วัดเขาแก้ว
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดเขาแก้ว เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑ ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับที่นาเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับที่นาเอกชน ทิศตะวันออก ติดต่อกับที่นาเอกชน ทิศตะวันตกติดต่อกับที่นาเอกชน
ลักษณะโดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัด วัดเขาแก้วตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆ ซึ่งมีลักษณะรูปทรงกลม เป็นดินปนหินสูงจากพื้นดินประมาณ ๑๕ เมตร ห่างจากแม่น้ำป่าสักประมาณ ๑๒๐ เมตร มีพื้นที่ราบบนภูเขาอันเป็นที่ตั้งของวัด ๒ ไร่ งาน๗๕ ตารางวา เนื้อที่โดยรอบเชิงเขา ๒๕ ไร่ ๒ งาน ๘๒ ตารางวา ตามไหล่เขามีต้นสักขึ้นอยู่โดยรอบทั่วไป พื้นที่รอบภูเขาเป็นที่นา
ความเป็นมา
วัดเขาแก้ว เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๑ สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ กรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์เสด็จนมัสการพระพุทธบาท และจะเสด็จนมัสการพระพุทธฉาย ทรงแวะไพร่พลขบวนราบ ที่พลับพลาท่าหินลาดหน้าวัดเขาแก้ว ได้ทอดพระเนตร ทรงเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะ ตั้งอยู่บนภูเขาเล็ก ๆ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามเป็นที่สงบ เหมาะสำหรับการบำเพ็ญสมณธรรม พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์ จึงทรงรับสั่งให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นแม่กองควบคุมการก่อสร้าง เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้จัดการให้พนักงานนำเครื่องบนและสิ่งก่อสร้างจากกรุงเทพฯ มาบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ปรับปรุงขยายให้ใหญ่กว่าของเดิม ก่อกำแพงรอบพระอุโบสถขึ้นใหม่ สร้างกุฎิไว้ด้านทิศเหนือของพระเจดีย์ บูรณะองค์พระเจดีย์ให้มั่นคง และทรงสถาปนาวัดเขาแก้วขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่าวัดคีรีวัฒนาราม
พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเห็นว่าชื่อวัดคีรีวัฒนาราม เป็นคำมคช ทรงให้เรียกเป็นคำไทยว่า วัดเขาแก้วตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
พ.ศ. ๒๕๐๘ กรมการศาสนา ได้รับเข้าเป็นวัดในโครงการวัดพัฒนาตัวอย่าง
ทรัพย์สิน
พระอุโบสถ ทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อน ชั้นมุขลด ชั้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นมุขโถงฟื้นปูอิฐหน้าวัว พื้นในพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อน เครื่องบนเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องติดช่อฟ้าดินเผา บริเวณพัทธสีมากว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๓ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ กว้าง ๑๘.๕๐ เมตร ยาว เมตร
พระเจดีย์ รูปทรงไทย < ยอด ชนิดมีเรื่อนทาสแบบข้อมุมไม้สิบสองตั้งบนฐานทักษิณ • ชั้น ประกอบด้วยมุขจระนำ ๔ ด้าน ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ด้านทิศเหนือประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง ด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ด้านทิศใต้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา องค์ระฆังกลมประกอบด้วยบัวกลุ่ม ปลียอดพระเจดีย์ สูง ๓๔ เมตร กว้างโดยรอบ ๓๔ เมตร ภายในบรรจุพระบรมสาริริกธาตุและพระธาตุสาวก
พระปรางค์ รูปลักษณะ ๕ ยอด มี ๓ มุข มุขกลางด้านทิศใต้ ประดิษฐานรอย พระพุทธบาทจำลอง ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลไลย ด้านทิศตะวันตก ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร
ศาลาการเปรียญ ๒ หลัง หลังเดิมเป็นศาลาโถงก่ออิฐถือปูน เครื่องบนเป็นไม้หลังคา มุงกระเบื้อง หลังใหม่ศาลาทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็ก ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้อง สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๐๘
บันไดนาค ด้านทิศใต้เป็นบันไดรูปตัวนาค สร้าง พ.ศ. ๒๔๗๑ หล่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวบันไดประดับด้วยกระเบื้องถ้วยชามหลากสี
ท่าหินลาด เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ ทางการจะต้องนำ น้ำจากท่าหินลาดไปเข้าร่วมเป็นน้ำสรงในพิธีราชาภิเษกด้วย
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดเขาแก้วมีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง มีนักเรียนปริยัติธรรมจำนวน ๐ รูป
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสรีรัตนาภิบาล (เชียร ญาณอุตฺโม) งบัจจุบันมีดังนี้ ๑. พระครูศรีวิสุทธิญาณมุนี
พ.ศ. ๒๒๔๑๐--๒๔๓๕ ๒. พระภิกษุมา (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๓๘ ๓. พระภิกษุพุฒ (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๓๙-๒๔๔๓ ๔. พระอาจารย์ดอก
พ.ศ. ๒๔๔๓—-๒๔๕๒ ๕. พระอาจารย์แก้ว
พ.ศ. ๒๔๕๒--๒๔๖๓ ๖. พระอาจารย์เหมืย
พ.ศ. ๒๔๖๓-๒๔๖๕ ๗. พระภิกบุชม (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๖๗ ๘. พระภิกษุตา (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๔๖๙ ๙. พระภิกษุอุ่น (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๗๑ ๑๐. พระภิกษุหรั่ง (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๓ ๑๑. พระมหาบุญมา (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๗๓-๒๔๗๔ ๑๒. พระภิกยุดิบ (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๔๗๖ ๑๓. พระครูธรรมสาธก
พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๘๖ ๑๔. พระภิกษุบุญมี (รักษาการ)
พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๔๙๘ ๑๕. พระครูศรีรัตนาภิบาล
พ.ศ. ๒๔๘ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา ๑๕ รูป สามเณร ๕ รูป