วัดคฤหบดี

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดคฤหบดี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ อยู่เลขที่ ๕ แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดต่อที่ดินของเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับลำประโดง ทิศตะวันออกติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินของเอกชน

ลักษณะพื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มด้านหน้าติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำจะท่วมในฤดูฝน บริเวณหน้าวัดใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน บรรยากาศสดชื่นร่าเริง สิ่งปลูกสร้างภายในวัดได้มีการกำหนดแผนผังไว้แน่นอน ถาวรวัตถุต่าง ๆ จัดสร้างไว้อย่างเป็นระเบียบ การคมนาคมมีท่าเรือหน้าวัด ทางบกมีซอยที่วีหรือซอยวิมลสรกิจ และซอยบางยี่ขัน แยกจากถนนจรัญสนิทวงศ์ติดต่อถึงที่วัด

ความเป็นมา

วัดคฤหบดี เป็นวัดที่พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ต้นสกุล "กมรมนตรี" เป็นผู้สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ได้โปรดพระราชทานนามวัด และพระราชทานพระแซกคำไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถด้วย

แต่เดิมนั้นพระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) มีบ้านอยู่ริมฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือบ้านปูน ตำบลบางพลัด (แขวงบางขุนเทียนปัจจุบัน) ได้ถวายตัวเข้ารับราชการ ตั้งแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ยังทรงกรมเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชกาลที่ ๒ (บ้านเดิมคือบริเวณวัดคฤหบดีทุกวันนี้)

ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ เสด็จขึ้นถวัลยราชสมบัติ ได้โปรดตั้งนายภู่จางวางเป็นพระยาราชมนตรีบริรักษ์ จางวางมหาดเล็ก และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นว่าการพระคลังมหาสมบัติ

ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบ้านที่พระศรีสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) อาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของท่าพระ (ท่าข้างวังหลัง) ให้พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (กู่) ได้อยู่อาศัยใหม่ พระยาราชมนตรี ฯ จึงได้ยกบ้านเดิมของท่านให้สร้างเป็นวัด แล้วนำความน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ พระองค์ได้ทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง พร้อมกับพระราชทานนามว่า "วัดคฤหบดี"

และได้พระราชทานพระแซกคำไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 2 โปรดให้ทำการปฏิสังขรณ์วัดคฤหบดีครั้งใหญ่ ทำให้อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีสภาพถาวรมั่นคงเป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้พระราชทานตราประจำรัชกาลพระองค์ท่านประดิษฐานไว้ที่วัดจนกระทั่งบัดนี้

ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๓ ที่ดินสงฆ์ ตั้งอยู่ท้องที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๑ งาน ๕๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๖๐๖ ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ หลวงพ่อแซกคำ สมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๑๘ นิ้ว ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูป ทองคำโบราณ สร้างขึ้นประมาณระหว่าง พ.ศ. ๑๗๐๐-๑๙๐๐ นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีวิปัสสนา ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับพระแก้วมรกต ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทร์ พ.ศ. ๒๓๖ และพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าฯ โปรดพระราชทานให้เป็นพระประธานในพระอุโบสถของวัดคฤหบดี ตั้งแต่เริ่มตั้งวัด มาจนถึงปัจจุบัน พระเจดีย์ ทรงทวาราวดี ย่อมุม เป็นเจดีย์ประจำตระกูล "ชุมสาย ณ อยุธยา"

บรรจุ อัฐิของตระกูล "ภมรมนครี" และ "ชุมสาย" พระอุโบสถ ขนาดกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๐.๐๕ เมตร ทรงจตุรมุข

หลังคาลด ๒ ชั้น ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชาม ซุ้มประตูหน้าต่าง เป็นลายปูนปั้นรูปดอกพุดดาน บานประตูหน้าต่างด้านในเขียนลายต้นไม้และดอกไม้แบบจตุรมุข

พระวิหาร ขนาดกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๐.๐๕ เมตร ลักษณะต่าง ๆ เหมือนกับ พระอุโบสถ

ศาลาการเปรียญ สร้างด้วยไม้แบบทรงไทยสมัยใหม่ เป็นแบบ ๒ ชั้น ชั้นล่างโปร่ง ชั้นบนมีลูกกรงเหล็กเส้น

กุฎิสงฆ์ เป็นอาคารทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ทรงไทยสมัยใหม่ แบบสี่เหลี่ยม ผืนผ้า มุงด้วยกระเบื้องเคลือบ มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยปูน นอกจากนี้มีกุฎิเรือนไม้ฝ่ากระดานปลูก เรียงรายกันไป

กุฎิพระสงฆ์ทั้งหมด ๑๒ หลัง

หอสวดมนต์ เป็นเรือนไม้ ล้อมรอบด้วยกุฎิ ๓ หลัง

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดคฤหบดี สนับสนุนการศึกษาอย่างกว้างขวาง พระภิกษุสามเณรที่พำนักอยู่จะต้องศึกษา เล่าเรียนธรรมวินัยและบาลี พระนวกะจะต้องรับการอบรมอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ ปัจจุบันมี นักเรียนบาลี รูป นักธรรม ๑๐ รูป

การสาธารณสงเคราะห์มูลนิธิวัดคฤหบดี สังกัดกรุงเทพมหานคร อาคาร ๒ ชั้น ๒ หลัง ๓ ชั้น ๑ หลัง รวมเป็น ๕ หลัง โรงเรียนช่างสำรวจวัดคฤหบดีเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษา ของเอกชน ทางวัดให้อาคารและสถานที่จัดเบิกสอน และยังมีสถานพัฒนาเด็กเล็กก่อนเกณฑ์ ทางวัดจัดขึ้นเพื่อเลี้ยงดูเด็กเล็กอายุระหว่าง ๓-๖ ขวบ เป็นการสงเคราะห์แบ่งเบาภาระผู้ปกครองเด็ก

การบริหารและการปกครอง

วัดคฤหัสถ์ในสมัยก่อน ๆ มีพระภิกษุสามเณรเป็นจำนวนมาก แต่ละปีประมาณ ๒๐-๓๐ ขึ้นไป การมาอยู่วัดนี้ต้องมีผู้นำมาฝากและให้การรับรอง เมื่อมาอยู่แล้วต้องศึกษาเล่าเรียนพระธรรม วินัย ทำกิจวัตรตามขนบธรรมเนียมของพระสงฆ์มิให้ขาด เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัดนับแต่สร้างวัดมา มีลำดับดังนี้

  1. เจ้าคุณจื่น

  2. เจ้าคุณเทศ

  3. เจ้าคุณคง

  4. พระกระวีวงศ์ (เบีย) ต่อมาได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอุบาลีคุณุปมาจารย์

  5. เจ้าพระคุณจารวัติ (แช่ม)

  6. พระครูวิริยโกศล (คง)

  7. พระครูธรรมจริยาภิรมณ์ (ทัต)

  8. พระครูธรรมจริยาภิรมณ์ (เผือด)

  9. พระญาณรังสี (ตุ๊)

  10. พระครูธรรมาภิรม (ชั้น) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ ถึงปัจจุบัน

พระภิกษุจำพรรษา จำนวน ๕ รูป สามเณร ๒ รูป