วัดชินวราราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดชินวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑ ตำบลบางแขยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือยาว ๔ เส้น ๖ วา ติดต่อกับคลองควาย ทิศใต้ยาว ๓ เส้น ๑๖ วา ติดต่อกับคลองบ้านมะขาม ทิศตะวันออกยาว ๘ เส้น ๑๕ วา ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกยาว ๑๐ เส้น ๑ วา ติดต่อกับถนนสาธารณะ

พื้นที่ตั้งวัด มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม เป็นที่ราบลุ่มติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านเหนือ ใต้ และตะวันตกมีหมู่บ้านล้อมรอบ เดิมพื้นที่ส่วนมากเป็นร่องน้ำและป่า แต่ในปัจจุบันทางวัด ได้ถมปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอทั่วกันหมด พร้อมกับได้ปลูกต้นไม้ประดับและไม้อาศัยร่มเงาเป็นที่ พักผ่อนหย่อนใจของผู้สัญจรไปมา

ความเป็นมา

วัดชินวราราม เดิมชื่อว่า "วัดมะขามใต้" เป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ที่ตั้งวัดอยู่ใกล้ชิดกับวัดร้าง ๒ วัด คือ วัดในและวัดคลองควาย วัดมะขามใต้ เป็นวัดรามัญนิกาย ในสมัยหม่อมเจ้าของศุภสวัสดิ์ครั้งยังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อม กับพระรามัญมุนี (สุด) ผู้เป็นเจ้าคณะเมืองได้มอบวัดร้างทั้ง ๒ วัดนั้นให้รวมเข้ากับวัดมะขามใต้ วัดทั้งสามจึงรวมเรียกชื่อว่า "วัดมะขามใต้" แต่นั้นมา

วัดชินวราราม เป็นวัดที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆ- ราชเจ้า ได้ทรงปฏิสังขรณ์กล่าวคือ เมื่อคราวเสด็จตรวจการคณะสงฆ์มณฑลกรุงเทพ ฯ เป็น ครั้งแรกขณะทรงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะใหญ่แห่งหนกลาง ทอดพระเนตรเห็นศาลาการเปรียญ วัด เทียนถวายซ่อมทาสีใหม่ เพราะพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (นาค) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ

เมื่อยังมีสมณศักดิ์ที่พระศรีสมโพธิ มาซ่อมเพื่อประดิษฐานศพโยมของท่าน จึงเป็นเหตุสกิด พระหฤทัยให้ทรงดำริว่า ถ้าคราวพระองค์ท่านต้องทำศพหม่อมมารดา ควรทำอย่างนี้เป็นประโยชน์ มากดีกว่าทำเมรุ แต่ทรงดำริถึงภาวรวัตถุในประเภทอื่นว่าควรทำอุโบสถดีกว่าศาลา แต่นั้นมาก็ ทรงแสวงหาอุโบสถที่ทรงจะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ครั้นเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๕๕ พระองค์ได้เสด็จไปตรวจวัดในอำเภอเมือง จังหวัด ปทุมธานี เสด็จถึงวัดชินวรารามหรือวัดมะขามใต้เดิม ทรงเห็นทำเลวัดดีมีกุฎิหมู่หนึ่งพอเป็นที่ พำนักอยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณรได้ และมีอุโบสถซึ่งเริ่มก่อผนังไว้บ้างแล้ว ซึ่งไม่มีใครที่จะ ปฏิสังขรณ์ต่อให้สำเร็จ ก็สมพระหฤทัยที่ทรงตั้งพระปณิธานไว้ จึงทรงรับที่จะปฏิสังขรณ์อุโบสถ ต่อไป ครั้นได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จัดทำการฉลองเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๖ นับแต่นั้นมาก็ได้ทรงปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ ต่อมาตามลำดับ พ.ศ. ๒๔๓๖ ยังมีวัดอีกวัดหนึ่งตั้งอยู่เขตติดต่อกับวัดใน ซึ่งรวมกับวัดมะขามใต้แล้ว ชื่อว่า "วัดเจตวงศ์" วัดนี้มีอุโบสถและพัทธสีมาแต่ทรุดโทรมมาก มีพระจำพรรยาบ้างไม่มีบ้าง พระประทุมวรนายก (สอน) วัดเทียนถวายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ ที่พระครูสีลานุโลมคุณ พร้อมด้วยความเห็นชอบของพระพิมลธรรม (เฮง) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เจ้าคณะมณฑลอยุธยา จึงสั่งให้รวมเข้ากับวัดชินวรารามเพิ่มอีกวัดหนึ่ง ดังนั้นวัดชินวรารามจึงมี เนื้อที่ตั้งวัดประกอบด้วยวัด ๔ วัดรวมกัน วัดมะขามใต้ ได้รับพระราชทานโปรดให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง

