วัดอนงคาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดอนงคาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๕๕ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับ ห้องแถวระหว่างที่ดินของวัดกับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ ทิศใต้ติดต่อกับตรอกสารภี ๑ ทิศตะวันออกติดต่อกับตรอกวัดอนงค์ และตรอกสารภี ๑ ทิศตะวันตกติดต่อกับวัดพิชยญาติการาม และคลองสมเด็จ ลักษณะพื้นที่ตั้งวัด แบ่งเป็น ๒ ส่วน มีถนนสมเด็จเจ้าพระยาและคลองสานตัดผ่าน กลาง ส่วนที่ ๑ อยู่ทางด้านเหนือมีเนื้อที่เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประมาณ ๖ ไร่เศษ เป็นที่ ตั้งของคณะที่ ๑ ถึงคณะที่ ๕ และเขตพุทธาวาส อันมี พระอุโบสถ พระวิหาร โรงเรียนปริยัติ ธรรม ศาลาการเปรียญ ห้องสมุด และฌาปนสถาน ส่วนที่ ๒ อยู่ทางด้านใต้มีเนื้อที่เป็นลักษณะ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าประมาณ ๕ ไร่เศษ เป็นที่ตั้งคณะที่ ๗ ถึงคณะที่ ๑๑ และสุสาน บริเวณรอบ ๆ วัด เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนประชาชน
ความเป็นมา
วัดอนงคาราม เดิมชื่อวัดน้อยขำแถมสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 โดยท่านผู้หญิงน้อยใน สมเด็จเจ้าพระบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ซึ่งเรียกกันว่าสมเด็จพระยาองค์น้อย และวัดนี้สร้างบนที่ดินสวนกาแฟอันเป็นที่ดินของผู้สร้างเอง ครั้นสร้างเสร็จได้ถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 3 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามใหม่ว่า วัดอนงคาราม ชื่อวัดน้อยขำแถม มาจากคำว่า น้อย เป็นนามของท่านผู้น้อยผู้สร้างวัดนี้ ส่วนคำว่า ขำแถม เป็นนามเดิมของท่านเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกยาธิบดี (ขำ บุนนาค) ซึ่งมีส่วนในการสร้างปฏิสังขรณ์วัดนี้ และท่านผู้หญิงน้อยยังมีศักดิ์เป็นอาสะใภ้ของท่านเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เพราะท่านเจ้าพระยาเป็นบุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประบุรวงศ์ (สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่)
วัดนี้จึงเป็นวัดสายตระกูลบุนนาค 2 สาย คือสายบุนนาคบ้านบน (สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่) สายสกุลบุนนาดบ้านล่าง (สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย) และเที่ยวกับตระกูลโชโตอีกด้วย
ทรัพย์สิน
ที่ดินที่ตั้งวัด
มีเนื้อที่ 12 ไร่ 61 ตารางวา โฉนดเลขที่ 178 และโฉนดที่ 1812 นอกจากนั้นมีที่ธรณีสงฆ์อีก 5 แปลง คือ แปลงที่ 1 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 25 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา โฉนดที่ 1088 แปลงที่ 2 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 304 ไร่ 2 งาน 36 ตารางวา โฉนดที่ 1056 แปลงที่ 3 ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มีเนื้อที่ ๒๖๔ ไร่ ๓๖ ตารางวา โฉนดที่ ๓๐๐๕ แปลงที่ ๔ ตำบลน้ำต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๓๕๓ ไร่ ๒ งาน โฉนดที่ ๓๐๐๔ แปลงที่ ๕ แขวงบางมด เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๒๘ ตารางวา โฉนดที่ ๘๐๕ ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุของวัด พระอุโบสถ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ และทำการปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นอาคารทรงไทย ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ช่อฟ้า ใบระกา ลงรักประดับกระจก หน้าบันและซุ้มประตู หน้าต่างมิลวดลายลงรักบีดทองประดับกระจก บานประตูหน้าต่างเขียนลาย รดน้ำ ลงรักบีดทอง ผนังภายในและผ้าเพดานทาสีบีดทองล่องชาด พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๐ เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ ในบุษบกเหนือฐานชุกชีลงรักบีดทองประดับกระจกมีลายกระจังทำด้วยโลหะ และยังมีพระพุทธรูป ยืน ๒ องค์คู่กันหล่อด้วยโลหะบีดทองอยู่หน้าบุษบกใน พ.ศ. ๔๕๖ จอมพลสมเด็จพระบรมวงศ์ เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรนิบิต ทรงบูรณะบุษบกและสร้างโคมกิ่งไฟฟ้า ติดประจำผนังพระอุโบสถ
