วัดปทุมวนาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดปทุมวนาราม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่ ๔๖๕ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร อาณาเขตวัด ทิศเหนือ เป็นด้านหลังวัดติดต่อกับที่ดินเลขที่ ธรณีสงฆ์ของวัด ปทุมวนาราม ทิศใต้เป็นด้านหน้าวัดติดต่อกับถนนพระรามที่ ๑ ทิศตะวันออกติดต่อกับทาง สาธารณประโยชน์ และทิศตะวันตกติดต่อกับคลองอรชร บริเวณวัด ที่ดินมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมีขนาดกว้าง ๑๕๐ เมตร ยาว ๑๐๐ เมตร ด้านหน้าวัดมีกำแพงยาวตลอดมีประตูเข้าวัด ๒ ทาง ทางสาธารณประโยชน์ ๑ ทาง และโรงเรียน วัดปทุมวนารามสังกัดกรุงเทพมหานคร ด้านใต้มีบ่อน้ำขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ลึก ๑ เมตรครึ่ง ด้านหลังวัดมีที่ลุ่มไม่ได้พัฒนามีวัชพืชขึ้นโดยทั่วไป ขนาดกว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๑๓๐ เมตร ลึก ๑ เมตร ด้านตะวันออกมีอาคารชั่วคราวสร้างไว้ติดรั้วัด ถาวรวัตถุและ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ ตั้งอยู่ส่วนกลางของที่ดิน
ความเป็นมา วัดปทุมวนาราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นทุ่งนามีสภาพเป็นที่ลุ่มเป็นแอ่งน้ำบ้าง เป็นสระเล็ก ๆ บ้าง มีน้ำขัง อยู่ และมีบัวพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว โปรดให้ขุดเป็นสระแล้วปลูกบัวพันธุ์ต่าง ๆ ไว้ที่บริเวณนี้และสร้างวังเป็นที่ประทับแรมเพื่อทรง พักผ่อนพระราชกรณียกิจ สระที่ถูกขึ้นมี ๒ สระ สระด้านเหนือเรียกว่า "สระใน" สระด้าน ใต้เรียกว่า "สระนอก" ติดต่อถึงกันเว้นที่ไว้กลางสระเป็นแห่ง ๆ ปลูกบัวพันธุ์ต่าง ๆ สวยงาม แล้วพระราชทานนามว่า "วังสระปทุม" และพระราชทานนามบริเวณนั้นว่า "คำบลปทุมวัน"
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๐๐ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้เสด็จทางชลมารคมาประทับ แรมที่วังสระปทุมเป็นครั้งแรก ทรงมีพระราชดำริว่าควรจะสร้างวัดขึ้นที่ผึ่งตะวันตกของสระนอก เพื่อพระราชทานแก่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยเป็น แม่กอง พระยาสามภพพ่ายเป็นนายงานควบคุมการก่อสร้างวัด และพระองค์ได้พระราชทานนาม ไว้ก่อนว่า "วัดปทุมวนาราม" แต่คนส่วนมากเรียกว่า "วัดสระปทุม" หรือ "วัดสระ" เฉย ๆ
ครั้นได้สร้างวัดปทุมวนารามแล้วเสร็จ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวิหารมาอยู่ ปกครองดูแลวัด พ.ศ. ๒๕๐๑ พระองค์ได้เสด็จทางชลมารคอัญเชิญพระแสนและพระไส ซึ่ง เป็นพระพุทธรูปสำคัญมาประดิษฐานที่วัดนี้และพระองค์ได้โปรดให้จัดงานฉลองวัดปทุมวนารามขึ้น เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๑๐ พร้อมกับได้เสด็จมาทรงเป็นประธานในงานตลอด ๕ ราตรีและ ประทับแรมที่วังสระปทุม กาลเวลาผ่านมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้พระยานานาพิพิธภัณฑ์เป็นนายงานปฏิสังขรณ์ วัดปทุมวนารามและวังสระปทุม สำหรับพระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์และอาคารเสนาสนะ ต่าง ๆ ได้บูรณะปฏิสังขรณ์อีกมากมายในสมัยรัชกาลที่ ๖ อันเป็นรัชกาลปัจจุบัน
ทรัพย์สิน ที่ดินตั้งวัด ตั้งอยู่ท้องที่แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ 8 ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๘๘ เล่ม ๔๕ หน้า ที่ธรณีสงฆ์มีจำนวน ๕ แปลง รวมเนื้อที่ ๘ ไร่ ๓ งาน ๔๒ ตารางวา คือ แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๒ ไร่ ๕๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๘๘๘ เล่ม ๔๙ หน้า ๘๘ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่แขวงสามยอด เขตสามเพ็ง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๑๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๔๑๒ เล่ม ๒๕ หน้า ๑๖ แปลงที่ ๓ ตั้งอยู่แขวงสามยอด เขตสามเพ็ง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๓ งาน ๒๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๖ เล่ม ๖ หน้า ๖๒ แปลงที่ ๔ ตั้งอยู่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสามเพ็ง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๑๒๖ เล่ม ๒๒ หน้า ๒๖ แปลงที่ ๕ ตั้งอยู่แขวงสวนหลวง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๑ ไร่ ๘๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๔๒๗๕ เล่ม ๑๔๓ หน้า ๕
