วัดปทุมคงคา
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดปทุมคงคา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท
ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1620 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตทิศเหนือ ติดต่อกับคลองถม ซอยปทุมคงคา ทิศใต้ ติดต่อกับ แม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ซอยวานิช และถนนตรีมิตร ทิศตะวันตก ติดต่อกับ คลองถม ซอยปทุมคงคา ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปมีสภาพเป็นที่ราบลุ่ม
จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมในบางครั้ง และโดยสภาพทั่วไปของวัดที่อยู่ในเมืองหลวง ย่อมมีอาคารของวัดที่ประชาชนเช่าอยู่อาศัยหรือเช่า ประกอบกิจการค้ามีถนนทรงวาดตัดผ่านกลางวัด
ความเป็นมา
วัดปทุมคงคา เดิมชื่อ "วัดสำเพ็ง" ตามชื่อถนนที่วัดตั้งอยู่ คือถนนสำเพ็ง เป็นวัดมี มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีอาณาเขตและอุปจาระวัดกว้างขวาง ครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสุรมหาสิ่งหนาท ซ่อมแซมและสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งวัด เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมมาก ซึ่งอยู่ในคราวเดียวกันกับ ทรงโปรดให้สร้างพระนครใหม่ ณ ฝั่งตะวันออกเมืองธนบุรีในขณะนั้นด้วย ภายหลังที่กรม- พระราชวังบวร ทรงปฏิสังขรณ์และสร้างเสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดปทุมคงคา"
สืบมารัชกาลที่ ๒ ไม่ได้ซ่อมแซมหรือปฏิสังขรณ์ใด ๆ เลย ตราบจนถึงรัชกาลที่ ๓ วัดปทุมคงคาเริ่มชำรุดทรุดโทรม พระยาสวัสดิวารีกราบทูลขอบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ พระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดพระราชทานพระบรมราชาอนุญาต ให้ทำการปฏิสังขรณ์ได้ แต่เมื่อปฏิสังขรณ์ยังไม่ทันเสร็จ พระยาสวัสดิวารีก็ได้ถึงอนิจกรรมเสียก่อน
ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาพิศาลศุภผลปฏิสังขรณ์ต่อ และโปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมทำการเพิ่มเติมให้ช่างยก พระพุทธรูปในพระอุโบสถให้สูงขึ้น แล้วทำเป็นพระทรงเครื่องต้นอย่างกษัตริย์ แล้วต่อชุกชี ออกมาทำเป็นรูปเทวราชถือพุ่มฉัตรดอกไม้ทองดอกไม้เงินด้วย ๒ องค์ เสร็จแล้วพระราชทาน รางวัลช่างซึ่งกระทำการนั้นด้วย
เขตพุทธาวาส ได้แก่เขตอันเป็นที่ตั้งปูชนียวัตถุ เช่น พระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ เป็นต้นมีอาณาบริเวณดังนี้
๑. ทิศตะวันออกและทิศใต้ (ด้านกุฎิ) กำหนดเอาผนังวิหารคดขาวประมาณ ๕๓.๐๐ เมตร และ ๔๘.๐๐ เมตร
๒. ทิศเหนือ กำหนดเอาแนวกำแพงด้านในตลอดมุมรั้วไม้ยาวประมาณ ๐.๐ เมตร
«ก. ทิศตะวันตก กำหนดเอาแนวรั้วไม้กั้นพระเจดีย์ตลอดแนวยาวประมาณ ๕๓.๐๐ เมตร มีประตูเข้าออกทิศละ • ประตู ๆ ละ ๒ บาน ภายในวิหารคด ตามระเบียงเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูป ๑๒๗ องค์
ทรัพย์สิน
อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินของวัด ได้แก่
จำนวนเนื้อที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒ ไร่
ที่ธรณีสงฆ์มี ๒ แปลง อยู่ที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร แปลงที่ ๑ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑ ไร่ ๑ งาน ๘ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๖๐๕ แปลงที่ ๒ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒ ไร่ ๕ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๖๐๗๕
