วัดมัชฌิมาวาส

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดมัชฌิมาวาส เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๔ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนโพนพิไสย ตลาดบ้านห้วย ทิศใต้ติดต่อถนนวัฒนา สถานีกาสาดที่ ๕ อนามัยจังหวัดและที่ทำการเทศบาลเมืองอุดรธานี ทิศตะวันออกติดต่อถนน หมากแข้งและถนนอุดรดุษฎี ทิศตะวันตกติดต่อถนนพานพร้าว วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ศาล สถิตยุติธรรม ศาลแขวง และศาลากลางจังหวัดอุดรธานี

ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป เป็นที่ราบมีเนินอยู่ตรงกลาง ชาวบ้านเรียกว่า โนนหมากแข้ง และพื้นลาดเอียงลงทางทิศตะวันออก

ความเป็นมา

วัดมัชฌิมาวาส ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดเก่า เป็นวัดร้างมาก่อน และชื่อเดิมว่า วัดอะไร ไม่อาจจะทราบได้ มีหลักฐานว่าเป็นวัดร้างคือมีเจดีย์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่เนินใกล้ลำห้วยหมากแข้งและ มีพระพุทธรูปหินขาวปางนาลปรก ซึ่งประชาชนได้สร้างวิหารเล็ก ๆ เป็นที่ประดิษฐาน ครั้นใน สมัยรัชกาลที่ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นที่วัดร้าง โนนหมากแข้ง และได้ทรงตั้งชื่อว่า "วัดมัชฌิมาวาส" นายช่างที่ควบคุมการก่อสร้างในสมัยนั้น คือหลวงวุฒิวัฒกีกรรม (เชย ไชยสิทธิ์) และพระองค์ได้อาราธนาท่านพระกรูธรรมวินยานยุตตี (เพื่อย) ให้เป็นเจ้าอาวาส และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พระบรมราชโองการลงวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓ ในเนื้อที่กว้าง ๑ วา ยาว ๒๑ วา และได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๘๒ ต่อมาพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ข้าหลวงรองเป็นเทศ- ภิบาลมณฑลฝ่ายเหนือ วัดมัชฌิมาวาสก็ได้รับการทะนุบำรุงให้เจริญขึ้นตามลำดับ จนบัดนี้

ทรัพย์สิน

ที่ตั้งวัดมีทั้งสิ้น ๑๕ ไร่ ๑๒.๓ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๑๑ และที่ธรณีสงฆ์ของวัดมี ๒ แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี แปลงแรกมีเนื้อที่ ๒ งาน ๔.๓ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๕ แปลงที่ ๒ มีเนื้อที่ ๒ งาน ๗.๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๖

ส่วนถาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุที่สำคัญ ๆ ของวัดพอสรุปได้ดังนี้

พระอุโบสถ หลังเดิมสร้างด้วยไม้ ได้ถูกรื้อออก แล้วสร้างใหม่โดย พระเทพวิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ของวัดนี้ เป็นประธานก่อสร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๘๕ ก่ออิฐถือปูน กว้าง 6 เมตร ยาว ๒๘ เมตร พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย คอนกรีตแกนเหล็ก ลงรักบีด ทองสร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๔๘๖ มีนามว่า "พระพุทธนรศรีมหามุนี" และที่มุขอุโบสถด้านหน้าเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้มีอยู่ก่อนก่อสร้างวัดมัชฌิมาวาสแล้ว ประชาชนนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปเมืองอุดร เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ทางวัดได้ถือเอาพระพุทธรูป นาคปรกเป็นสัญลักษณ์ของวัดด้วย

วิหารพระเทพวิสุทธาจารย์ เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนและเจดีย์บรรจุอัฐิ พระเทพ วิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร โดยพระราชพุทธิมุนี เจ้าอาวาสรูปที่ ๖ เป็นประธานการก่อสร้าง

ศาลาการเปรียญ พระราชปริยตีเมรี เจ้าอาวาสรูปที่ < เป็นประธานก่อสร้าง สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑ ตั้งชื่อว่า "ศาลาบุญสิงห์" เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทย ประยุกต์ ๒ ชั้น กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปทองขัดปางมารวิชัย สร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ นามว่า "พระพุทธาวศิษฐ์" หน้าตักกว้าง ๐.๕๕ เมตร

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ด้านการศึกษา วัดนี้มีโรงเรียนปริยาบัติธรรม โดยพระเทพวิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ชักชวนอุบาสกอุบาสิกา สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๔ ทรงไทย ชั้น ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มี นักเรียนบาลีจำนวน ๕๕ รูป และนักเรียนธรรมจำนวน ๖๘ รูป

นอกจากนี้ ก็ยังมีหอสมุดพระเทพวิสุทธาจารย์ ทรงไทย ๒ ชั้น เป็นหอสมุดเพื่อบริการ ทางด้านการศึกษาหาความรู้แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระราชปริยติเมธี (บุ่น) และพอจะลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรก จนถึงปัจจุบันได้ ดังนี้ ๑. พระครูธรรมวินยานยุตต์ (เพื่อย) พ.ศ. ๒๔๓๖ - ๔๔๒ ๒. พระครูธรรมวินยานุยุตต์ (หนู) พ.ศ ๒๔๔๒-๔๕๐ ๓. พระเทพวิสุทธาจารย์ (บุญ) พ.ศ. ๒๔๕๑-๒๕๑๓ ๔. พระราชพุทธิมุนี (สิงห์) พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๖ ๕. พระราชปริยติเมธี (ปุ่น) พ.ศ. ๒๕๑๘ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนพระภิกษุจำพรรษา ๘ รูป และสามเณรจำนวน ๘๐ รูป