ปูชนียวัตถุ มีดังนี้ พระไส หรือพระสายน์ พระประธานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองเหลือง ได้อัญเชิญ มาจากเวียงจันทน์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ตอนแรกได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิไชย แขวงเมือง หนองกาย ต่อมาสมเด็จพระปืนเกล้าฯ โปรดให้อัญเชิญมาไว้ที่วัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ โปรดให้อัญเชิญมาไว้ที่วัดปทุมวนารามเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๐๑
พระแสน และพระเสริม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ พร้อมกับพระไส ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
พระเจดีย์ เป็นแบบทรงกลม แบ่งเป็น ๒ ชั้น ชั้นล่างเป็นสี่เหลี่ยมที่มุมทั้งสี่ด้านมีพุ่ม ปั้นเป็นรูปดอกบัวซ้อนสีชั้น ที่ฐานข้างในโปร่ง ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองหินอ่อน ชั้นบนมีบันไดขึ้นลง สร้างเป็นรูปทรงกลมข้างในโปร่ง ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หินอ่อนซึ่งได้มาจากลังกา นอกจากนี้ก็มีพระพุทธรูปขึ้นปางต่าง ๆ และรูปอดีตเจ้าอาวาส
ถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลังคาสองชั้นมุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันเป็นรูปมหามงกุฎเหนือพานอยู่ภายในกลับดอกบัว ประดับด้วยลายเปลวและ กอบัว มิใบและดอกข้างล่าง ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นรูปบั้นรูปมงกุฏ บานประตูหน้าต่างประดับ ลายรูปบั้นเป็นรูปชีวิตชาวนา ด้านในของประตูหน้าต่างเขียนรูปเครื่องบูชาแบบจีน
ฝาผนังภายในพระอุโบสถ มีรูปเขียนแบ่งเป็น ๒ ชั้น ชั้นบนเป็นภาพการเสด็จประพาส สระบัว ชั้นล่างเป็นภาพแสดงกิจวัตรต่าง ๆ ที่พระภิกษุจะต้องปฏิบัติและอานิสงส์ของการปฏิบัติ ที่ผนังด้านหลังพระประธานเป็นรูปดอกบัวสวรรค์ขนาดใหญ่ แต่ละดอกมีนางฟ้าพ้อนรำอยู่ ๘ นาง
พระวิหาร หลังคาสองชั้น มีระเบียงยื่นหน้าหลังหน้าบันประดิษฐานพระพุทธรูปปาง มารวิชัย ในซุ้มบีดกระจก ด้านนอกปั้นเป็นรูปเทพชุมนุม หน้าบันของระเบียงปั้นเป็นรูปมหา
มงกุฎบนพานขนาบด้วยฉัตรห้าชั้นประกอบด้วยลายเทพนม
กรอบซุ้มประตูหน้าต่างเป็นรูปยอด มงกุฎประกอบด้วยลายดอกบัวสีทอง บานประตูด้านนอกเป็นลายเทพนมในดอกบัว ด้านในเป็น รูปมนุษย์โผล่มาจากสระบัว หน้าต่างด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปดอกบัว ด้านในรูปยักษ์ขึ้นจาก สระบัว ภายในพระวิหาร เสาเขียนเป็นรูปดอกบัวแต่ละเสาสีพื้นไม่เหมือนกัน ผนังตอนบน เป็นรูปกระบวนเรือเสด็จทางชลมารค ตอนล่างเป็นเรื่องศรีธนญชัย โรงเรียนปริยัติธรรม ครั้งแรกสร้างเป็นศาลาจตุรมุข ต่อมา พ.ศ. ๒๘๖ สมเด็จพระ- ศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกเจ้า โปรดให้รื้อแล้วสร้างขึ้นใหม่แบบทรงไทย ก่ออิฐถือปูนสองชั้น
เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสรีรังคารของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์วิกรม พระบรมราชชนก กุฏิมาวิตตาศาลา และกุฏิสุทธิอาศรม เป็นที่บรรจุอัฐิและอังคารของขรัวเลี้ยงยายมา บุญนาค และขรัวเลี้ยงยายสุทธิ ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงนางนมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราช เทวี
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดปทุมวนาราม สนับสนุนการศึกษาทั้งวิชาสามัญ ซึ่งมีโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ และฝ่ายพระปริยัติธรรมมีพระภิกษุบรรพชิตเรียนทั้งแผนกบาลีและแผนกนักธรรม ปัจจุบัน
การศึกษาของ
โดยที่เป็นแหล่ง เยาวชนเป็นที่อบรมกรรมฐาน และศูนย์บริการอนามัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ชุมชนที่หนาแน่น
การบริหารและการปกครอง นับตั้งแต่ได้สร้างวัดแล้วเสร็จ และมีพระสงฆ์มาอยู่จำพรรษา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๐ ถึงปัจจุบัน จำนวน @ รูป คือ ๑. พระครูปทุมธรรมธาดา (ก่ำ) พ.ศ. ๒๔๐๐ ๒. พระครูปทุมธรรมธาดา (สิงห์ อคคธมฺโม)
มีเจ้าอาวาสปกครองวัด
๓. พระบัญญาพิศาลเถร (สิงห์) ๔. พระวิสุทธิสารเถร (ผิว) ๕. พระบัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ๖. พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนุตาสโย) พ.ศ. ๘๗-๒๕๒๒ ๗. พระญาณรักขิต (สายหยุด ปญฺญาสาโร) พ.ศ. ๕๒ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษาประมาณ ๙๐ รูป สามเณร ๔๐ รูป.