โครงร่างวิศวกรรมเนื้อเยื่อเลียนแบบธรรมชาติที่ทำจากพอลิคาร์โปรแลคโตนผสมเส้นใยไคโตซานและเจลาติน เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านโรคเพดานโหว่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

โกลัญญา อักษรทิพย์, ณัฏฐณิชา มีเพ็ง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อัษฎาพร ตั้งประเสริฐ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โรคเพดานโหว่ (Cleft palate) เป็นความพิการของใบหน้าที่เกิดกับทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โรคเพดานโหว่เกิดขึ้นได้จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมที่ผิดปกติหรือปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก ผู้ป่วยโรคเพดานโหว่ มักจะมีปัญหาตรงกระดูกเบ้าฟันเพื่อรองรับฟัน มีลักษณะเป็นช่องโหว่ ช่องโหว่นี้จะทำให้ฟันไม่สามารถงอกขึ้นมาได้และส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การกิน การกลืน การเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้า การรักษาสามารถทำได้ โดยการผ่าตัดซ่อมแซมด้วยการปลูกกระดูก เพื่อเพิ่มกระดูกเบ้าฟันในผู้ป่วยเพดานโหว่ วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue engineering) ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาโรคเพดานโหว่ โดยการ ใช้วัสดุชีวภาพมาสร้างเป็นโครงร่างเลี้ยงเซลล์ (scaffold) ซึ่งเป็นโครงร่างที่ให้เซลล์เกิดการยึดเกาะและเจริญเติบโตเพื่อทำให้เนื้อเยื่อเกิดการฟื้นคืนสภาพขึ้นใหม่ได้ จากปัญหาข้างต้น ทางทีมผู้วิจัยได้มีการพัฒนาโครงร่างเลี้ยงเซลล์ ที่สร้างจากพอลิเมอร์สังเคราะห์ผสมกับพอลิเมอร์จากธรรมชาติ โดยอาศัยหลักการเลียนแบบธรรมชาติของกระดูก ซึ่งจะใช้ พอลิคาร์โปแลคโตน ซึ่งจะเป็นวัสดุที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงร่างเลี้ยงเซลล์ ผสมเส้นใยไคโตซานและเจลาติน ซึ่งเป็นวัสดุที่เซลล์กระดูกสามารถเกาะและเติบโตได้ดี นอกจากนี้วัสดุทั้งสามยังมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อและสามารถย่อยสลายได้ โครงร่างเลี้ยงเซลล์นี้จะถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคนิค mold casting โดยใช้ความเข้มข้นของไคโตซานและเจลาตินที่แตกต่างกัน จากนั้นจะนำไปทดสอบสมบัติทางเคมี สมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางชีวภาพต่อไป โครงร่างเลี้ยงเซลล์ที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกโครงร่างที่มีส่วนประกอบที่เหมาะสมกับการรักษาโรคเพดานโหว่ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ในเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆและพัฒนาเป็นงานรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย