย ประดับกระจกเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน "พระพุทธโกศัย สิริชัยมหาสากยมุนี" พระพุทธ รูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ ซึ่งคณะกรรมการและชาวจังหวัดแพร่ ได้ทำพิธีเททองหล่อเมื่อ วันที่ 24 เมษายน 2458 มีหน้าตักกว้าง 1 วา 5 นิ้ว สูง 1 วา 1 ศอก ฐานสูง 2 นิ้ว วัดองค์โดยรอบ 60 นิ้ว ปางมาววิชัย เป็นแบบเชียงแสนผสมกับสุโขทัยมีลักษณะสวยงามมาก

พระวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2502

พระเจดีย์หรือพระธาตุมิ่งเมือง สร้างมาเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏ มีความสูง 8 วา 8 ศอก ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 3 วา 2 ศอก องค์พระธาตุมีเหลี่ยม

พระพุทธบาทราบตำนานว่าสร้างพร้อมกับพระธาตุช่อแฮ ประดิษฐานอยู่ในมณฑป ซึ่ง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 และได้พังลงเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2522 พระราชรัตนมุนีพร้อมด้วย ทายกายิกา ได้ทำการก่อสร้างขึ้นใหม่ในปีอัจจุบันนี้

นอกจากนี้ยังมีกุฏิถาวรอีก 1 หลัง เป็นอาคาร 2 ชั้น มีหลายห้องเป็นที่อยู่ของภิกษุ สามเณร

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ทางวัดให้การสนับสนุนในด้านการศึกษาแก่ภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนในบริเวณใกล้เคียงวัดพระบาทมิ่งเมืองมาด้วยดี โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ การศึกษาได้เจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสูงสุดคือ เจริญทั้งในด้านนักธรรมบาลีและสามัญศึกษา โดยมีโรงเรียนปริยัติธรรม ๒ หลัง คือโรงเรียนปริยัติธรรม "ยาขอบอนุสรณ์" และโรงเรียนปริยัติธรรม "กมลสุโกศล" มีนักเรียนบาลี ๓๖๘ รูป นักเรียนธรรม ๗๕ รูป และจำนวนนักเรียนแผนกสามัญศึกษาอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักเรียนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย

นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีห้องประชุมเพื่อใช้ในการเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนาให้แก่ประชาชนทั่วไป

การบริหารและการปกครอง

เจ้าอาวาสเท่าที่สืบได้จนถึงปัจจุบันนี้มี 6 รูปคือ ๑. พระครูพุทธวงศาจารย์ (ทองคำ พุทธวิโส) ๒. พระปลัดคันธะ คนุธวิชโย ๓. พระอธิการโท้ กญฺจโน เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๒ ๔. พระอธิการคำลือ กญฺจโน ๕. พระธรรมราชานุวัตร (พู อตุตส์โว ป.ธ. ๖) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔ ได้เลื่อนสมณศักดิ์สูงสุดเป็นที่พระอุบาลีคุณุปมาจารย์ พ.ศ. ๒๕๐๘ มรณภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ๖. พระราชรัตนมุน (สุธี กตสาโร ป.ธ. ๓) เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ปกครองวัดจนประสบความเจริญรุ่งเรืองมาด้วยดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นมาโดยมีจำนวนพระภิกษุจำพรรษา ๑๘ รูป และสามเณร ๑๒๘ รูป