วัดดาวดึงษาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดดาวดึงบาราม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๑ แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับวัดจตุรมิตรประดิษฐาราม
ทิศใต้ติดต่อกับคูวัดและสวน นายยิ้ม นายปลี ทิศตะวันออกติดต่อกับวัดจตุรมิตรประดิษฐาราม ทิศตะวันตกติดต่อกับดูวัดและสวนนายพัน ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่ม ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ ๒๐๐ เมตร มีถนนจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านกลางวัดไปยังวัดบางยี่ขัน มีลำประโดงแสดงเขตวัดโดยรอบ
ความเป็นมา วัดดาวดึงยาราม ตามตำนานของวัดเล่าว่า ท่านผู้หญิงในพระราชวังในรัชกาลที่ ชาวบ้านเรียกว่า "คุณแว่น" เป็นผู้สร้างวัดโดยสร้างพระอุโบสถก่ออิฐสูงพันดินประมาณ ๑ ศอก เอาไม้แก่นทำเสาประธาน หลังคามุงกระเบื้อง ฝ่าผนังไม้สัก มียบานประตูหน้าต่างเข้าออก ชาวบ้านเรียก "วัดขรัวอิน" เพราะสมภารชื่อ "อิน" ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ มีสาวลาวคนหนึ่งเป็นผู้หญิงชื่อ "อิน" ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ เสนาสนะสงฆ์ หรือกุฏิเดิมซึ่งเป็นไม้ ก่อเป็นตึก ใช้ไม้แก่นเป็นเสาประธาน หลังคามุงกระเบื้อง ฝ่าไม้ไม่ขัดแตะถือปูน ดูเหมือนฝายนางดึกมีประตูหน้าต่าง รื้อฝาผนังและหลังคามุงกระเบื้อง มีช่อฟ้าใบระกา รัชกาลที่ ๒ พระราชทานนามว่า "วัดดาวดึงยาสวรรค์"
ในรัชกาลที่ ๓ พระมหาเทพ (ปาน) บ้านอยู่ใกล้วัดดาวดึงส์ได้บูรณะปฏิสังขรณ์กุฏิเก่าหมด สร้างกุฏิหมู่หนึ่งเป็นตึก ๔ หลัง และกุฏิขนาดเล็กอีก ๓ หลัง พร้อมกับสร้างสวดมนต์ หอฉันเป็นกัปยกุฏิอีก ๑ หลัง นอกจากนั้นยังได้ซ่อมแซม และก่อสร้างสิ่งอื่น เช่น อุโบสถ พระประธานในอุโบสถ ศาลาดินหน้าอุโบสถขุดคลองระหว่างอุโบสถกับกุฏิ แนน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดดาวดึงยาราม" จากนั้นวัดไม่ได้บูรณะปฏิสังขรณ์จนทรุดโทรมเกือบเป็นวัดร้าง บางปีเจ้าอาวาสประจำรูปเดียว จนถึงรัชกาลที่ ๓ ได้ซ่อมแซมบ้าง และมีพระสงฆ์เพิ่มขึ้น อุโบสถได้รับการปฏิสังขรณ์เสียใหม่ใน พ.ศ. ๒๕๐๖ โดยคุณหญิงกลาโหมราชเสนา (มิ ปาณิกบุตร) ได้บริจาคเงินในการก่อสร้างปฏิสังขรณ์ อุโบสถสำเร็จสมบูรณ์ดังปรากฏในปัจจุบัน
ทรัพย์สิน ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุมีดังนี้ คือ พระอุโบสถ สร้างขึ้นสมัยขรัวอินเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ พระยามหาเทพ (ปาน) ต้นตระกูล ปาณิกบุตร ได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามหรือพระอุโบสถสร้างใหม่ก่ออิฐปูน ด้านในพระอุโบสถตามฝาผนัง มีภาพเขียนที่มีฝีมือประณีตงดงามมากในปี พ.ศ. ๒๕๐๖
ได้ซ่อมแซมอีกครั้ง โดยมีพระสังฆราชวัดเบญจมบพิตรเป็นประธาน ภายในพระอุโบสถเทคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นปูด้วยหินอ่อน ฐานชุกชี พระประธานเททองใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ชนิดพิเศษ หน้าบันลงรักปิดทองลายดอกพุดตาล หลังคามุงกระเบื้องจ๊อบ ช่อฟ้า ประดับลายโมเสสสีทองจากประเทศญี่ปุ่น สร้างซุ้มเสมา ๘ ซุ้ม พระประธาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๔ ศอก หอระฆัง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๒ ชั้น ก่ออิฐถือปูน
หลังคาทำเป็นกระโจมกลมสูง แขก สร้างสมัยพระครูปริยต์โกศล ปกครองวัด
ศาลาการเปรียญ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อพระยามหาเทพ (ปาน) ได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามจนถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ พระโสภณธรรมาจารย์ทำการซ่อมแซมอีก และปัจจุบัน ได้ใช้เป็นสถานพัฒนาเด็กในการบำรุงของสภาสตรีแห่งชาติ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๑ เปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยได้รับอนุมัติจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ในปีแรกมีพระอาจารย์ทำการสอนเป็นบรรพชิต 6 รูป มีนักเรียนรวมทั้งหมด ๒๐๔ คน สอนตั้งแต่ ป. ๕ - ม. ๓ พ.ศ. ๒๕๑๓ วัดตั้งโรงเรียนสอนพระนวกะวัดดาวดิง โดยมีพระนวกะในแขวงบางยี่ขัน มาเรียนรวม ๗ วัด ปีละประมาณ ๗๐-๑๐๐ รูป พ.ศ. ๒๕1๘
เปิดสำนักเรียนวัดดาวดึงษ์
โดยได้รับอนุมัติจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ความจริงแล้ววัดดาวดึงษ์มีการเรียนการสอนบาลี-นักธรรมกันมาก่อนแล้ว และมีพระภิกษุ สามเณรในสำนักเรียนวัดดาวดึงษ์สอบบาลีและนักธรรมได้จำนวนปีละมากรูปด้วย ปัจจุบันมีนักเรียนบาลี ๑๒๒ รูป และนักธรรม ๑๓๕ รูป
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาส ชื่อ พระโสภณธรรมาจารย์ (บุศย์) เจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีดังนี้ คือ ๑. พระอธิการอิ่น (ส. ๑) ๒. พระครูเพชร (ร. ) ๓. พระครูพุต (ร. , . ๔) ๔. พระครูบุญ (ม. ๔) ๕. พระครูริด (ร. , . ๔) ๖. พระครูปรียติโกศล (กล้ำ) (ร. ๔, . ๒)
๗. พระครูศิลขันธ์สุนทร (เปรม) (ส. 6) ๘. พระครูโวทานธรรมาจารย์ (หวาต) (ร. ๘, ร. ร. 6) ๙. พระครูโสภณธรรมมาจารย์ (บุศย์) ปัจจุบัน ปัจจุบันมีพระภิกษุ ๔๐ รูป สามเณร ๒ รูป