นวัตกรรมสเปรย์แบบฟิล์มบางที่มีส่วนผสมไมโครอิมัลชันจากสารสกัดพรอพอลิส ของชันโรงสำหรับเคลือบปิดแผล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภสุตา สังข์หยู

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พรวิชัย เต็มบุตร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลแผลส่วนใหญ่ผลิตจากสารสังเคราะห์และต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นหลัก เช่น นาโนซิลเวอร์ ที่มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ เป็นที่นิยมในสัตว์เลี้ยงโดยจะพ่นไปโดยตรงที่แผลหรือพ่นเคลือบผ้าก๊อซแล้วปิดที่แผลของสัตว์อีกทีซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก จากข้อมูลการตลาดพบว่าปี 2559 ตลาดเวชภัณฑ์ดูแลแผลมีมูลค่าประมาณ 900 ล้านบาท และมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 64.40 ล้านเหรียญสหรัฐ ในส่วนของตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงมูลค่าแตะ 4 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นได้ว่าตลาดของผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

พรอพอลิส (propolis) หรือ ขี้ชัน เป็นส่วนประกอบของรังผึ้ง ทั้งชนิดมีเหล็กใน เช่น ผึ้งโพรง ผึ้งหลวง และชนิดไม่มีเหล็กใน เช่น ผึ้งชันโรง โดยผึ้งจะมีการเก็บพรอพลิสมาจากยางไม้และเกสรดอกไม้ ทำให้องค์ประกอบส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเรซิ่นมีสีเข้มและเหนียวเป็นยาง (resinous) โดยผึ้งและชันโรงจะใช้ส่วนพรอพอลิสเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันรังจากการโดนรุกรานจากศัตรูหรือเชื้อโรค เช่น มด แมลง หรือป้องกันรังปนเปื้อนเชื้อรา แบคทีเรียจนทำให้รังล่มสลายได้ องค์ประกอบทางเคมีของพรอพอลิสโดยทั่วไปจะประกอบ ไปด้วยเรซิน ประมาณร้อยละ 50 ไข ร้อยละ 10 นํ้ามันหอมระเหย ร้อยละ 5 เกสรดอกไม้ ร้อยละ 5 และส่วนประกอบอื่น ๆ ลักษณะทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของ พรอพอลิสจะแตกต่างกันตามภูมิประเทศที่เป็นแหล่งกําเนิด เนื่องจากชนิดของพืชที่ผึ้งเก็บยางเหนียวมาสร้างพรอพอลิส แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศทําให้สารเคมีที่อยู่ใน พรอพอลิสแตกต่างกันไปด้วย ทําให้องค์ประกอบทางเคมี ลักษณะทางกายภาพและฤทธิ์ทางชีวภาพ ซึ่งลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน คือ สี สีของพรอพอลิสมีความแตกต่างกันไปตามแหล่งกําเนิดและองค์ประกอบทางเคมี โดยองค์ประกอบทางเคมีที่วิเคราะห์ได้จากสารสกัดหยาบพรอพอลิสที่ได้รับการยืนยันแล้วนั้นมีมากกว่า 300 ชนิด โดยองค์ประกอบทางเคมีที่ได้รับความสนใจและมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ดี ได้แก่ สารประกอบกลุ่ม phenolic และ flavonoids ที่มีมากกว่า 50 ชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญได้แก่ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ (antimicrobial activity) ฤทธิ์ต้านเน้ืองอก (antitumor activity) ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน (antioxidative activity) ฤทธิ์ในการปกป้องตับ (hepatoprotective effect) และฤทธิ์ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory activity) ซึ่งปัจจุบันได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาใน Chinese pharmacopeias ในประเทศไทยและอินเดีย ได้มีการนำพรอพอลิสทดสอบการรักษาสิว เบาหวาน และการอักเสบ

ซึ่งจากฤทธิ์ทางชีวภาพดังกล่าว ทางผู้วิจัยเล็งเห็นว่าสารสกัดพรอพอลิสจากผึ้งชันโรงมีศักยภาพที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบออกฤทธิ์สำคัญในผลิตภัณฑ์ปิดแผล อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดทางด้านเคมีกายภาพบางประการ เช่น การละลาย การซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังและความคงตัว ดังนั้นในการวิจัยนี้จึงมีการพัฒนาพรอพอลิสไมโครอิมัลชัน โดยนำเทคโนโลยีไมโครอิมัลชันซึ่งเป็นเทคโนโลยีการห่อหุ้มอย่างหนึ่งมาช่วยเพิ่มความสามารถทางเคมีกายภาพของสารสกัดพรอพอลิสที่จะนำมาใช้เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญในผลิตภัณฑ์ปิดแผล

จากคุณสมบัติทางชีวภาพของพรอพอลิสด้านการต้านจุลชีพ ต้านอักเสบ และฤทธิ์การสมานแผลที่ดีประกอบกับมีส่วนเหลือใช้เป็นจำนวนมาก ทางคณะผู้วิจัย เล็งเห็นถึงช่องทางโอกาสความเป็นไปได้สูงและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นนวัฒกรรมสำหรับการดูแลและทำแผลที่สะดวก ง่าย มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยเพราะผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติและไม่ต้องทำแผลบ่อย โดยที่นวัตกรรมสเปรย์พ่นเคลือบแผลที่มีส่วนผสมของพรอพอลิสจากชันโรง สามารถเคลือบแผลป้องกันการปนเปื้อนมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อหนอง ต้านการอักเสบ และกระตุ้นการสมานแผล ให้แผลหายเร็วขึ้นนั้นยังไม่เคยมีการพัฒนามาก่อน อีกทั้งยังเป็นการลดการนำเข้าวัสดุปิดแผลจากต่างประเทศและ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ลดของเสียเหลือทิ้งที่เกิดจากกระบวนการเก็บน้ำผึ้งให้เข้ากับนโยบาย Zero Waste Thailand (ประเทศไทยไร้ขยะ)