การพัฒนาผนังมวลเบากันความร้อนจากเส้นใยเปลือกทุเรียนและไฟเบอร์กลาส

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พงศกร ทิคำมูล, อัษฎาวุธ อินทรมา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ทวีศักดิ์ เปี่ยมทัพ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกวันส่งผลให้มีการใช้พลังงานเพื่อปรับอุณหภูมิในอาคารบ้านเรือนและสำนักงานให้ต่ำลง ซึ่งการประหยัดพลังงานในอาคารนั้นมีความนิยมเพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงกับการใช้วัสดุในการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวัสดุที่ใช้เพื่อป้องกันความร้อน คือฉนวนความร้อนนั้นเอง ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาพบว่ามีการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของวัสดุเพิ่มมากขึ้นมีการนำวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในด้านวิศวกรรม การก่อสร้าง การโยธา และในปัจจุบันพบว่าการก่อสร้างบ้านและที่พักอาศัยดินเป็นโครงสร้างอยู่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลกทั้งหมด(วรนุช ดีละมัน และคณะ,2559) สำหรับปัจจุบันเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้างจึงมีความนิยมใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูปมากขึ้น ผนังนับว่าเป็นส่วนที่จำเป็นในอาคารสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ และที่สำคัญผนังมวลเบาที่เป็นฉนวนกันความร้อน โดยจะทำหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาค่าก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายในระหว่างใช้งานด้วย ในทีนี้ความจำเป็นของผนัง และเพดานของตัวอาคาร แต่จะรวมถึงระบบเชิงกลในอาคารด้วย อย่างเช่น ระบบทำความเย็น และระบบปรับอากาศ โดยปกติแล้วฉนวนความร้อนนับเป็นโครงสร้างเดียวเท่านั้นที่สถาปานิก ส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของฉนวนความร้อนว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การใช้งานอาคารสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ มีการประหยัดพลังงาน การใช้งานผนังที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมกับบ้านและตัวอาคาร โดยทั่วไปสามารถลดภาระความร้อนและความเย็น ซึ่งมีผลลดขนาดอุปกรณ์ทำความร้อนหรือความเย็น จากการที่ฉนวนความร้อนช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาก จึงทำให้ผู้อยู่อาศัยในอาคาร มีความสะดวกสบายมากกว่าด้วย อย่างไรก็ตามการขึ้นรูปผนังจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อประหยัดพลังงานและการนำความร้อนต่ำซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการวิจัยและพัฒนาหากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการนำมาผลิตผนังมวลเบากันความร้อนใช้ในงานอาคาร ซึ่งไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและยังช่วยลดค่าการนำความร้อนของแผ่นในรูปฉนวนความร้อนได้อีกด้วย เป็นการช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ที่มีปัญหาของผักตบชวาในแหล่งน้ำมากเกินไป สร้างปัญหาให้กับแหล่งน้ำ และอาจเป็นพืชทางเศรษฐกิจได้ในอนาคตการใช้งานฉนวนความร้อนสามารถลดภาระความร้อนและความเย็น ซึ่งมีผลลดขนาดอุปกรณ์ทำความร้อนหรือความเย็น จากการที่ฉนวนความร้อนช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาก จึงทำให้ผู้อยู่อาศัยในอาคาร มีความสะดวกสบายมากกว่าด้วยทางกลุ่มจึงทำฉนวนความร้อนจากเส้นใยของเปลือกทุเรียนที่มีสักษณะเป็นเส้นใยสั้น ผนังเซลล์ค่อนข้างบางเส้นใยแข็งแรงและกระด้าง มีความเหนียว สามารถต้านทานแรงดึงได้ดี และเป็นวัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ผู้ศึกษาเกิดแนวคิดที่จะนำเปลือกทุเรียนเป็นส่วนผสมในการผลิตผนังแทนการใช้หินคลุกในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อลดน้ำหนักของผนังให้เบาลงและยังคงรักษาสภาพของแข็งแรง และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากกการเกษตรให้มากที่สุด