วัดพระธาตุช้างค้ำ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดพระธาตุช้างค้ำ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓ ตำบลนเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อาณาเขตทิศเหนือติดกับถนนมหาพรหม ทิศใต้ติดกับถนนสุริยพงษ์ ทิศตะวันออกติดกับถนนมหายศ และทิศตะวันตกติดกับถนนผากอง ลักษณะพื้นที่ของวัดราบเรียบเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่กลางใจเมือง
ความเป็นมา
ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า เจ้าผู้ครองนครน่าน ชื่อพญากูเข่ง หรือภูเข็ง เป็นผู้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 646 เรียกชื่อในครั้งนั้นว่า "วัดหลวง" หรือ "วัดหลวงกลางเมือง" หรือ "วัดหลวงกลางเวียง" ส่วนชื่อ "วัดช้างค้ำ" หรือ "วัดพระธาตุข้างค้ำ" นั้น เพิ่งจะมาเรีย เมื่อสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตรงกับรัชกาลที่ ๑ นี่เอง เพราะว่าภายในวัดมีพุทธเจดีย์หรือพระธาตุ หลวงก่อเป็นรูปข้างครึ่งตัวโผล่หน้าออกมาเอาหลังหนุนองค์พระเจดีย์ไว้ทั้ง ด้าน ๆ ละ 6 เชื่อ รวม 24 เชือก
ด้วยวัดพระธาตุข้างค้ำเป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อ พ.ศ. 648 จึงถือเอาปีนี้เป็นปีที่มีการ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและประกอบพิธีผูกพัทธสีมาด้วย
วัดพระธาตุข้างค้ำ ได้รับการก่อสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์ด้วยดีมาโดยตลอดจากเจ้าผู้ค เมืองต่อ ๆ มา เจ้าอาวาสทุกขุคและจากฝ่ายปกครองบ้านเมือง พร้อมด้วยทายกทายิกา จัง น่านและประชาชนทั่วไป จนได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากองค์พระบาท สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ให้ยกฐานะวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 6 โดยมีพระชยานันทมุนี (พรหม พรหมโชโต) เจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นเจ้าอาวาส
ด้วยวัดข้างค้ำหรือวัดพระธาตุข้างค้ำเป็นวัดที่มีโบราณสถานโบราณวัตถุและศิลปรัตถุอันมี ค่ามาก กรมศิลปากร จึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2887 และ กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานวันที่ 1 กรกฎาคม 2523
และกรมการศาสนาให้เป็นวัตพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2510
ทรัพย์สิน
มีที่ดินตั้งวัดทั้งสิ้น 11 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 1555
ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุต่าง ๆ ของวัด
พระธาตุเจดีย์ข้างค้ำ เป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่เป็นประธานของวัด บรรจุพระบรม สารีริกธาตุ ก่อเป็นเจดีย์มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน ชั้น ฐานล่างกว้างด้านละ 6 วา สูง จากพื้นดินถึงยอด 16 วา 2 ศอก ฐานชั้นที่ 2 ทำรูปช้างโผล่หน้าลอยออกมาครึ่งตัวขาหน้าทั้งคู ยืนพันออกมานอกเหลี่ยมฐานลักษณะเหมือนรองรับองค์เจดีย์ไว้ พระธาตุเจดีย์ลักษณะทรงกระบอก สำหรับส่วนยอดหุ้มทองและมีฉัตร
พระวิหารหลวง มีลักษณะรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมภาคเหนือ กว้าง 12.50 เมตร ยาว 28 เมตร ใช้เป็นที่ประกอบสาสนกิจในวันธรรมสวนะ และเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน องค์ใหญ่ เรียกว่า "พระเจ้าหลวง" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะศิลปกรรมแบบ ธานาไทย ขนาดหน้าตักกว้าง 4.50 เมตร สูงจากฐานถึงยอดพระเกตุมาลา 3 เมตร ชุกชีหรือ ฐานรองรับองค์พระมีลักษณะสวยงามมาก
