วัดพระธาตุดอยสุเทพ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดพระธาตุคอยสุเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๔ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา อาณาเขตของวัดทั้งสามด้าน จึงติดกับหุบเขาและบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนทิศตะวันตกติดกับถนนศรีวิชัย และบ้านหมู่ที่ 5 วัดพระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล ๑๐๕๓ เมตร
เต็มไปด้วยไม้บานานาพรรณล้อมรอบ อากาศจึงค่อนข้างหนาวเย็น
ความเป็นมา
วัดนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาชื่อสุเทพ และมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ จึงเรียกชื่อว่า "วัดพระธาตุดอยสุเทพ" แต่ชาวบ้านเรียกง่าย ๆ ว่า "วัดดอยสุเทพ" หรือ "วัดดอย" ตามนิทานวัดพระธาตุดอยสุเทพ ก่อนที่จะมีการสร้างวัด พระเจ้ากือนามหาราชเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้สร้างพระเจดีย์มีความสูง 4 วา บนดอยสุเทพก่อนในปี พ.ศ. 625 และได้รับการก่อสร้างเพิ่มเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น คือมีฐานกว้าง 6 วา สูง ๑๑ วา โดยพระเมืองเกตุเกล้า เจ้านครเชียงใหม่ในปี พ.ศ. ๒๐๖๘ และในปี พ.ศ. ๒๐๘๘ ท้าวชายคำราชโอรสได้สร้างวิหารด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมทั้งระเบียงรอบพระธาตุเจดีย์ 6 ด้าน และได้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วย ในสมัยนี้ได้มีการสร้างอุโบสถ โดยอุบาสกผู้มีจิตศรัทธาเป็นผู้ริเริ่ม แต่ยังไม่เป็นวัด เป็นเพียงปูชนียสถานเท่านั้น หลังจาก พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นต้นมา จึงเริ่มมีคณะสงฆ์ขึ้นไปดูแลรักษา จนกระทั่งได้รับการยกขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ ในปี พ.ศ. 634 มีพระครูญาณลังการ (พระเทพวิสุทธาจารย์) แห่งวัดทุงยูขินไปเป็นเจ้าอาวาส วัดพระธาตุดอยสุเทพมีความสำคัญมาก เพราะรัฐบาลได้สร้างพระตำหนักภูพิงค์ ฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และถนนขุนดอยที่ครูบาศรีวิชัยสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗-๒๔๘๔ ก็โอนเป็นทางหลวงจังหวัดด้วย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จึงได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเพิ่มเติมจนเจริญรุ่งเรืองขึ้นคู่กับพระตำหนักบนยอดเขา และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัดบนยอดเขามีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๓๖ ไร่ โดยยกที่วัดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ตามหนังสือกรมป่าไม้ที่ ๑๑๗๑๒/๒๕๒๕ ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุของวัดได้แก่
พระอุโบสถ หลังเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๘๖ แต่หลังปัจจุบันนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นทรงไทยล้านนา ๒ มุข ๒ ชาย กว้าง 3 เมตร ยาว ๑๒ เมตร ก่ออิฐถือปูนภายในมีจิตรกรรม ฝาผนังเป็นภาพประวัติพระธาตุดอยสุเทพ พระประธานที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถนี้ พระ- บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเททองหล่อเมื่อวันเพ็ญ มามบูชาที่ 4 มีนาคม ๒๕๐๑
พระวิหาร มี ๒ หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๐๘๖ พระมหาญาณมงคลโพธิ เป็นแม่งาน อำนวยการก่อสร้างทั้งสองหลัง ซ่อมแซมครั้งหลังสุดเมื่อ พ.ศ. ๒๖ วิหารที่อยู่ด้านตะวันตก มีความกว้าง ๘.๖๕ เมตร ยาว ๑๓ เมตร ประดิษฐานพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง ๓.๐ เมตร สูง ๔.๘๐ เมตร มีนามว่าพระพุทธ และวิหารที่อยู่ด้านตะวันออกมีขนาดกว้าง ๔.๕ เมตร ยาว ๘.๓๐ เมตร ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง ๓๒๐ เมตร สูง ๔.๘๐ เมตร มีนามว่าพระพฤหัสถ์ (ผัด)
โดยอาราธนา พระมหาญาณมงคลโพธิ วัดกู่ละปักใต้เมืองสำพูนมาเป็นผู้อำนวยการเสริมสร้างให้ใหญ่ขึ้นดังที่ เห็นปัจจุบันนี้ และมีการซ่อมแซมในปี พ.ศ. ๒๕ เพื่อให้ทันฉลองในปี พ.ศ. ๒๕๐
ศาลาการเปรียญ สร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๐ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย
บันไดนาคหลวง สร้าง พ.ศ. ๒๑๐๐
พระมหาญาณมงคลโพธิเป็นผู้อำนวยการสร้าง ตัวนาคยาว ๒๐ วา กุฏิ มี ๓๗ หลัง สร้างด้วยไม้ ๓๐ หลัง คอนกรีต ๗ หลัง นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปสำคัญปางต่าง ๆ อีกหลายองค์ อนุสาวรีย์ช้างเผือก อนุสาวรีย์ พระสุเทวฤาษี และระฆังขนาดต่าง ๆ อีก ๘๔ ลูก
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดพระธาตุดอยสุเทพมีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง ปัจจุบันมีนักเรียนบาลี ๒๔ รูป และมีนักธรรม ๒๑ รูป นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ไว้สำหรับเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ แก่พระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไป ด้านการปฏิบัติธรรม ทางวัดจัดให้มีสำนักปฏิบัติธรรม โดยจัดให้มีบริเวณสำนักวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุสามเณรและสำหรับใช้อีกหลายหลัง
การบริหารและการปกครอง
วัดพระชาติดอยสุเทพมีเจ้าอาวาสตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ ๑. ครูบาเก็ม ครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๗-๒๔๗๕ ๒. พระครูอนุสรณ์สีลขันธ์ (ชมพู) ครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๔๗-๒๔๕ ๓. พระเทพวิสุทธาจารย์ (อินสม อาคาร) ครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๐ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดเป็นอันมาก ๔. พระครูสุวรรณธรรมธาดา (คำ ธมมจาโร ป.ธ. ๔) รองเจ้าอาวาส รักษาการแทน เจ้าอาวาส ปัจจุบันนี้วัดพระชาติดอยสุเทพมีพระภิกษุจำพรรษา ๓๒ รูป สามเณรมี ๒๓ รูป นอก จากนี้ยังมีชีอีก ๑๘ คน