การศึกษาคุณสมบัติของเรซินอิพอกซีแบบยืดหยุ่นและซิลิกอนไดออกไซด์จากระบวนการรีไซเคิลแผ่นวงจรพิมพ์เพื่อพัฒนาวัสดุยืดหยุ่นที่มีความสามารถในการโฟโตแคตะไลติก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชวิศ รัตนเพียรชัย, น้ำเพชร มีอิสสระ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชิตพงษ์ เหนือเกาะหวาย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แผงวงจรพมิ พ์ประกอบไปด้วยสว่ นทเี่ ปน็ อโลหะมากถงึ ร้อยละ6 5.52ข องนา้ํ หนกั แผงวงจรพมิ พโ์ ดยส่วนอโลหะเหล่านี้มักทำมาจากเรซินอีพ็อกซีและซิลิกอนไดออกไซด์ ทำให้นำมารีไซเคิลได้ยาก ดังนั้นโครงงานนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการสกัดเรซินอีพ็อกซีของตัวทำละลายโพลีเอทิลีน

ไกลคอล 400 และกลีเซอรอลโดยก้าหนดชุดการทดลองเป็นโพลิเอทิลีน ไกลคอล 400 ปริมาณ 100มิลลิลิตรต่อแผ่นวงจรพิมพ์ 25 กรัม และโซเดียมไฮดรอกไซด์ 2 กรัม (ก้าหนดรหัสเป็น PP25N10) ชุดการทดลองของกลีเซอรอล 100 มิลลิลิตรและโซเดียมไฮดรอกไซด์ต่อแผ่นวงจรพิมพ์ 5, 10, 25 กรัม(ก้าหนดรหัส

เป็น GP05N2, GP10N2, GP25N2 ตามล้าดับ) ชุดการทดลองของกลีเซอรอล 100มิลลิลิตรต่อแผ่นวงจรพิมพ์10 กรัม และโซเดียมไฮดรอกไซด์ 4 กรัม (ก้าหนดรหัสเป็น GP10N4) และชุดการทดลองของกลีเซอรอล 100มิลลิลิตรต่อแผ่นวงจรพิมพ์ 25 กรัมและ โซเดียมไฮดรอกไซด์ 10กรัม (ก้าหนดรหัสเป็น GP25N10) แล้วนำ

สารที่สกัดได้ผสมกับเรซินอีพ็กซีใหม่ในอัตราส่วน 25 : 75, 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วนำศึกษาสมบัติเชิงกลของวัสดุ ในขณะที่ส่วนที่เหลือจากการสกัดจะนำไปเผาที่อุณภูมิ 400, 600 และ800 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ต่าง แล้วนำซิลิกอนไดออกไซด์ที่ได้ไปศึกษาลักษณะทางสัณฐานและใช้เป็นสารตัวเติมเพื่อเร่งปฎิกริยสโฟโตแคตไลติก โดยจากการศึกษาพบว่ากลีเซอรอล(GP10N4) มีประสิทธิภาพในการสกัดเรซินอีพ็อกซีมากกว่าโพลีเอทิลีนไกลคอล 400 โดยมีผลผลิตร้อยละที่ 93.29732 % ในส่วนของการขึ้นรูปพบว่าผลิตภัณฑ์จากสูตร PP25N10 และ GP10N4 สามารถขึ้นรูปได้ในทุกๆ อัตราส่วน ขณะที่รีไซเคิลเรซินอีพ็อกซีสูตรอื่นๆ

สามารถขึ นรูปได้เพียงอัตราส่วนรีไซเคิลเรซินอีพ็อกซีต่อเรซินอีพ็อกซีใหม่ 25 :75 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตร้อยละในการทดลองที่หนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์ที่มีผลผลิตร้อยละมากมีแนวที่จะขึ้นรูปได้ในทุกอัตราส่วนรวมถึงขึ้นรูปได้ง่ายและรวดเร็วกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีผลผลิตร้อยละน้อย