พระอุโบสถตั้งอยู่ด้านเหนือของพระวิหาร ห่างจากพระวิหาร ๑๒.๐๐ เมตร วัดจากข้าง นอกเสาตามระเบียงและมุขเข้าไปยาว ๒ เมตร กว้าง ๖ เมตร พระอุโบสถหลังนี้เป็นรูปทรง แบบทรงไทย เหยียบมุข ๓ ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา ค้นทวย หน้าบัน เป็นรูปนารายณ์ ทรงสุบรรณ และพระอินทร์ทรงช้างไอยราพต มีมืองามอย่างยิ่ง ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธานทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ ผลิตโดยช่างใน รัชกาลที่ ๔ แต่เดิมมาไม่มีพระนาม ทางวัดขอพระราชทานนามพระประธาน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน พระราชทานนามว่า "พระพุทธมหาชนก"
ตาม ที่ปรากฏในหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รถ.๐๐๐/๕๗๔๙ ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ และตามผนังของพระอุโบสถ ยังมีภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวของพระพุทธเจ้าและรูปเทพชุมนุม ต่าง ๆ อาทิเช่น เทวดา ครุฑ คนธรรพ์ เป็นต้น กำลังพนมมือ และมีพัดวาลวิชน์ประจำ ทุกรูป
พระวิหารตั้งอยู่ทางด้านใต้ของพระอุโบสถ มีลักษณะคล้ายและเท่ากันกับพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ จนมักจะมีการตั้งคำถามว่า "หลังไหนเป็นพระอุโบสถ หลังไหนเป็นพระวิหาร" และก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ผู้ใดสร้าง และเสร็จเมื่อไร
พระเจดีย์เป็นพระเจดีย์โบราณ ๗ องค์ ตั้งอยู่หลังวิหารคด ด้านทิศตะวันตกสร้างพร้อมกับวัดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ แทนหลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระวิหาร เป็นรูปทรงบั้นหยา สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น กว้าง ๓๒๐ เมตร ยาว ๒๕.๐๐ เมตร
กุฏิ วัดปทุมคงคาเป็นวัดใหญ่และวัดโบราณ แบ่งการปกครองเป็น ๒ คณะใหญ่ ๆ คือ
๑. คณะใน ตั้งอยู่ฝั่งเหนือพระอุโบสถ มีถนนตัดผ่ากลาง มีกุฏิสงฆ์แบบเก่า ฝาผนังเป็นไม้ลูกปัด หลังคามุงกระเบื้องดินเผา
๒. คณะนอก ตั้งอยู่ใกล้พระอุโบสถใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นกุฏิ ๒ ชั้น เสริมเหล็กจำนวน ๘ หลัง สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๒
พระปรางค์ทั้งหมดมี ๘ องค์ ตั้งอยู่รอบข้างพระอุโบสถ ๘ ทิศ ภายในประดิษฐานใบเสมาและฝั่งลูกนิมิตองค์ละ ๑ ลูก
พระพุทธบาทจำลอง ลักษณะเป็นแผ่นหินไม่ทราบสร้างครั้งใด คงจะไม่เกินรัชกาลที่ ๔ เพราะสังเกตจากเนื้อหินที่สลักรอบพระพุทธบาท
หอระมัง ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกุฏิเจ้าอาวาส สร้าง พ.ศ. ๒๔๐
เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
ฌาปนสถาน สร้างใน พ.ศ. ๒๕๐ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่ทางด้านหลังพระอุโบสถ
โรงเรียนปริยัติธรรม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้น มีมุขกลางตั้งอยู่ทางกุฏิกับคณะใน
หอไตร เรียกเต็มว่า หอพระไตรบีบุตรหรือหอสมุด ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนปริยัติธรรม เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียวมีมุขด้านข้าง
โพธิ์ลังกา ในวัดมีต้นโพธิ์ใหญ่ ๒ ต้น ต้นหนึ่งติดคลองถม ด้านทิศตะวันตกเป็นโพธิ์ตรัสรู้เป็นโพธิพันธุ์ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี) นำมาจากลังกาทวีปมาปลูกไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕ อีกต้นหนึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก
แท่นหินประหารกบฏ แท่นหินขนาดกว้าง ๔๘ นิ้ว ยาว ๖๐ นิ้ว ครั้งรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้า ฯ ให้สำเร็จโทษกรมหลวงรักษ์รณเรศข้อหาเป็นกบฏ ด้วยท่อนอันทน์ เมื่อวันพุธ เดือนอ้าย แรม ๓ ค่ำ จึงกล่าวได้ว่าวัดปทุมคงคาเป็นสถานที่ประหารชีวิตแห่งแรกในกรุงเทพ ฯ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
