วัดพนัญเชิง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดพนัญเชิง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้ติดต่อกับคันคลองกับวัดมณฑป (วัดร้าง) ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ของนายเซียน มีเสาหินปักไว้เป็นเขต ทิศตะวันตกติดต่อกับวัดรอ (วัดร้าง) ลักษณะโดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัด เป็นพื้นที่อยู่ริมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่ง ตะวันออกตรงบริเวณแม่น้ำ ๒ สายมาบรรจบกันมีลักษณะยาวไปตามลำแม่น้ำ

ความเป็นมา วัดพนัญเชิงเป็นวัดโบราณสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ในพระราชพงศาวดารเหนือ กล่าวไว้ว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงสร้างขึ้นในที่ที่พระราชทานเพลิงนางสร้อยดอกหมากพระอัครมเหสี ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามให้นามว่า "วัดเจ้าพระนางเชิง"

เมื่อจุลศักราช ๔๐๖ ปีมะโรง ฉอศก ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เรียกกันว่าวัดพนัญเชิงบ้าง วัดพระเจ้าพนัญเชิง บ้าง แต่โดยมากเรียกย่อว่า "วัดพนัญเชิง" ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ ได้มีพระราชกฤษฎีกาไว้ว่า "วัดพนัญเชิง" วัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์จากกษัตริย์ราชวงศ์จักรีต่อ ๆ มา ใน พ.ศ.๒๓๓๙ รัชกาลที่ ๔ เสด็จบิณฑบาตทองพระพุทธเจ้าพนัญเชิงที่วัดนี้แลทรงถวายพระนามว่า "พระพุทธไตรัตนนายก" เสด็จมาติดพระเนตรถมปิดอีกครั้ง ในครั้งนั้นได้โปรดให้พระยาโชฎีกราชเศรษฐ์จัดตั้งเครื่องสังเวย ตามแบบธรรมเนียมจุ่น ในสมัยต่อมาเจ้าอาวาสของแต่ละยุคได้สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์ปูชนีย วัตถุและถาวรวัตถุตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ทรัพย์สิน

เนื้อที่ตั้งวัดมีจำนวน ๘๒ ไร่ ๓ งาน ๓๐ ตารางวา

โฉนดเลขที่ ๕๑๔๖ และยังมีที่ธรณี สงฆ์อีก 6 แปลง คือ

ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แปลง รวมเนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา โฉนดที่ ๙๘๖, ๐๘๗, ๘๐๒ และ ๑๐๙๗๘

ที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แปลง รวม

  • จ่ เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๒ งาน โฉนดที่ ๖๗ และ ๔๓๑๔

ถาวรวัตถุและปูชนียวัตถุของวัดมีดังนี้ คือ

พระอุโบสถ พระยาชาวรามัญเป็นผู้สร้างมีขนาดยาว ๑๘ วา กว้าง ๔ วา ๖ นิ้ว มีหน้ามุขเป็นมุขลด ประตูด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูป

พระวิหารหรือที่เรียกกันว่า พระวิหารเขียน เพราะว่ามีภาพเขียนอยู่ข้างใน สร้างโดย บุตรเขยพระยาชาวรามัญสร้างพร้อมพระอุโบสถ มีขนาดยาว ๘ วา ๑๘ นิ้ว กว้าง ๔ วา ๒ ศอก • คืบ ๖ นิ้ว มีหน้ามุขเป็นมุขลด จิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องมารผจญ มีภาพพลมาร, มารผจญ, มารหนี้ และลายกระถางต้นไม้ต่าง ๆ

กุฎิใหญ่ ๕ ห้อง พระครูมงคลเทพ (บิน) เจ้าอาวาสเป็นผู้สร้างเดิมเป็นตำหนักของเจ้า นายในพระนคร นอกจากนั้นมีกุฎิพระอาจารย์เย็นสร้างโดยพระยาชัยวิชิต (นาค ณ บ๊อมเพ็ชร์) และพระยาวิเศษชัยชาญ (อ่อน ณ บ้อมเพ็ชร์)

หอไตร, ธรรมมาสน์บุบบก และศาลาโถง สร้างโดยพระครูมงคลเทพ (ปื่น) เจ้าอาวาส

หอสวดมนต์ทรงบั้นหยา สร้างโดยนายเป้า กับนายเซ็นผู้บุตร

พระวิหารใหญ่ประดิษฐานพระพุทธไตรรัตนนายก ซึ่งสร้างเมื่อ ปีชวด พ.ศ. ๑๖ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒ วา ๑๐ นิ้ว ภายในตามฝาผนังพระวิหารทำเป็น ช่อง ๆ บรรจุพระพุทธรูป สมุทร ๔ พันองค์ เป็นพระขนาดเล็ก ชาวบ้านเรียกกันว่า พระงั่ง พระพุทธ ไตรรัตนนายกได้รับการปฏิสังขรณ์เมื่อ พ.ศ. ๔๗ เนื่องจากไฟไหม้ผ้าห่มพระไตรรัตนนายก ในพ.ศ. ๒๔๔๔ ทำให้ชำรุดหลายแห่ง และซ่อมแซมเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ มีการทำอุณาโลม เปลี่ยนใหม่ ยกขึ้นติดเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๔๗๒

พระพุทธรูปในพระอุโบสถมี ๓ องค์ คือ พระพุทธรูปทองสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย หน้า ตักกว้าง ๓ ศอก ๓ นิ้ว พระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยา หน้าตักกว้าง < ศอก และพระพุทธรูป นาคสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ๑๓ นิ้ว หอประชุมสงฆ์ สร้างสมัยพระราชสุวรรณโสภณเป็นเจ้าอาวาสใน พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๒๒

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง นักเรียนปริยัติธรรมบาลี ๔๐ รูป นักธรรม ๖๐ รูป

การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระญาณไตรโลก (ไวทย์ มุตุตกาโม) ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่ อดีตถึงปัจจุบัน ดังนี้ คือ ๑. พระครูเทพมงคล (บิ้น) ๒. พระครูจันทรรังษ์ (เอี่ยม) ๓. พระครูจันทรรังษ์ (สะอาด) ๔. พระครูจันทรรัศมี (แสง) ๕. พระครูจันทรรัศมิ (สอน) ๖. พระญาณไตรโลก (ฉาย) ๗. พระเทพวงศาจารย์ (แกร สุมโน) ๘. พระราชสุวรรณโสภณ ๙. พระอดุลธรรมเวที รักษาการ ๑๐. พระญาณไตรโลก (ไวทย์ มุตุตกาโม) พ.ศ. ๒๕๒๒ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีพระภิกษุ ๕๐ รูป และสามเณร ๒๖ รูป