วุ้นเสริมยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอล (Paracetamol)

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เมธาพร เสือป่า, ชนาพร จาง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จุฑารัตน์ ใจงาม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาซึ่งใช้แก้ไข้ แต่ยาเม็ดมีความแข็ง รสชาติขม ส่วน

ยาน้ำเชื่อมถึงแม้จะรับประทานสะดวก แต่ก็ยังคงมีรสชาติที่ขมอยู่ จึงมีวิธีที่ทำให้รับประทานยาได้สะดวกและไม่ขม ก็คือการใส่สารเพิ่มความหวานลงไปในยา หรือการนำยาไปผสมกับอาหารบางชนิด ในการทำอาหารต้องมีการให้ความร้อน จึงอาจทำให้ยาไม่คงสภาพ ซึ่งยาพาราเซตามอลควรเก็บไว้ในอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ± 3 องศาเซลเซียส (MedThai, 2559) ซึ่งจาก ตำรายา USP 23 กำหนดให้ Acetaminophen Oral Solution มี pH ระหว่าง 3.8 - 6.1 เมื่อความคงสภาพยาเปลี่ยนไป ยาจะมีสีคล้ำขึ้นมีตะกอน และ pH ผิดมาตรฐาน (สำนักยาและวัตถุเสพติด, 2559) คณะผู้จัดทำจึงได้นำยาพาราเซตามอลมาผสมกับวุ้น เพื่อผลิตวุ้นเสริมยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอล และนำไปทดสอบความคงสภาพของยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอลในวุ้นเสริม โดยศึกษากระบวนการผลิตวุ้นเสริมยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอล ได้ทําการคัดเลือกสูตรที่เหมาะสมเป็นสูตรพื้นฐาน ได้สูตรที่มีน้ำ 0.5 ลิตร ผงวุ้น 1/6 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 5/4 ช้อนโต๊ะ น้ำหวานเข้มข้น กลิ่นสละ 2 ช้อนโต๊ะ และยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอล 250 มิลลิกรัม จากนั้นนำมาศึกษาปริมาณยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอล ปริมาณน้ำตาลทราย และปริมาณน้ำหวานเข้มข้นกลิ่นสละที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีการทดสอบค่า pH การกระจายตัวของยา ลักษณะเนื้อสัมผัส และค่าความชื้น จากการทดลองเบื้องต้นคาดว่า ยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอลไม่ทำปฏิกิริยากับวุ้น สังเกตได้จากการที่สีไม่เปลี่ยน มีการกระจายตัวของยาทั่ววุ้น เมื่อนำยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอลมาผสมกับวุ้นจะทำให้มีรสชาติที่หวาน เนื่องจากวุ้นที่ยังเป็นสถานะของเหลว จะเริ่มแข็งตัวที่อุณหภูมิประมาณ 33 – 35 องศาเซลเซียส ในอุณหภูมินี้อยู่ในขอบเขตที่ยายังคงสภาพอยู่ และต้องทดสอบความคงสภาพของยาต่อไป