พระวิหารกว้าง ส. ๖๕ เมตร ยาว ๑๗.๖ เมตร ลักษณะทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคา มุงกระเบื้องเคลือบ ช่อฟ้า ใบระกาประดับกระจก หน้าบันและทุ้มประตูหน้าต่างเป็นลายปูนบั้น บานประตูหน้าต่างสลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลงรักบีดทองประดับกระจก ผนังภายในและผ้าเพคาน ทาสีบีดทองล่องชาด
พระประธานในพระวิหารซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ พุทธสรมหาเถระเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม ได้ถวายพระนามว่า พระจุลนาค เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะลงรักบีดทอง สมัยสุโขทัยอัญเชิญมาจากเมืองสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒ คุณหญิงสว่าง พลเทพ สร้างฉัตรถวาย และยังมีรูปพระสาวกหล่อด้วยโลหะบีดทองยืนอยู่ซ้ายขวา พระพุทธรูปนั่งหล่อด้วยโลหะขัดเงา หน้าตักกว้าง ๑.๑๕ เมตร สูง ๑.๒๐ เมตร จำลองจากพระประธานวัดนางนอง กรุงเทพมหานคร โดยคณะศิษยานุศิษย์ มีหลวงบริหารหิรัญญราชเป็นหัวหน้าสร้างถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ พุทธ- สรมหาเถระเจ้าอาวาสวัดอนงคารามครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระโพธิวงศาจารย์ พ.ศ. ๒๔๘๐ ขนาน พระนามว่าพุทธมังคโลและพระพุทธรูปปางถวายพระเนตรหล่อด้วยโลหะขัดเงา สูง < ฟุต ๑๐ นิ้ว พระนามว่า พระจุมภฎพุทธังกูร หม่อมเจ้าหญิงประสมสงค์ พระชายาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรนิมิตมรรคนายกของวัดนี้ทรงสร้าง พ.ศ. ๒๘๖๒
สาลาการเปรียญ ของเดิมเป็นแบบไทย สร้างด้วยไม้หลังคามุงกระเบื้องไทย ไม่มีช่อฟ้า ใบระกาเป็นศาลาขนาดกลาง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๘ นายกิมอง คุณนายสิน เคียงศิริ ได้รื้อศาลา เดิมสร้างขึ้นใหม่ โดยใช้ของเก่าและใหม่ผสมกัน สร้างเป็นศาลาขนาดใหญ่ ๒ ชั้น ปูกระเบื้อง ซิเมนต์ ชั้นบนเป็นไม้สัก กว้าง ๖ วา ยาว ๑๐ วา ๓ ศอก เสาเป็นไม้มะค่าและไม้เต็งรัง ทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ช่อฟ้า ใบระกาประดับกระจก หน้าบันสลักลวดลายมีภาพ บีเกิดของผู้สร้างลงรักบีดทองประดับกระจก เครื่องบนผ้าเพดานไม้สักล้วน ภายในศาลาผู้สร้าง ได้สร้างโต๊ะหมู่บูชาไม้สักและอาสนสงฆ์
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดอนงคารามเป็นสำนักที่เจริญด้วยการศาสนศึกษาด้านพระปริยัติธรรมทั้งนักธรรมและ บาลีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนปริบัติธรรม มี ๓ แห่ง จำนวนนักเรียน
บาลี ๑๔๘ รูป นักธรรม ๘๗ รูป นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่รวมสอบนักธรรม ชั้นตรี โท เอก และเป็นสถานที่รวมสอบบาลีประโยค ๑-๒ ของสนามหลวงซึ่งได้จัดสอบมาทุกปี
วัดนี้ยังเป็นสำนักที่จัดสอนภาษาไทย มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๒ (ร.ศ. ๑๐๘) โดยเจ้า ประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ พุทธสรมหาเถระ (นวม) สมัยเมื่อท่านเป็นพระอันดับ เรียกกันว่า พระอาจารย์นวม ได้เริ่มทำการสั่งสอนศิษย์ของท่านเป็นส่วนตัว เมื่อพ.ศ. ๒๔๓๒ จนกระทั่ง เจริญรุ่งเรือง มีผู้เห็นประโยชน์ของการศึกษาได้นำบุตรหลาน มาฝากเข้าเรียนมากขึ้นเป็นลำดับ จึงได้จัดตั้งเป็นโรงเรียนจนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) กรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรม–
ในสมัยนั้นจึงได้รับโอนเป็นโรงเรียนในสังกัดของกระทรวงธรรมการและโรงเรียนแห่งนี้ เป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนศึกษานารี และวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบันนี้
การบริหารและการปกครอง
วัดอนงคารามนับแต่สร้างเป็น พระอารามหลวงแล้วมีสมเด็จพระราชาคณะและพระราชา คณะเป็นเจ้าอาวาสโดยลำดับดังนี้คือ
๑. พระปรากรมมุนิ (แบน)
๒. พระวิสุทธิสารเกรีย (เมือง)
๓. พระวิสุทธิสารเถร (ปาน)
๔. พระธรรมธราจารย์ (มุก)
๕. พระธรรมธราจารย์ (คุ้ม) พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๔๘
๖. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทธสรมหาเถระ) พ.ศ. ๒๔๔๐-๒๔๖
๗. พระมหาโพธิวงศาจารย์ อินทโชตเถระ (สาลี) พ.ศ. ๒๕๐๙-๒๕๑๑
๘. พระเทพสุธิ โชติปาลเถระ (พรหม) พ.ศ. ๒๕๑๒ ถึงปัจจุบัน
วัดนี้มีพระภิกษุ ๖๐ รูป และสามเณร ๑๐ รูป