การเปรียบเทียบสมบัติเชิงกลของสารตัวเติมหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิแตกต่างกันกับเขม่าดำในผลิตภัณฑ์ยางพารา
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
อรณิช คำเหลือง, แพรวา วิชาชัย, อรรณพ จิตมาลย์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
นงค์เยาว์ ธนาฤกษ์มงคล, อภิชาติ มีพรหม
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การเปรียบเทียบสมบัติเชิงกลของสารตัวเติมหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิแตกต่างกันกับเขม่าดำในผลิตภัณฑ์ยางพารา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสมบัติเชิงกลของสารตัวเติมหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิห้อง 600, 700 และ 800 องศาเซลเซียส กับเขม่าดำ ในผลิตภัณฑ์ยางพาราทำการศึกษาโดยผสมสารตัวเติมเขม่าดำกับสารเคมีในอัตราส่วนของสูตรยางที่เตรียมไว้กับยางพาราในเครื่องบดผสมชนิดสองลูกกลิ้ง จากนั้นทำการเปลี่ยนชนิดสารตัวเติม จากเขม่าดำเป็นหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิห้อง, 600, 700 และ 800 องศาเซลเซียส ตามลำดับ แล้วนำไปวัดขนาดอนุภาคสารตัวเติมพบว่า สารตัวเติมหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิ 700 มีขนาดอนุภาคเล็กที่สุดที่ขนาด 40.65 นาโนเมตร จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ได้ไปขึ้นรูปเพื่อทดสอบสมบัติเชิงกล ได้แก่ สมบัติการต้านแรงดึง และการบวมตัวของผลิตภัณฑ์ยางพารา จากการทดลองพบว่าสมบัติการต้านแรงดึงของผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ผสมสารตัวเติมหญ้าคาที่เผาที่อุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส ให้ค่าการต้านแรงดึงที่มากที่สุด เท่ากับ 20.28 ± 1.22 MPa เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ผสมสารตัวเติมที่เผาที่อุณหภูมิแตกต่างกัน แต่มีค่าการต้านแรงดึงต่ำกว่าเขม่าดำ ซึ่งมีค่าเท่ากับ 20.86 ± 4.90 MPa และจากการศึกษาปริมาณพันธะเชื่อมขวางในผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ได้ทั้งหมด พบว่า ที่อุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส มีค่าอัตราส่วนการบวมของยางน้อยที่สุด เท่ากับ 3.36 ± 0.03 MPa ซึ่งแสดงว่ามีปริมาณของพันธะเชื่อมขวางมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ผสมสารตัวเติมที่เผาที่อุณหภูมิแตกต่างกัน และเขม่าดำ จากการทดสอบสมบัติเชิงกลทั้ง 2 สมบัติ ทำให้ทราบว่าหญ้าคาสามารถนำไปพัฒนาและใช้เป็นสารตัวเติมในผลิตภัณฑ์ยางพาราได้ในอนาคต