การศึกษาประสิทธิภาพของปุ๋ยไส้เดือนต่างสายพันธุ์ที่ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูโน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทัศนนท์ น้อยสุวรรณา, นลธวัช นาคสร้อย, ชานน จันทร์ดี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรญา วุฒิพันธ์, เยาวลักษณ์ โคตรสมบูรณ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอุดรพัฒนาการ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาประสิทธิภาพของปุ๋ยไส้เดือนต่างสายพันธุ์ที่ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูโน่ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ผู้จัดทำโครงงานได้เลือกไส้เดือนจำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ ยูดริลัส ยูจีนิแอ (Eudrilus eugeniae) พันธุ์ฟีเรททิมา พีกัวนา (Pheretima peguana) และพันธุ์อายซิเนีย ฟูทิดา (Eisenia foetida) โดยเลือกไส้เดือนอายุ 35 วัน ซึ่งเป็นช่วงวัยหนุ่มสาว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อม กินซากพืชซากสัตว์หลายชนิด ขับถ่ายได้ในปริมาณที่มาก เหมาะสำหรับการทดลอง โดยทำการทดลองในพื้นที่โรงเรียนอุดรพัฒนาการ เลือกใช้เศษอาหารจากโรงอาหารของโรงเรียน อุดรพัฒนาการ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระยะเวลาในการย่อยอาหารของไส้เดือนต่างสายพันธุ์จากบ่อเลี้ยงไส้เดือนที่ควบคุมด้วยบอร์ด อะดูโน่เปรียบเทียบกับบ่อเลี้ยงไส้เดือนแบบดั้งเดิม 2) ศึกษาและเปรียบเทียบปริมาณแร่ธาตุหลักของปุ๋ยไส้เดือนต่างสายพันธุ์ โดยกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์บ่อเลี้ยงไส้เดือนพร้อมทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของบ่อเลี้ยงไส้เดือนที่ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูโน่ เพื่อควบคุมความชื้น อุณหภูมิ และการหาปริมาณแร่ธาตุอาหารหลักของปุ๋ยไส้เดือน โดยวิธีการ Kjeldahl method, ในการหาปริมาณไนโตรเจน วิธีการ Spectrophotometric molybdovanadophosphate ในการหาปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมด และวิธีการ Flame photometric method ในการหาปริมาณโพแทสเซียมทั้งหมด ค่าสถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต การหาร้อยละ ผลการดำเนินงานพบว่า 1) บ่อเลี้ยงไส้เดือนที่ควบคุมด้วยบอร์ด อะดูโน่สามารถใช้ระยะเวลาในย่อยอาหารของไส้เดือนได้เร็วกว่าบ่อเลี้ยงไส้เดือนที่เลี้ยงแบบดั้งเดิม 2) ปุ๋ยไส้เดือนสายพันธุ์ยูดริลัส ยูจีนิแอ ในบ่อเลี้ยงไส้เดือน ที่ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูโน่ มีปริมาณแร่ธาตุไนโตรเจนมากที่สุด (1.25 %) และปุ๋ยไส้เดือนสายพันธุ์ ฟีเรททิมา พีกัวนา ในบ่อเลี้ยงไส้เดือนที่ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูโน่ มีปริมาณแร่ธาตุธาตุฟอสฟอรัสและแร่ธาตุโพแทสเซียมมากที่สุด (1.93% และ 3.70 %)