เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
อนุพงษ์ ตรงธิ, ชัญญณัท ทุมกระโทก
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
อัจฉรา เผ่าจินดา, ทิพย์ชนก บัวเปีย
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือ
ประเภท สาขา ฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์
ชื่อผู้ศึกษา 1. นายอนุพงษ์ ตรงธิ ชั้น ม. 6/4
นางสาวชัญญณัท ทุมกระโทกชั้น ม. 4/1
ครูที่ปรึกษา 1. นางสาวอัจฉรา เผ่าจินดา
นางสาวทิพย์ชนก บัวเปีย
ปีการศึกษา 2561
บทคัดย่อ
โครงงานวิทยาศาสตร์ สาขาสาขาฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย เรื่อง เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับหลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า รีเลย์ สวิทซ์ลูกลอย วงจรหน่วงเวลาปิด วงจรไฟกระพริบ 2 จังหวะ และวงจรปิด-เปิดรีเลย์ด้วยแสง โดยนำหลักการและความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องแรงลอยตัวของวัตถุในของเหลวมาประดิษฐ์เป็นเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือได้ โดยมีหลักการทำงานดังนี้ เมื่อระดับความสูงของน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้ำจะดันให้ลูกลอยลอยขึ้นมา แตะกับสวิตซ์ด้านบนของลูกลอย จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ครบวงจร โดยกระแสไฟฟ้าจะไหลไปยังรีเลย์ควบคุมการเปิด-ปิดของไดโว่ทำให้ไดโว่สูบน้ำออกและสายเซ็นเซอร์จะตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านชุดลูกลอยและส่งสัญญาณไปที่วงจรหน่วงเวลาปิดทำให้ชุดวงจรหน่วงเวลาปิดทำงาน และส่งสัญญาณไปที่วงจรไฟกระพริบ 2 จังหวะและทำให้ชุดวงจรไฟกระพริบ 2 จังหวะทำงาน และส่งสัญญาณไปที่วงจรเปิด-ปิดรีเลย์ด้วยแสงทำให้วงจรเปิด-ปิดทำงาน และทำให้ชุดรีเลย์ในวงจรเป็นสะพานไฟเชื่อมต่อสายไฟที่ต่อออกจากโทรศัพท์ต่อกัน โทรศัพท์ทำงานโทรออกไปยังหมายเลขปลายทางที่ตั้งค่าไว้และเสียงสัญญาณไซเรนดังขึ้น
โดยคณะผู้จัดทำมีความคิดที่จะประดิษฐ์เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือขึ้นโดยสามารถใช้งานได้ทั้งตอนฝนตกหนักเกิดไฟฟ้าดับ จากการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือ เราพบว่าเมื่อระดับความสูงของน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขีดระดับความสูงของน้ำที่มากกว่าหรือเท่ากับ 22 เซนติเมตร น้ำจะดันให้ลูกลอยขึ้นมาแตะกับสวิตซ์ด้านบนของลูกลอย จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ครบวงจร และเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านโทรศัพท์มือถือสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังหมายเลขโทรศัพท์ปลายทางได้โดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 8.06 วินาที โดยโทรศัพท์จะโทรออกไปยังหมายเลขปลายทางทุก 1/2 นาที แม้ว่าปลายทางจะกดวางสายแล้วก็ตาม(ระบบโทรซ้ำเองอัตโนมัติ) ส่วนสัญญาณเสียงไซเรนจะดังอยู่ตลอดจนกว่าจะได้ปิดสวิทซ์ตัวที่ 1(SW1) การโทรออกและเสียงสัญญาณไซเรนจึงจะหยุดการทำงาน แต่ไดโว่(M1) ยังคงสูบน้ำออกจนกว่าระดับความสูงของน้ำจะลดลงจนถึงระดับปลอดภัย วงจรทุกอย่างจึงจะหยุดการทำงาน ทั้งนี้อะแดปเตอร์ ตัวที่ 1, 2,และ 3 จะยังคงสถานะ Stand by เพื่อรอคำสั่งจากสวิทซ์ลูกลอย(SW2) ตลอดเวลา