วัดโพธิสมภรณ์
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดโพธิสมภรณ์เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อคลองส่งน้ำซอย ทิศใต้ติดต่อถนนโพธิศรี ใกล้กับวิทยาลัย อาชีวะ และสำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี ทิศตะวันออกติดต่อถนนศุภกิจจรรยาใกล้หนองประ- จักษ์ และโรงพยาบาลอุดรธานี ทิศตะวันตกติดต่อถนนสาธารณประโยชน์
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปราบเรียบเป็นสนามหญ้า มีถนนภายในวัดสร้างด้วยคอนกรีตและ ลาดยาง มีต้นไม้ขึ้นเรียงรายเป็นระเบียบ เป็นสถานที่น่าเคารพกราบไหว้
ความเป็นมา
วัดนี้สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนปลายรัชกาลที่ ๕ ใน พ.ศ. ๒๔๖๑ โดยมหาอำมาตย์ ตรีพระยาศรีสุรยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้ชักชวนราษฎร ในหมู่บ้านหมากแข้งถากถางบ่าสร้างวัดขึ้นมา สร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญสำหรับเป็นที่บำเพ็ญบุ ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดใหม่ ครั้นลงมือสร้างอยู่ประมาณ ๑ ปี จึงได้นิมนต์พระครูธรรมวินยานุยุต (หมู) มาเป็นเจ้าอาวาส และพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตย์มหาสีมาราม กรุงเทพฯ ได้ทรงประทานนามว่า "วัดโพธิสมภรณ์" ให้ เป็นอนุสรณ์ แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) ผู้สร้างวัดนี้ ครั้น พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงเริ่มสร้างอุโบสถไม้อาศัยทำสังฆกรรม และเจ้าอาวาสวัด ได้ทำการเสริมสร้างพระอุโบสถจน เสร็จ วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๒ เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เนื้อที่กว้าง เส้น ยาว ๓ เส้น และได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๗
การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้เริ่มดั้งเดิมตั้งแต่สมัยพระธรรมเดียม (ชุม พนุรุโล) เป็นเจ้าอาวาส จนถึงปัจจุบันนี้
ทรัพย์สิน วัดโพธิสมภรณ์มีเนื้อที่ตั้งวัดทั้งสิ้น 5 ไร่ งาน ๔๗๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๔๕๕ และมีที่ธรณีสงบ แปลง ที่ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีในเนื้อที่ ๑ ไร่ งาน ๑๒ ๕๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๒ ส่วนถาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุ พอสรุปได้ดังนี้ พระอุโบสถ เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร พ.ศ. ๒๔๕๐ ก่ออิฐถือปูน ทรงมนิลไม่มีช่อฟ้าใบระกา สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ ในสมัยพระมหาจุม พนธุโล เป็น เจ้าอาวาส กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๗ เมตร ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปองค์ ทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีสัตนาคนหุตหน้าตักกว้าง ๑๕๕ เมตร สูง ๓๐ เมตร มีนามว่า "พระพุทธรัศมี" และมีพระพุทธรูปศิลาแลงยืนปางประทานพร สมัยลพบุรี สูง ๖๕ ซม. กว้าง ๒๕ ซม. ประดิษฐานอยู่ที่ซุ้มฝาผนังพระอุโบสถด้านหลัง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๒ และยังมีพระ บรมธาตุบรรจุไว้ในพระเกศพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ และหน้าบันอุโบสถ ศาลาการเปรียญสร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ สมัยพระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) นอกจากนี้ ก็มีอุโบสถก่ออิฐถือปูน กุฏิไม้ รอยพระพุทธบาทจำลองศิลาแลง ต้นพระศรี มหาโพธิ์ที่รัฐบาลสมัย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญมาปลูก ไว้ เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง
โรงเรียนภาษาไทย ๑ หลัง
เป็นตึก ชั้น ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องดินเผา กว้าง ๒๒.๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร สร้างในสมัย พระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) ปัจจุบัน (พ.ศ. ๕๒๔) มีนักเรียนบาลี ๘๖ รูป และ นักเรียนธรรม ๗๓ รูป และสมัยพระเทพเมธาจารย์ (จันทร์ศรี จนุททีโป) ในพ.ศ. ๒๕๐๖ ได้ตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัยวัดบวรนิเวศ วิหาร กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความอุปการะ
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระเทพเมธาจารย์ (จันทร์ศรี จนุททีโป) และพอจะลำดับเจ้าอาวาส จรองวัดนี้ตั้งแต่เริ่มตั้งวัดจนปัจจุบันได้ดังนี้ ๑. พระครูธรรมวินยานุขุต (หมู) พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๔๖๕ ๒. พระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๕๐๕ ๓. พระเทพเมธาจารย์ (จันทร์ศรี จนุททีโป) พ.ศ. ๒๕๐๖ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนพระภิกษุจำพรรษา ๔๖ รูป สามเณรจำนวน ๑๒๖ รูป และชาวบ้าน ๓ คน