นอกจากนี้ภายในพระวิหารหลวงยังมีพระจุทธรูปสำคัญ ปางต่าง ๆ อีก 16 องค์
พระอุโบสถ มีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว เป็นที่ประดิษฐานพระประธานด้วยปูน ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง จากฐานถึงยอดพระเกตุมาลา 32.5 เมตร และยังมีพระพุทธรูปภายในพระอุโบสถอีก 4 องค์
พระเจดีย์ทิพย์ เป็นพระเจดีย์องค์เล็กลักษณะสีเหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 3 วา สูง 7 วา
เพิ่งค้นพบเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 พระชยานันทมุนี (พรหม) ถึงได้ถวายพระนามตาร ตำแหน่งสมณศักดิ์ ปัจจุบันประดิษฐานไว้ในกุฏิเจ้าอาวาส
พระเจ้าทันใจ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.78 เมตร สูง 235 เมตร ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารทันใจ ทางวัดมีโบราณวัตถุและสิ่งต่าง ๆ ที่มีค่าอีกเป็น จำนวนมากนอกจากที่กล่าวแล้ว เช่น หอพระไตรปิฎก หอระฆัง เจดีย์ คฤหัสถ์ ธรรมาสน์บุบบก แผ่นศิลาจารึกในพระวิหารหลวง ศาลาการเปรียญ ตู้พระธรรมโบราณ แกะสลักและลายรดน้ำ พร้อมทั้งกุฎิที่พักสงฆ์ถาวรอีกด้วย
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดพระธาตุช้างค้ำ มีโรงเรียนตั้งอยู่ในวัด 2 ประเภทคือ โรงเรียนปริยัติธรรม มีจำนวน นักเรียนบาลี 317 รูป นักธรรม 28 รูป มีสามัญศึกษา ม. 1-ม. 6 ด้วย และโรงเรียน นันทบุรีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์ของวัดที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์และทางกระทรวง ศึกษาธิการให้การสนับสนุนด้วย เปิดสอนตั้งแต่ ชั้น ม. 1–ม. 6 รับนักเรียนชาย หญิง มีพระภิกษุที่ทำหน้าที่เป็นครูสอน 10 รูป และครูบรรยายอีก 10 คน
นอกจากนี้ทางวัดยังได้อบรมศีลธรรมแก่ประชาชน นักเรียน ทหารตำรวจ อาสาสมัคร ลูกเสือชาวบ้าน เป็นศูนย์กลางการศึกษา สายสามัญของจังหวัด เป็นศูนย์รวมการประกอบพิธี ทางศาสนา เป็นที่รวมขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้านที่สำคัญ เช่น ประเพณีขอฝุ่น การ แข่งเรือในงานถวายทานสลากภัต และงานกฐิน เป็นต้น
การบริหารและการปกครอง
ลำดับเจ้าอาวาสตามที่ปรากฏมีดังนี้
๑. พระชยานันทมุนิ (พรหม ป.ธ. ๕)
๒. พระชยานันทมุนิ (วงศ์ หรือถิ)
๓. พระครูนันทสมาจารย์ (ทิ)
๔. พระครูธรรมรัตนโพธิ (พรหม พรหมโชโต)
๕. พระชยานันทมุนี (สิทธิ์ ป.ธ.) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๘๑-๒๘๘๖
๖. พระครูพรหมสริธาดา (พรหม พรหมสาโร) เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๕๗
๗. พระชยานันทมุนี (พรหม พรหมโชโต) เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้าวรวิหาร พระอารามหลวงรูปที่ ๑ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๗
๘. พระครูไฟบูลสาวเวท (ศรีนวล อนลโส) เจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปที่ ๒ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๑
๙. พระโสภณธรรมเวที (พรศักดิ์ คุณชารา ป.ช. ๓ น.ธ. เอก) เจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปที่ ต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ ถึงปัจจุบัน
จำนวนภิกษุในพรรษา ๒๑ รูป สามเณรในพรรษา ๒๗ รูป การปกครองทางวัดมีการแบ่งแยกออกเป็นคณะหรือเป็นกลุ่ม
เจ้าอาวาสจึงได้ควบคุม ดูแลได้ทุก ๆ หน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยรับแนวการปฏิบัติศาสนกิจแบบแผนของวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร