วัดตานีนรสโมสร
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดตานีนรสโมสร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 6 ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อคูน้ำซึ่งกั้นระหว่างกำแพงวัดกับห้องแถวร้านค้าของประชาชน ทิศใต้ติดต่อลำรางกั้นระหว่างกำแพงวัดกับกองเมืองและกองกำกับการตำรวจภูธร ทิศตะวันออก ติดต่อลำรางกั้นระหว่างกำแพงวัดกับบ้านพักตำรวจ
ทิศตะวันตกติดต่อแม่น้ำตานีและถนน ปัตตานีภิรมย์ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปที่ตั้งวัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าสู่แม่น้ำปัตตานี เมื่อบ้านเมือง เจริญขึ้น ทางราชการตัดถนนผ่านเนื้อที่ของวัดตอนริมแม่น้ำวัดจึงแยกที่ดินออกเป็น ๒ ตอนคือ ตอนริมแม่น้ำซึ่งทางวัดจัดทำเป็นที่ธรณีสงฆ์ปลูกห้องแถวให้เช่า และอีกตอนก็เป็นบริเวณที่ตั้งวัด ในปัจจุบัน
ความเป็นมา วัดนี้ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดบางน้ำจืด หรือวัดกลาง สร้างในสมัยรัชกาลที่๔ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๕ โดยสีตวันกรมการเมืองปัตตานี ได้สร้างวัดนี้ขึ้น ฝั่งขวาของแม่น้ำตานี ห่างจากปากน้ำประมาณ ๒ ก.ม. การก่อสร้างยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ทั้งพระสงฆ์อยู่ประจำก็ไม่ เป็นหลักฐานแน่นอน จนถึง พ.ศ. ๒๔๓๐ ทางการคณะสงฆ์ได้แต่งตั้ง พระครูธรรมโมลี วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลากับคณะเดินทางมาจัดการปกครอง ซึ่งขณะนั้นเจ้าอธิการสุข วัดบาง น้ำจืดเป็นผู้ครองวัดอยู่จน พ.ศ. ๒๔๓๑ รัชกาลที่ ๔ เสด็จประพาสแหลมมลายู ทรงเห็น วัดนี้ทรุดโทรมมาก จึงทรงสละพระราชทรัพย์บูรณะปฏิสังขรณ์ตลอดจนทรงพระราชทานสมณศักดิ์
แก่บรรดาเจ้าคณะในหัวเมืองบริเวณนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันระหว่างฝ่ายพุทธจักร และอาณาจักร และวัดนี้ได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
ทรัพย์สิน
วัดตานีนรสโมสรตั้งอยู่ในเนื้อที่ ไร่ ๑ งาน ๓๘ ตารางวา ๑ ศอกเศษ โฉนด เลขที่ ๒๔๕๑
ที่ธรณีสงฆ์มีอยู่ ๑ แปลงอยู่ที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในเนื้อที่ • ไร่ ๑ งาน ๕๓ ตารางวา ๑ ศอกเศษ โฉนดเลขที่ ๕
ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้
พระอุโบสถ สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๐ พระเทพญาณโมลี เจ้าอาวาสกับหลวง รัตนมนตรี มรรคทายก ทายกทายิกเป็นผู้สร้าง ยาว ๑๗ เมตร กว้าง ๖ เมตร รูปทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็กโบกปูนหน้าบันมีตราพระเกี๊ยวกระหนกล้อมรอบ หน้าโบสถ์มีซุ้มประดิษฐาน พระพุทธรูป ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย หน้าตัก กว้าง ๑ เมตร มีพระพุทธรูเย็นปางห้ามญาติ เป็นพระสมัยอยุธยาหรือละโว้ ซิ่งกรมหลวง ลพบุรีราเมศร์นำมาถวายวัดนี้ และพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร เป็นพระสมัยอมราวดีซึ่งเป็นของ รัชกาลที่ ประดิษฐานอยู่ข้าง ๆ พระประธานในพระอุโบสถ
ศาลาการเปรียญ พระเทพญาณโมลีสร้างด้วยทุนของวัด สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ฉาบปูน หน้าบันมีตราพระเกี๊ยวล้อมรอบเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ยาว ๓๖ เมตร กว้าง ๑๒ เมตร
นอกจากนี้ก็มี หอระบัง ซึ่งพระเทพญาณโมลีร่วมกับขุนชำรงพันธุ์ภักดีสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ กุฎิถาวร ๗ หลัง เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
พระเทพญาณโมลีเห็นความสำคัญทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก จึงได้นำเงินที่ประชาชน บริจาคเพื่อบำรุงวัดมาสร้างโรงเรียนภาษาไทยขึ้น ๑ หลัง ทรงไทยสามมุข กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๖๐ เมตร มีทั้งหมด ๑๒ ห้องเรียน สำหรับเป็นที่ศึกษาแสวงหาความรู้แก่เยาวชนของไทย
และยังสร้างโรงเรียนนักธรรมบาลี ซึ่งสร้างด้วยทุนของวัดเช่นกัน ทรงปั้นหยา ยาว ๒ เมตร กว้าง ๑๐ เมตร คอนกรีตเสริมเหล็ก ดังนั้นในขณะนี้วัดนี้จึงมีโรงเรียนปริยัติธรรมจำนวน ๑ แห่ง มีนักเรียนปริยัติธรรมจำนวน ๒๐ รูป
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระเทพญาณโมลี ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรกจนปัจจุบันได้ดังนี้ ๑. พระครูพิพัฒน์สมณกิจ (สุข) พ.ศ. ๔๓๐-๒๔๔๖ ๒. พระครูพิพัฒน์สมณกิจ (เมิน) พ.ศ. ๒๔๔๗-๒๔๕๓ ๓. พระครูพิพัฒน์สมณกิจ (บุญ) พ.ศ. ๒๔๕๙-๒๔๖๐ ๔. พระครูสโมสรสิทธิการ (แก้ว) พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๗๖ ๕. พระเทพญาณโมลี (เกต) พ.ศ. ๒๔๗๐ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษา ๒๐ รูป สามเณร ๖ รูป