วัดศาลาปูน

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดศาลาปูน เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๓๘ หมู่ที่ ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อคลองมหานาค ทิศใต้ติดต่อคลองเมือง ทิศตะวันออกติดต่อ ที่ดินของราษฎร ทิศตะวันตกติดต่อเขตวัดพรหมนิวาสวรวิหาร ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป เป็นที่ราบลุ่มล้อมรอบด้วยคลองทั้ง ๔ ด้าน ปัจจุบันเหลือเพียง สองด้าน คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก น้ำจะท่วมบริเวณวัดในฤดูฝน

ความเป็นมา วัดศาลาปูน เป็นวัดโบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้าง พ.ศ. ใด ใครสร้างไม่ปรากฏ หลักฐาน เดิมเป็นวัดราษฎร์ขนาดเล็ก ครั้นข้าศึกยกกองทัพมาตี ผู้คนพากันอพยพหนี วัดจึงร้าง ไป จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑

ได้มีผู้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๕ ในรัชกาลที่ ๒ เรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดโลกยสุทธาวาสพระอารามหลวง" เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๕ ในรัชกาลที่ ๓ เรียกว่า "วัดโลกยสุทธาวาสวรวิหาร" และทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอาราม ตลอดจนพระอุโบสถ พระเจดีย์ เสนาสนะทั้งปวงก็ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยทั่วถึงกัน ครั้นรัชกาล ที่ ๔ พ.ศ. ๒๓๕๔

ได้เรียกวัดนี้ใหม่ว่า "วัดโลกยสุธามหาวรวิหาร" ต่อมารัชกาลที่ พ.ศ. ๒๔๒๒ เปลี่ยนเป็นชื่อ "วัดโลกยสุธาศาลาปูน" พร้อมกับทรงบูรณะปฏิสังขรณ์และสร้าง กุฎิฉันอีก พอในรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๓๕ ก็เรียกว่า "วัดโลกสุธาศาลาปูน" จนครั้งสุดท้าย จึงเรียกวัดนี้ว่า "วัดศาลาปูน" ในรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๔๕ จนถึงปัจจุบันนี้

ทรัพย์สิน เนื้อที่วัด ๒ ไร่ และยังมีทรัพย์สินและปูชนียวัตถุของวัดดังนี้คือ พระอุโบสถ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเริ่มการบูรณะตั้งแต่รัชกาลที่ เป็นต้นมา เอิญถือปูน ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยเป็น ศิลปกรรมแบบสุโขทัย มีพระอัครสาวกยืนประนมหัตถ์อยู่ทางขวาและซ้าย และยังมีพระพุทธรูปขึ้น ทางประทานพรหล่อด้วยโลหะสมัยทวาราวดีศรีอยุธยา ประดิษฐานอยู่หน้าพระประธาน ๑ องค์ พระธรรมราชานุวัตร (อาจ)

อัญเชิญมาจากวัดขรัว (ร้าง) นอกจากนั้นก็มีพระพุทธรูป ว่าง ๆ ประดิษฐานอยู่บนชุกชี ๕ องค์ พระเจดีย์ ทรงลังกาขนาดใหญ่ยอดหักชำรุดอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ๑ องค์ และยังมี เจดีย์ที่บรรจุอัฐิ พระธรรมราชา (คุ้ม) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๒ และบรรจุอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ x ซึ่งเจดีย์ที่บรรจุอัฐิทั้ง ๒ องค์นี้อยู่นอกกำแพงแก้ว พระปรางค์ อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ ๒ องค์ ต้นโพธิ์ลังกา เป็นต้นโพธ์ที่รัชกาลที่ ได้พระราชทานมาปลูกไว้ หอสหธรรม "ธรรมราชานุสรณ์" สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๐ ใช้เป็นที่อยู่ของเจ้าอาวาส นอกจากนี้ก็มีรูปหล่อพระมหาเถระ (หลวงพ่อแขนลาย) รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) หอไตร ศาลาการเปรียญ เป็นต้น วัดศาลาปูนนี้ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำหรับชาติไว้ตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ แห่ง มินักธรรมจำนวน ๓๕ รูป

การบริหารและการปกครอง

ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระครูพิศิษฐ์จันทรคุณ (สวัสดิ์) และพอจะลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงปัจจุบันได้ดังนี้

๑. พระธรรมราชา (อู่)

๒. พระธรรมราชา (คุ้ม) พ.ศ. ๒๓๕๓-๒๓๘๗

๓. พระธรรมราชา (เรื่อง) พ.ศ. ๒๓๘ ถึงปีใดไม่ปรากฏ

๔. พระธรรมราชา (อิน) พ.ศ. ๒๓๘๔-๒๓๕๔

๕. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) พ.ศ. ๒๓๙-๒๔๒๗

๖. พระธรรมราชานุวัตร (อาจ) พ.ศ. ๒๔๒๘-๒๔๖๓

๗. พระครูจันทรรัศมิ (อยู่) พ.ศ. ๒๕๕๓-๔๕๒

๘. พระสุนทรธรรมโกศล (เกตุ) พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๕๑๑

๙. พระญาณไตรโลก (ไวทย์) พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๒๓

๑๐. พระครูพิศิษฐ์จันทรคุณ (สวัสดิ์) พ.ศ. ๒๕๒๓ ถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน (พ.ศ. ๕๒๖๖) มีจำนวนพระภิกษุ ๑๕ รูป และสามเณรจำนวน รูป