การศึกษาพระปริยัติธรรม สำนักเรียนได้รับอนุมัติจากสมเด็จพระสังฆราช ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นสำนักเรียน พ.ศ. ใดไม่พบหลักฐาน พอสืบความได้บ้างว่า ยุคพระปรากรมมุน (เปลี่ยน) ประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๖๕ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม เป็นสำนักเรียนแห่งแรกสอนทั้งแผนกธรรมและบาลี ปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๔) มีจำนวนนักเรียนบาลี ๗๕ รูป และจำนวนนักธรรม ๓๐ รูป
โรงเรียนวัดปทุมคงคา เริ่มตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕ พระครูใบฎีกา เหลี่ยน (พระยาสีมานนท์ปริญญา) เป็นครูคนแรก ได้จัดสอนที่กุฏิของท่าน
พ.ศ. ๒๔๔๕ กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาลขึ้นในวัดตามโครงการศึกษา ท่านเจ้าอาวาสและคณะครูจึงได้มอบโรงเรียนวัดให้แก่รัฐบาลใช้ชื่อว่า โรงเรียนมัธยม
วัดปทุมคงคา (เดี๋ยวนี้ตัดคำว่ามัธยมออก) ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนคือ นายสนธ์ พระครูธรรมสารโสภณ (โชติ) เจ้าอาวาสผู้อุปการะโรงเรียนเอาใจใส่ในการศึกษามาก ให้ความอุปการะแก่โรงเรียนตลอดจนกระทั่งปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่ด้านข้างท้องฟ้าจำลอง แขวงบ้านกล้วย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โรงเรียนเทศบาลวัดปทุมคงคา ครั้งแรกเปิดเป็นโรงเรียนประชาบาลจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๔๘๖ โดยมีคุณพระนคเรสนรารักษ์ นายอำเภอสัมพันธวงศ์ เป็นประธานวันแรก เปิดมีครู ๓ คน นักเรียนทั้งหมด ๕ คน และดำเนินการมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ก็ได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งดำเนินการสอนที่อาคารเรียนเดิมของโรงเรียนวัดปทุมคงคา
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันพระธรรมวโรคม เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ลำดับเจ้าอาวาส ตั้งแต่รูปแรกจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ ๑. พระวิเชียรมุนี (มาก) เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ปลายรัชกาลที่ ๓ และต้นรัชกาลที่ ๔ ติดต่อกัน ถึงมรณภาพประมาณ พ.ศ. ๒๕๓ ในรัชกาลที่ ๓ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๗-๒๓๙๔ ๒. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี อโนมสิริมหาเถร) พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๓๗ ครองวัดปทุมคงกานาน ๔๓ ปี ๖๑ พรรษา มรณภาพเมื่ออายุ ๘๑ ปี ๓. พระครูกัลยาณคุณ (กลิ้ง) พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๔๔๓ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ประมาณ ๓ ปี ๔. พระครูธรรมสารโสภณ (โชติ) พ.ศ. ๒๔๓๔-๒๔๕๓
เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ประมาณ ๑๐ ปี ๕. พระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) พ.ศ. ๔๕๔-๒๔๖๕ ครองวัดปทุมคงคา ๑๑ 6. พระปรากรมมุน (จีบ ออคุคเกโช) พ.ศ. -๒๘๕ ครองวัดปทุมคง ๑๐ ปี รวมอายุได้ ๕ ปี ๘ เดือนกับ ๑๖ วัน ๔๖ พรรษา ๗. พระเทพปริยัติ (คำ อาภาธิเถร) พ.ศ. ๔๗๖-๒๕๑๓
ครองวัดปทุมคงคา ต่อ ปี มีอายุ ๘๒ ปี ๒ เดือนกับ วัน ๖๑ พรรษา
สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ในราชทินนามว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์
พระธรรมวโรคม (สนิธ เขมจาริ ป.ธ. 6) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน เริ่มครอง วัดปทุมคงคาเมื่อ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔ ปัจจุบันมีพระภิกษุจำนวน ๑๐๐ รูป สามเณร ๔๑ รูป
การบริหารงานปกครองของวัดปทุมคงคาแบ่งเป็น ๒ คณะ คือ
ก. คณะยกเหนือพระอุโบสถ เรียกว่าคณะใน แยกออกเป็นคณะ • ถึงคณะ เ (คณะ x ยุบแล้ว)
ข. คณะผูกพระอุโบสถ เรียกว่าคณะนอก นับตั้งแต่ คณะ ๗ ถึงคณะ ๑๑
คณะที่แบ่งออกไปนี้ เจ้าอาวาสแต่งตั้งพระในคณะให้เป็นเจ้าคณะ บางคณะตั้งผู้ช่วย เจ้าคณะเพื่อช่วยกันปกครองพระภิกษุ สามเณรและศิษย์ และดูแลเสนาสนะสงฆ์