วัดคูหาสวรรค์

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดคูหาสวรรค์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๑ ถนนคูหาสวรรค์ ตำบลดูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อภูเขาและที่ดินเอกชน ทิศใต้ติดต่อถนนดูหาสวรรค์และถนน ช่วยทุกข์ราษฎร์ ทิศตะวันออกติดต่อที่ดินของเอกชน และถนนคูหาสวรรค์ ทิศตะวันตก ติดต่อที่ดินของขุนพลแพทย์ (ที่ลุ่มพระบาท) ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปที่ตั้งวัดอยู่ในหุบเขาเพราะมีภูเขาล้อมรอบเกือบทุกด้าน แบ่งเป็น ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นที่ตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม กุฏิสงฆ์ ชั้นที่ ๒ จัดเป็นเขตพุทธาวาส และชั้นที่ ๓ เป็นที่ตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และกุฏิสงฆ์

ความเป็นมา เนื่องจากวัดดูหาสวรรค์ เป็นวัดที่สร้างมานาน ในราว พ.ศ. ๒๑๑๒-๒๑๓๓

ในสมัย สมเด็จพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงไม่มีหลักฐานว่าใครสร้าง มีแต่ตำนานว่าตาสาม ใบและยายเพชร เป็นหมอสะดำหมอเฆ่า นายกองข้างอยู่ที่ตำบลประทำ นำเด็ก ๒ คนมาเลี้ยง เป็นบุญธรรม ครั้นตายายทั้งสองตายแล้วบุตรบุญธรรมทั้งสองก็เอาอัฐิของท่านทั้งสองไปฝังไว้ ในถ้ำคูหาสวรรค์ การบูรณะปฏิสังขรณ์ ครั้งแรก ราว พ.ศ. ๒๕๕ ในสมัยพระเอกาทศรถ แห่งกรุง- ศรีอยุธยาพร้อมข้าราชบริภารได้จัดการปฏิสังขรณ์สร้างพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เจดีย์ ซึ่งพอสามารถ สันนิษฐานได้ว่าคงมีพระสงฆ์จำพรรษาตั้งแต่นั้นมา ครั้งที่ ๒ ราว พ.ศ. ๒๔๓๖ ในรัชกาลที่ ๕ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงนมัสการพระพุทธรูปในถ้ำนี้เป็นที่พอพระราชหฤทัย

ซึ่งทำให้ทรงมีพระราชศรัทธาทรงบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ทรุดโทรม และรัชกาลต่อ มาก็ได้ทำการบูรณะสืบเนื่องกันต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

และได้รับการยกฐานะเป็นพระอาราม หลวงตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

ทรัพย์สิน จำนวนเนื้อที่ตั้งวัดทั้งหมด ๒ ไร่ ๑ งาน ๒๕๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๙๔๐ ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด ๗ แปลง อยู่ที่ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีเนื้อ ที่ทั้งหมด ๓๕ ไร่ ด งาน ๔๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๕๕๘, ๓๕๕๗, ๓๕๕, ๕๗๐, ๓๕๒๑, ๓๕๖๒ และ ๓๒๔๕ ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้ พระอุโบสถ สร้างขึ้น พ.ศ. ๒๕๖ แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๕๒๑ กว้าง 10.00 เมตร ยาว ๒.๐๐ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธ รูปปางมารวิชัยลงรักบีดทอง สมัยอยุธยาตอนต้น หน้าตักกว้าง ๓๐ เมตร สูง ๑.๕ เมตร ด้านข้าง ๒ ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามแก่นจันทร์ ๑ องค์ และพระพุทธรูปปางห้าม ญาติ ๑ องค์ อยู่บนแท่นเดียวกัน โดยทั้งสององค์นี้ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๑ ถวายแก่วัดดูหาสวรรค์ ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๕๐๙ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๖ เมตร

คอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย

พระประธานประจำศาลาการเปรียญเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักบีดทอง สมัยสุโขทัยตอนปลาย หน้าตักกว้าง ๑ เมตร สูง ๑ เมตร พระพุทธรูปปั้น หน้าตักขนาด ๑ เมตร จำนวน ๓๒ รูป ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระ พระพุทธไสยาสน์ ไม่ปรากฏว่าสร้างสมัยใด ยาวตั้งแต่พระรัศมี พระบาท ๑๒ เมตร เป็นพระพุทธรูปปั้น ปางปรินิพาน ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระ นอกจากนี้ก็มี เจดีย์, พระพุทธบาทจำลอง, หอระฆัง, กุฏิสงฆ์ เป็นต้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดมีการเปิดอบรมนักเรียนเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนของชาติโดย อยู่ในรูปของโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยอุบาสิกาจู่ขิม ไสยวรรณ และคุณจงกล ไสยวรรณ ผู้เป็นบุตรีได้บริจาคทรัพย์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ แบบทรงไทย คอนกรีตเสริม เหล็ก ๒ ชั้น กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๑ เมตร และทางวัดยังได้ส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุ ทั้งธรรมและบาลี โดยสร้างโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง

คอนกรีตเสริมเหล็กเช่นกัน กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียน ธรรมจำนวน ๔๐ รูป และนักเรียนบาลีจำนวน ๕ รูป

การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระเทพริษดีมุนี (เพียว อุตตโม ฤทธิเดช) ลำดับเจ้าอาวาส เท่าที่ปรากฏหลักฐานมี ดังนี้ ๑. พระครูกาแก้ว ๒. พระครูพรหมโมลี ๓. พระแดง ๔. พระขวัญ ๕. พระครูจรูกรณีย์ (ตุด เกสโร) พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๘๗ ๖. พระครูไพโรจน์หิริรักษ์ (ทิม อินุทโชโต) พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๕๑ ๗. พระเทพปรียติมุน (เพียร อุตตโม ฤทธิเดช) พ.ศ. ๒๕๒๐ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๔๕ รูป สามเณรจำนวน ๓๕ รูป