วัดพระบรมธาตุ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดพระบรมธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖ ตำบล ชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้ติดต่อที่ดินชลประทาน (ประตูน้ำ บรมธาตุ) ทิศตะวันออกติดต่อที่ดินชลประทาน ทิศตะวันตกติดต่อถนนคันกั้นน้ำชลประทาน
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปที่ตั้งวัดเป็นเนินและติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ความเป็นมา
วัดพระบรมธาตุ เดิมชื่อว่า "วัดพระชาตุ" หรือ "วัดหัวเมือง" สร้างมาตั้งแต่สมัย ขอมเรื่องอำนาจอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และมีพระธาตุของพระพุทธเจ้าบรรจุไว้ในองค์เจดีย์เป็น ที่สำคัญ ครั้นสมัยกรุงสุโขทัยในรัชกาลที่ ๔ ตรงกับสมัยพระเจ้าสิไท ได้ทรงจัดการทะนุบำรุง และสมโภชพระบรมธาตุ จวบจนในสมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชกาลที่ ๑๖ สมัยพระมหาจักรพรรดิ เองทัพพม่าได้ยกกองทัพมาตี วัดจึงถูกทอดทั้งทรุดโทรมเป็นลำดับมาจน พ.ศ. ๒๒๖๐ ตรงกับ รมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ รัชกาลที่ ๓๐ ของกรุงศรีอยุธยา ทรงจัดการปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม ก็ได้รับการอุปถัมภ์จากสมเด็จพระทิพล ซึ่งเป็นพระเกจิผู้ใหญ่แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน มัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ได้รับพระราชทานวิสุงคาม- มา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ ในเนื้อที่กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร จนกระทั่งถึงรัชกาลที่ ๕ ปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามวัดนี้ใหม่ว่า "วัดพระบรมธาตุวรวิหาร" เรื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๔ จนถึงบัดนี้
ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัดมี ๓๑ ไร่ งาน ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่
มีปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุดังนี้คือ พระอุโบสถ ไม่ปรากฏผู้สร้างและเริ่มการก่อสร้างมาแต่สมัยใด โครงสร้างก่ออิฐถือปูน รูปทรงไทยโบราณ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย
พระวิหาร ไม่ปรากฏผู้สร้าง และสมัยเช่นเดียวกับพระอุโบสถ แต่สันนิษฐานว่าคง ราว พ.ศ. ๒๔๑๐ โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ทรงไทยโบราณ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๔ เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อทองเหลืองยืนปางห้ามสมุทรสูง ๑.๘๖ ซม. ซึ่งพระอริยะกวิ วัดสามปลื้ม กรุงเทพมหานคร สร้างไว้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และยังมีพระพุทธรูป ประสาทพรพิมนต์ อ่างศิลาน้ำมนต์ซึ่งขุดได้ให้วิหารเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ และ พระประจำวัน ๘ องค์ก่อด้วยปูนประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
พระเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งนับว่าเป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญที่สุดของวัดนี้ ผู้สร้างไม่ปรากฏนามหาหลักฐานการสร้างไม่ได้ มีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่า องค์พระเจดีย์สร้างในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์แห่งเมืองอินเดีย โครงสร้างเป็นศิลาแลงก้อนเดียวกันส่วนพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์นั้น สันนิษฐานกันว่าคงจะบรรจุในสมัยพระศรีธรรมาโศกราชประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งสันนิษฐานว่า พระภิกษุรูปหนึ่งลงไปสรงน้ำในสระและพบพระบรมสารีริกธาตุนำมาพิเคราะห์ดูร่วมกันทั้งนักปราชญ์และราชบัณฑิตต่าง ๆ แล้วพร้อมใจกันนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์
นอกจากนี้
ก็มีศาลาการเปรียญทรงไทยโบราณ โดยพระชัยนาทมุนีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๕๐๖ พิพิธภัณฑ์ของวัดทรงไทยเทคอนกรีตหลังคามุงกระเบื้องเคลือบแบบสุโขทัย และกุฏิสงฆ์เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปฏิบัติธรรม ๑ แห่ง โดยพระชัยนาทมุนี (หรุ่น) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสได้จัดตั้งขึ้นเป็นสำนักเรียนปริยัติธรรมบาลี ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียนปฏิบัติธรรมจำนวน ๓๕ รูป
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) ชื่อ พระครูวุฒิชัยโสภณ (บุญส่ง) การลำดับสมัยพระค้นหาได้ปรากฏนามดังนี้ ๑. พระพุทธสรีระ ประมาณ พ.ศ. ๒๒๒-๗๐๕
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ๒. อาจารย์ปั้น ๓. อาจารย์โป้ ๔. พระสมุห์เปรม ซึ่งเจ้าอาวาสรูปที่ ๒-๔ ไม่สามารถทราบได้ว่าเริ่มครองวัดตั้งแต่เมื่อใด
แต่อยู่ใน พ.ศ. ๒๓๐๕-๒๔๐๐ ๕. พระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์
พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๖๐ ๖. พระวินัยคำ ติสสุเถระ พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๗๑ ๗. พระชัยนาทมุนี (หรุ่น) พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๔๘๕ ๘. พระปลัดล่ำ พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๐ ๙. พระครูบริรักษ์บรมธาตุ พ.ศ. ๒๔๕-๒๕๐ ๑๐. พระครูวิชัชโสภณ (ภทุทาจาโร) พ.ศ. ๒๕๑๑ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) วัดพระบรมธาตุมีพระภิกษุจำนวน ๒๐ รูป และสามเณร ๒ รูป