พร้อมกับให้ เปลี่ยนนามวัดเป็น "วัดชินวราราม" เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๔๘๑

ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๔๑ ไร่ ๓ งาน โฉนดเลขที่ ๕๓๓๙ เล่ม ๕๔ หน้า

และ โฉนดเลขที่ ๕๓๔๐ เล่ม ๕๔ หน้า ๔๐ ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๔ แปลง เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๒๔ ตารางวา ทั้งหมดตั้งอยู่ท้องที่ ตำบลบางแขยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี คือ

แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๕๓ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๕๑: สารบัญเล่มที่ ๒๖ หน้า ๑๐

แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๓ ไร่ ๔ งาน ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๕๒ สารบัญเล่มที่ ๖ หน้า ๕๒

แปลงที่ ๓ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๒๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๘ สารบัญเล่มที่ ๒๖ หน้า ๔๑

แปลงที่ ๔ เนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๖๔ สารบัญเล่มที่ ๒๕ หน้า ๙๔

ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี

พระประธานในพระอุโบสถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ ศอก สมัยสุโขทัย นามว่า "พระ พุทธชินวร" เดิมได้ย้ายมาจากวัดภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ซ่อมใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕

ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ แบ่งออกเป็น ๒ ตอน ตอนบนด้านเหนือและ ให้เป็นรูปเทวดานพเคราะห์ทรงพาหะสัตว์ต่าง ๆ ด้านตะวันออกเป็นรูปมารวิชัย ด้านตะวันตก เป็นรูปเทพชุมนุม ตอนแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาในดาวดึงส์ ตอนล่างแบ่งเป็น ๑๒ ห้อง ด้านตะวันตกหลังพระประธานเป็นภาพของวัดตลอดสิ่งที่ปลูกสร้างในสมัย พ.ศ. ๒๔๕๖

และ เฉพาะรูปพระอุโบสถ ส่วนอีก ๑๐ ห้อง ที่ผนังระหว่างหน้าต่างและผนังด้านตะวันออกเป็นภาพ เรื่องทศชาติ แสดงถึงบางมี ๑๐ ประการที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญในชาติก่อนที่จะตรัสรู้ มีโคลง สี่สุภาพแสดงท้องเรื่องจารึกในหินชะนวนดำกำกับไว้ได้ภาพทุกห้อง โปรดให้พระสุวรรณรัศมีแต่ง แล้วทรงตรวจแก้ ต่อมาได้ทรงแก้อีกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐

พระอุโบสถ มีกำแพงก่ออิฐถือปูนโอบล้อมรอบบริเวณ ตัดช่องทางประตูสำหรับเข้าสู่ พระอุโบสถ ช่องทาง กำแพงกว้าง ๒๕ วา ยาว ๓๒ วา ภายในกำแพงมีสีมาตั้งอยู่บนฐานย่อ เหลี่ยมก่ออิฐถือปูนครบทั้ง ๔ ทิศ

ตัวพระอุโบสถ ยกพื้นสูง ๒ ศอก มีบันไดขึ้น ๒ ข้าง ที่หน้าบันมุขเด็ดสลักลายเครือ ดอกปทุม และมีอักษรรามัญตรงกับอักษรไทย คือ ตัว "๑" ตรงกับนามย่อของหม่อมมารดา มุขมีเสาย่อเหลี่ยม ต้น ปั้นบัวรับทุกปลายเสา ซุ้มประตูหน้าต่างปั้นลายปู่นฝีมือจีนปนไทย

บานประตูหน้าต่างแกะลวดลายเป็นตรากลม & ดวง ดวงบนเป็นรูปแพะหมายถึง นามบีประสูติ ตราที่ ๒ เป็นรูป "ช.ส." ไขว้ หมายถึงพระนามย่อ ตราที่ ๓ รูปพญานาค หมายถึงพระนาม เดิม ตราที่ ๔ รูปอักษรไขว้ "ปุ่น" หมายถึงนามหม่อมมารดา ตราที่ ๕ รูปโก หมายถึงนามบี เกิดของหม่อมมารดา

พระวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๒ ขนาดกว้าง ๓ วาเศษ ยาว วาเศษ มีมุขยื่นทาง ด้านตะวันออก มีประตูด้านตะวันออกและตะวันตก ด้านละ ๑ ประตู หน้าต่างด้านข้างด้านละ ๑ ประตู พระมณฑป

เป็นที่บรรจุอัฐิอังคารของหม่อมบุ่น ชมพูนุช (หม่อมมารดา) สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒

พระตำหนักชินวร เป็นตึก ๒ ชั้น มีมุขยื่นไปทั้ง ๔ ด้าน หลังคาแบบไทยมีหัวนาคเป็นช่อฟ้า หน้าจั่วปั้นลายมีรูป "ชส" ไขว้ ชั้นบนเป็นที่ประทับแรม ชั้นล่างใช้เป็นที่เรียนธรรมวินัยและบาลีของพระภิกษุสามเณร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔

ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ กว้าง ๕ วา ๑ ศอก ยาว ๘ วา กุฎิสงฆ์ ที่บริเวณกุฎิมีหอสวดมนต์และหอฉัน โดยมีกุฎิเรียงรายรอบหอฉัน มีชานกุฎิติดต่อเดินถึงกันได้หมด เป็นกุฎิไม้ ได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นที่อยู่อาศัยได้ดีตลอดมา

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดชินวราราม ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับทั้งทางธรรมและวิชาสามัญ

ทางธรรมมี โรงเรียนปริยติธรรม ๑ แห่ง ปัจจุบันมีนักธรรม จำนวน ๔๒ รูป การสาธารณสงเคราะห์ แต่เดิมนั้นทางวัดได้ให้เบิกสอนหนังสือไทยที่ศาลาการเปรียญ ซึ่งได้ใช้สอนมานานกว่า ๔๐ ปี เมื่อได้สร้างโรงเรียนเจริญผลวิทยาเวศน์แล้ว จึงได้ย้ายไปเรียนที่นั่น ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น สถานที่ไม่เพียงพอ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘ จึงสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมอีก ๑ หลัง ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร เมื่อ พ.ศ. ๒๘ ทางราชการสั่งเบิกรับนักเรียนขั้นมัธยมสามัญปีที่ ๑ ถึงมัธยมสามัญปีที่ ๓ ตามลำดับ และต่อมาก็ได้สร้างอาคารเรียนชั้นมัธยมเพิ่มเติมขยายต่อมาอีก

นอกจากนี้ วัดชินวรารามยังมีมูลนิธิหาผลประโยชน์เป็นทุนบำรุงการศึกษาและเป็นค่าใช้งานต่าง ๆ ภายในวัดอีกด้วย.

การบริหารและการปกครอง วัดชินวราราม มีระเบียบขนบธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยซึ่งถือ 'นกิจวัตร มีการบำเพ็ญกุศลพึ่งธรรมและการกระทำพิธีทางศาสนาทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นประเพณีสืบต่อกันมามิได้ขาด เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัด เป็นที่ทราบกันว่ามีจำนวน ๑๐ รูป รวมทั้งบัจจุบัน คือ รูปที่ ๑ ถึงรูปที่ ๕ หาหลักฐานและรายละเอียดไม่พบ รูปที่ ๓ เจ้าอธิการเบิง ปกครองวัดมาประมาณ ๓๕ ปี อายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๐ รูปที่ ๘ พระครูปัญญารัตน์ (ติ๊ด) พ.ศ. ๕๖๕-๔๘๘ รูปที่ ๔ พระอุดมญาณมนี (ยศ โกสิโต) ป.ธ. & เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๗-๒๕๑๒

รูปที่ ๕ พระครูศรีปทุมากรณ์ (เทียน ฐานุตุตโม) ป.ธ. ๕ พ.ศ. ๕๑-๒๘๒๓

รูปที่ ๑๐ พระครูอุดมสังสิต (สวัสด์ อุตุตโม) พ.ศ. ๒๕๒๔ ถึงบัจจุบัน

ปัจจุบันมีพระจำพรรษา ๑๔ รูป สามเณร ๖ รูป และชี ๑๐ คน