ดนตรีกับความทรงจำ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พรสวรรค์ พุทธวงค์, ศุทธสิน เจริญชัย, จุฑานนท์ ทองเกื้อ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชฎาวรรณ สุขัมศรี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเวียงเชียงรุ้งวิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ดนตรีถูกใช้ในการบำบัด โดยดนตรีสร้างการตอบสนองและอารมณ์ที่แตกต่างกันในบุคคล ซึ่งแตกต่างกันไปตามผลกระทบทางพฤติกรรม ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลง และอารมณ์เริ่มต้นของบุคคล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ที่มีความสัมพันธ์กับดนตรี อีกทั้งมีการค้นพบในเวลาต่อมาว่าดนตรีมีผลต่อกิจกรรมคลื่นสมองในผู้ป่วยไมเกรน เช่นเดียวกับในบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและออทิสติกในช่วงวัยแรกๆ มีรายงานด้วยว่าดนตรีสามารถปรับปรุงความคิดสร้างสรรค์ การจัดเก็บคำศัพท์ ความเข้าใจในการอ่าน และการเรียนรู้ภาษาทั่วโลก สามารถเข้าถึงจังหวะการกระตุ้นจากภายในและเพิ่มความสามารถของเยื่อหุ้มสมองสำหรับกระบวนการทำนาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้มีการวิเคราะห์ว่าการฟังเพลงประเภทใดประเภทหนึ่ง (เช่น โมสาร์ท) จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ของสมอง ทำให้ง่ายต่อการเลือกและ "เชื่อมต่อ" องค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมดของ สิ่งกระตุ้นทางประสาทสัมผัสให้กลายเป็นภาพที่ใหญ่ โดยเพลงที่มีคลื่นอัลฟ่านั้นจะทำให้เกิด "ความตื่นตัวที่ผ่อนคลาย" (Vijayalakshmi, K. 2010) ทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างล้ำลึก มีระดับความคิดสร้างสรรค์ที่สูงขึ้น การแก้ปัญหาที่เพิ่มขึ้น อารมณ์ดีขึ้นและความมั่นคงของอารมณ์ ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และนำไปสู่สภาวะการเรียนรู้ขั้นสูง ดังนั้นจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการใช้ดนตรีคลาสสิคต่างๆ ของนักดนตรีระดับโลก 3 คน คือ Mozart Chopin และ Beethoven ต่อการเพิ่มของคลื่นอัลฟ่าในสมองซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ขั้นสูง ส่งผลต่อความสามารถด้านความจำ โดยในการวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษารูปแบบของ ความถี่ คาบ ความยาวคลื่น ความสูงและต่ำของเสียง (pitch) ของคลื่นเสียงจากเพลงของ Mozart Chopin และ Beethoven ที่มีผลต่อการเพิ่มคลื่นแอลฟ่าในสมองของมนุษย์ และเพื่อสร้างรูปแบบของคลื่นเสียงของเพลงที่ดีที่สุดที่ส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถด้านความจำของมนุษย์